(สกู๊ป) 6แข้งดาวรุ่งที่ค่าตัวแพงสุดในโลก

(สกู๊ป) 6แข้งดาวรุ่งที่ค่าตัวแพงสุดในโลก

ในยุคปัจจุบันถือว่าเป็นการก้าวเข้าสู่ฟุตบอลยุคใหม่อย่างเต็มตัว ด้วยแผนการเล่นที่มีความแตกต่าง ไม่ได้จำเจแค่ 4-4-2, 4-5-1 หรือ 4-3-3 เหมือนในสมัยก่อน

    นอกจากนั้นฟุตบอลในยุคปัจจุบัน หลายทีมยังเริ่มให้โอกาสนักเตะดาวรุ่งขึ้นมาสู่ทีมชุดใหญ่มากขึ้น เนื่องจากแท็คติก และสไตล์การเล่น ที่เปลี่ยนไป ซึ่งหลายคนก็ทำผลงานได้ดีเกินอายุเป็นอย่างมาก จนขึ้นมาเป็นที่รู้จักในระดับโลกอย่างรวดเร็ว

    โดยคำว่าดาวรุ่งในโลกลูกหนังนั้น ส่วนใหญ่จะมีอายุไม่เกิน 18 ปี ซึ่งเป็นช่วงที่พ่อค้าแข้งกำลังเปลี่ยนผ่านจากทีมเยาวชนมาสู่ทีมชุดใหญ่ โดยถ้าใครโชว์ฟอร์มได้ดี ก็จะได้ขึ้นทีมชุดใหญ่ของทีมนั้น ส่วนใครผลงานไม่ดีก็อาจจะถูกยกเลิกสัญญา และปล่อยตัวให้ทีมอื่นต่อไป

    อย่างไรก็ตามในบรรดานักเตะดาวรุ่งดังกล่าว ก็มีคนที่โชว์ฟอร์มดีมาก จนทีมใหญ่ของยุโรปยอมทุ่มเม็ดเงินจำนวนมหาศาลเพื่อคว้าตัวพวกเขามาปลุกปั้นต่อ หรือเป็นกำลังสำคัญของทีมในทันที่ ซึ่งที่ผ่านมาได้มีการบันทึกสถิติของนักเตะอายุต่ำกว่า 18 ปีที่มีค่าตัวมากที่สุดในโลก 6 อันดับแรกว่าจะจะมีชื่อของใครกันบ้าง รวมถึงพวกเขามีค่าตัวที่น่าตกใจเพียงใด

6.อเล็กซานเดร ปาโต

     สุดยอดกองหน้าดาวรุ่งของจากถิ่น “แซมบ้า” ซึ่งทำผลงานได้โดดเด่นเกินอายุ จนขึ้นมาอยู่ในทีมชุดใหญ่ของสโมสร อินเตอร์นาซิอองนาล ในอายุเพียง 16 ปี และทำประตูได้ตั้งแต่นาทีแรกที่ลงสนามในฐานะนักเตะอาชีพ ซึ่งด้วยฟอร์มการถล่มประตูที่โดดเด่นอย่างต่อเนื่อง และช่วยให้ทีมคว้าแชมป์อย่างมากมาย ทั้ง ฟีฟ่า คลับ เวิลด์ คัพ 2016 และแชมป์ เรโคปา ซานตานเดร์ ทำให้หลายทีมยักษ์ใหญ่ในยุโรปสนใจคว้าตัวเขาไปร่วมทัพ
     สุดท้ายแล้วในปี 2007 เป็นทีม เอซี มิลาน ทีมดังแห่งศึกกัลโช เซเรีย อา ที่ยอมทุ่มเงินกว่า 17 ล้านปอนด์ (ราว 732 ล้านบาท) ในการล่าลายเซ็นของ ปาโต ที่ขณะนั้นมีอายุ 18 ปีบริบูรณ์มาร่วมทีม อย่างไรก็ตาม “ปีศาจแดงดำ” ต้องรอนานถึง 6 เดือนกว่าจะลงทะเบียนให้ ปาโต ลงเล่นในเกมระดับ เซเรีย อา ได้ จากปัญหาการคว้านักเตะนอกอียู
     โดยหลังจากที่หัวหอกบราซิลเลียนรายนี้ลงสนาให้กับ มิลาน ได้ เขาก็พิสูจน์ให้ทุกคนได้เห็นว่ามีฝีเท้าดีขนาดไหน และก็ก้าวขึ้นมาเป็นกองหน้าตัวความหวังทีมอย่างรวดเร็ว และมีส่วนสำคัญในการช่วยให้ทีมคว้าแชมป์ เซเรีย อา เมื่อปี 2011 ด้วย
     อย่างไรก็ตามหลังจากนั้น ปาโต ต้องประสบปัญหาอาการบาดเจ็บรบกวนอย่างหนัก รวมถึงเรื่องนอกสนามที่มีข่าวว่าเขากลายเป็นจอมปาร์ตี จนสุดท้ายไม่อาจเรียกฟอร์มเก่งกลับมาได้ จนถูก มิลาน ขายให้กับ โครินเธียนส์ ในลีก บราซิลในที่สุด
     ปัจจุบันดาวเตะวัย 27 ปี อยู่กับสโมสร เทียนจิน ฉวนเจียน ในลีกแดนมังกร ภายใต้การคุมทีมของ ฟาบิโอ คันนาวาโร อดีตปราการหลังทีมชาติอิตาลี

5.อันโตนิโอ คาสซาโน

     หากจะพูดถึงกองหน้าโกลเดน บอย ที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในรอบ 20 ปีที่ผ่านมา หลายคนคงจะนึกถึง “ปีเตอร์แพน" อันโตนิโอ คาสซาโน อดีตกองหน้าทีมชาติอิตาลีอย่างแน่นอน
     โดย “คาซซา” ถือเป็นดาวเตะรุ่นเยาว์ที่มีพรสวรรค์สูงเป็นอย่างมาก ซึ่งสุดท้ายแล้ว อาแอส โรมา ยอมควักกระเป๋ากว่า 24 ล้านปอนด์ (ราว 1.03 พันล้านบาท) ในการคว้าตัวกองหน้าวัย 18 ปี ในขณะนั้นมาร่วมทัพ โดยหวังจะให้เป็นความหวังใหม่ของทีมเคียงข้างกับ ฟรานเชสโก ต็อตติ ยอดแนวรุกจอมคลาสสิค
      อย่างไรก็ตามฝีเท้าที่สุดยอดของเขา กลับมาพร้อมกับพฤติกรรมห่ามๆ และไม่ยอมฟังใคร ซึ่งถึงขนาดที่โค้ชจอมเฮี้ยบอย่าง ฟาบิโอ คาเปลโล ก็ไม่สามารถควบคุมเขาได้ ทำให้ชีวิตการค้าแข้งของ คาสซาโน ไปได้ไม่ไกลเท่าที่ควร โดยหลังจากออกจากทีม “หมาป่ากรุงโรม” คาสซาโน ได้ย้ายไปร่วมทัพ เรอัล มาดริด แต่ก็เล่นไม่ออก แถมไม่ขยันฝึกซ้อมจนถูกโละออกจากทีมในที่สุด
      จากนั้นกราฟชีวิตของเขาก็อยู่ในช่วงขาลง โดยพเนจรไปหลายทีม ทั้ง ซามพ์โดเรีย และ เอซี มิลาน แต่ก็ไม่สามารถโชว์ฟอร์มได้เหมือนสมัยดาวรุ่งอีกต่อไป จนปัจจุบัน คาสซาโน ในวัย 34 กลายเป็นนักเตะไร้สังกัดหลังเพิ่งโดน ซามพ์โดเรีย ทีมที่ดึงตัวเขากลับมาอีกครั้งยกเลิกสัญญา

4.เวย์น รูนีย์

     อดีตดาวรุ่งของทีม “ทอฟฟีสีน้ำเงิน” ที่โชว์ฟอร์มได้อย่างสุดยอดให้กับทีมชาติอังกฤษในศึกยูโร 2004 ทั้งๆที่มีอายุเพียง 18 ปีเท่านั้น จึงไม่น่าแปลกใจที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทีมดังแห่งศึกพรีเมียร์ลีก จะยอมจ่ายเงินถึง 27 ล้านปอนด์ (ราว 1.16 พันล้านบาท) ในการคว้าตัว รูนีย์ มาอยู่ในถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ทันที ตามความต้องการของ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน กุนซือมือฉมัง
     โดย รูนีย์ ฉายแววการตำนานของสโมสรแห่งนี้ได้ตั้งแต่การลงสนามนัดแรกให้กับทีม เมื่อจัดการซัดแฮตทริกใส่ เฟเนร์บาห์เช ในศึก ยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก และก็กลายเป็นตัวหลักของทีมนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ซึ่งเขาก็พาทีม “ปีศาจแดง” คว้าแชมป์อย่างมากมาย ทั้ง พรีเมียร์ ลีก 5 สมัย รวมถึงยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก ที่มอสโก เมื่อปี 2008
      นอกจากนั้นดาวเตะวัย 31 ปี ก็ก้าวขึ้นมาเป็นดาวซัลโวสูงสุดตลอดกาลของสโมสร ด้วยการทำลายสถิติอมตะของ เซอร์ บ๊อบบี ชาร์ลตัน ที่พังประตูให้ทีมกว่า 249 ลูกลงได้สำเร็จ
      อย่างไรก็ตามเหมือนกับว่าในช่วงหลังๆ รูนีย์ จะฟอร์มตกลงไปอย่างเห็นได้ชัด และเริ่มมีเสียงเรียกร้องให้เขาโดนดร็อปเป็นตัวสำรอง จากผลงานที่ไม่ดีสักเท่าไหร่ยามได้โอกาสลงสนาม ซึ่งบางทีนี่อาจจะเป็นซีซั่นสุดท้ายของ รูนีย์ กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก็เป็นได้

3.ลุค ชอว์

      แบ็คซ้ายทีมชาติอังกฤษรายนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งขุมกำลังสำคัญของทีม เซาธ์แฮมป์ตัน ในยุคที่มีนักเตะฝีเท้าดีหลายคน ยกตัวอย่างเช่น อดัม ลัลลานา, เดยัน ลอฟเรน, มอร์แกน ชไนเดอร์ลิน เป็นต้น ซึ่งเจ้าตัวก็โชว์ฟอร์มได้อย่างโดดเด่นมาตั้้งแต่ได้ขึ้นมาสู่ทีมชุดใหญ่เมื่ออายุ 16 ปี
       โดยเจ้าตัวมีความนิ่ง ความสม่ำเสมอ รวมถึงฝีเท้าที่ยอดเยี่ยมไม่เหมือนกับนักเตะที่มีอายุไม่ถึง 18 ปี จนกระทั่งในฤดูกาล 2013-14 เขาก็ได้รับเลือกให้รับรางวัลดาวรุ่งยอดเยี่ยมของพีเอฟเอ หรือ สมาคมนักเตะอาชีพอังกฤษ รวมไปถึงมีชื่ออยู่ในทีมยอดเยี่ยมของศึกพรีเมียร์ลีก ในปีดังกล่าวด้วย
      ส่งผลให้ในซีซั่นต่อมา แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ควักกระเป๋ากว่า 31 ล้านปอนด์ (ราว 1.33 พันล้านบาท) ในการดึงตัว ชอว์ มาร่วมทัพ โดยเขาเริ่มต้นกับทีมได้อย่างยอดเยี่ยมภายใต้การคุมทัพของ หลุยส์ ฟาน กัล ยอดเทรนเนอร์ชาวดัตช์ ที่มักจะส่งเขาลงสนามอยู่เป็นประจำ อย่างไรก็ตามเจ้าตัวต้องมาโชคร้ายเมื่อถูก เอ็คตอร์ โมเรโน ดาวเตะ พีเอสวี ไอนด์โฮเฟน เสียบจนขาหักต้องพักยาวทั้งซีซั่น ในศึก ยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก
       หลังจากนั้นแม้ว่าเขาจะหายเจ็บกลับมาลงสนามได้ในยุคของ โชเซ มูรินโญ แต่ ชอว์ ยังไม่สามารถเรียกฟอร์มเก่งกลับมาได้ และมีปัญหาด้านทัศนคติ จนมีข่าวลือหนาหูว่าอาจถูกขายออกจากถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด

2.เรนาโต ซานเชซ

      หากพูดถึงสุดยอดดาวรุ่งในโลกลูกหนังเมื่อปีที่ผ่านมา คงจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก เรนาโต ซานเชซ กองกลางวัย 18 ปีดีกรีทีมชาติโปรตุเกส โดยเจ้าตัวสามารถพาทีม “ฝอยทอง” คว้าแชมป์ยูโรได้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ด้วยการเอาชนะ ฝรั่งเศส เจ้าภาพได้ 1-0 ซึ่งนอกจากการคว้าแชมป์แล้วเขายังได้รับรางวัลส่วนตัวมากมาย ทั้ง ดาวรุ่งยอดเยี่ยมของรายการ รวมทั้งได้รางวัลดาวรุ่งยอดเยี่ยมของยุโรป หรือโกลเดนบอย อวอร์ด
      อย่างไรก็ตามแม้จบทัวร์นาเมนต์จะมีหลายทีมดังให้ความสนใจคว้าตัวเขามากเพียงใด แต่ก็ต้องอกหักทั้งหมดเมื่อ บาเยิร์น มิวนิค ยักษ์ใหญ่แห่งศึกบุนเดสลีกา เยอรมัน ได้ประกาศคว้าตัว มาจาก เบนฟิกา ก่อนทัวร์นาเมนต์ยูโร 2016 จะเริ่มขึ้นแล้วด้วยค่าตัว 33 ล้านปอนด์ (ราว 1.42 พันล้านบาท) เลยทีเดียว
      ถึงกระนั้น การมาเล่นในถิ่น อัลลิอันซ์ อารีนา ที่เต็มปด้วยสตาร์ดังระดับโลกนั้นก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยสำหรับ เด็กอายุ 18 ซึ่งนั่นเป็นสาเหตุที่ทำให้เขาต้องตกเป็นตัวสำรองอยู่บ่อยครั้งในยุคการคุมทัพของ คาร์โล อันเชล็อตติ ซึ่งถึงแม้ว่าฤดูกาลแรกในเยอรมันของ เรนาโต จะยังไม่ได้เปรี้ยงปร้างอย่างที่หลายคนคาดเอาไว้ แต่เชื่อว่าประสบการณ์ที่เขาได้ในซีซั่นนี้ จะเป็นตัวช่วยให้เขากลายเป็นนักเตะคนสำคัญของ บาเยิร์น ในอนาคตแน่นอน

1.วินิซิอุส จูเนียร์

     ด้านอันดับ 1 ตกเป็นของ กองหน้าดาวรุ่ง ฟลาเมงโก ที่มีอายุเพียง 16 ปี ซึ่ง เรอัล มาดริด ยอมทุ่มเงินกว่า 38 ล้านปอนด์ (ราว 1.63 พันล้านบาท) ในการคว้าตัวเขามาร่วมทัพล่วงหน้า ก่อนย้ายเข้าสู่ถิ่น ซานติอาโกเบร์นาเบว ในเดือน ก.ค. ปี 2019
      สำหรับ วินิซิอุส จูเนียร์ สามารถเล่นได้ทุกตำแหน่งในแนวรุก แต่ส่วนใหญ่มักถูกส่งลงประจำการเป็นปีกซ้าย ซึ่งก่อนหน้านี้เขาทำผลงานได้อย่างน่าประทับใจในทีมเยาวชน จนถูกส่งลงประเดิมสนามนัดแรกกับ ฟลาเมงโก ชุดใหญ่ในเกมกับ แอตเลติโก มิไนโร พร้อมทำลายสถิติผู้เล่นอายุน้อยสุดที่ถูกส่งลงสนามในเกมดาร์บีแมตช์ของ เนย์มาร์ ลงอีกด้วย
     แม้ฤดูกาลนี้ วินิซิอุส ลงสนามในเกมลีกให้ ฟลาเมงโก เพียง 4 นัดเท่านั้น แต่กับทีมชาติบราซิล ชุดยู-17 เขายิงไปถึง 7 ประตู จาก 8 นัด ในศึกชิงแชมป์เยาวชนทวีปอเมริกาใต้ 2017 ซึ่งส่งผลให้ทัพ “แซมบ้า” คว้าแชมป์มาครอง

      และทั้งหมดนี้คือเหล่านักเตะดาวรุ่งที่มีอายุไม่ถึง 18 ปีซึ่งมีค่าตัวแพงที่สุดในโลก โดยปัจจุบันหลายคนก็กลายเป็นซูเปอร์สตาร์ในโลกลูกหนัง ส่วนอีกหลายคนก็ล้มเหลวในอาชีพพ่อค้าแข้งด้วยเหตุผลหลายประการ ซึ่งในอนาคตเราต้องมาดูกันว่าจะมีแข้งดาวรุ่งคนไหนสามารถโชว์ฟอร์มได้เจิดจรัสจนทำลายสถิติค่าตัวของพวกเขาได้