สาวโรงงานถูกโจรงัดบ้าน สร้อยคอทองคำ-เงินสด หาย โชคดีกล้องวงจรปิดบันทึกภาพได้ เห็นหน้าชัด
ผู้สื่อข่าวได้เข้ามาตรวจสอบที่บ้านเลขที่56/3 หมู่2 ต.วังเย็น อ.บางแพ จ.ราชบุรี ซึ่งเป็นบ้านของนางสาวเยาวลักษณ์ สายันหะ อายุ50ปี และเป็นผู้เสียหายที่ถูกโจรเข้าไปงัดหน้าต่างบ้านและขโมยทรัพย์สินหายไปหลายรายการ และผู้เสียหายได้นำภาพจากกล้องวงจรปิดที่ติดไว้รอบบ้านเผยให้เห็นพฤติกรรมรวมทั้งใบหน้าคนร้ายอย่างชัดเจนขึ้นไปโพสต์ในเฟสบุ๊ค เพื่อให้เพื่อนๆ ในเฟสบุ๊คได้ช่วยกันตามหาตัวคนร้าย
โดยนางสาวเยาวลักษณ์ ก็บอกว่าเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในช่วงเวลา 11.54 น. ของวันที่8มิ.ย.60ที่ผ่านมาตามเวลาในกล้องวงจรปิด โดยคนร้ายเป็นชายรูปร่างสันทัด สวมเสื้อยืดแขนสั้นสีดำ นุ่งกางเกงขาสามส่วน มีรอยสักยันต์ตามขาและแขน ได้ปีนรั้วบ้านเข้ามาและใช้แชลงที่วางอยู่หน้าบ้านงัดลูกกรงหน้าต่างเข้ามาในบ้านและรื้อค้นข้าวของในบ้านจนกระจัดกระจาย ซึ่งทรัพย์สินที่หายไปมี สร้อยคอทองคำน้ำหนัก 1 บาท 1 เส้น พระเหลี่ยมทอง 1 องค์ แหวนทองน้ำหนัก 1 สลึง 2 วง เหรียญชนิดต่างๆ ที่เก็บสะสมไว้มากกว่า 2,000 บาท และเงินสดอีก 7,000 บาท หลังจากนั้นคนร้ายก็ปีนรั้วกลับออกไปทางเดิมโดยมีญาติๆของผู้เสียหายเห็นคนร้ายในช่วงที่ปีนรั้วออกมา จึงได้ติดตามไปและเห็นว่าคนร้ายนั้นไปขึ้นรถจักรยานยนต์รับจ้างหลบหนีไปผู้เสียหายจึงได้ไปแจ้งความไว้ที่สภ.บางแพ และนำภาพคนร้ายจากกล้องวงจรปิดให้เป็นหลักฐาน
ด้านพ.ต.ท.สันทัด เจียมสกุล รองผกก.สอบสวน สภ.บางแพ ได้ให้ ร.ต.อ.สุทธิพงษ์ สุวรรณโณ พนักงานสอบสวนเจ้าของคดี เชิญตัวนายวิโรจน์ ภูมิรินทร์ อายุ53ปี ซึ่งเป็นคนขับรถจักรยานยานยนต์รับจ้างที่คนร้ายว่าจ้างให้ไปส่งมาสอบสวน ซึ่งเป็นผู้ที่เห็นหน้าคนร้ายชัดที่สุดก็บอกว่า ในช่วงเวลาประมาณ13.00น. มีชายคนหนึ่งเดินมาเรียกรถจักรยานยนต์รับจ้างโดยใช้ภาษามือ เพราะชายคนนั้นพูดภาษาใบ้บอกให้ไปส่งโดยใช้วิธีชี้มือบอกเส้นทาง โดยให้ไปส่งที่หอนาฬิกา อ.บ้านโป่ง โดยที่ตนก็ไม่ได้สงสัยอะไร และเมื่อถึงที่หมายชายคนดังกล่าวก็จ่ายเงินแค่155บาท จากที่ตนเรียกไป180บาท เพราะระยะทางไกล ตนจึงรับมาและขับรถกลับจนกระทั่งมาถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจเรียกมาสอบปากคำ ซึ่งเมื่อเจ้าหน้าที่ให้ดูรูปคนร้ายที่มาเข้ามางัดหน้าต่างขโมยของ นายวิโรจน์ ก็ยืนยันว่าใช่ชายคนเดียวกันกับที่ตนนั้นไปส่ง
จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ดูรูปชายต้องสงสัยจากเฟสบุ๊ค เฟสหนึ่ง ซึ่งมีผู้หวังดีส่งมาให้เนื่องจากพบว่าหน้าคนร้ายนั้นเหมือนกันเจ้าของเฟสบุ๊คดังกล่าว และในเฟสนั้นยังบอกประวัติว่าเป็นอดีตนักมวยด้วย ซึ่งนายวิโรจน์ ก็บอกว่าน่าจะใช่คนเดียวกันเพราะรูปร่าง หน้าตา รอยสักยันต์ นั้นเหมือนกันเบื้องต้นเจ้าหน้าที่จะได้เชิญตัวเจ้าของเฟสบุ๊คดังกล่าวมาสอบสวนว่ามีความเชื่อมโยงกับคนร้ายหรือไม่ ต่อไป





