ตำรวจ ปส. สกัดจับ3ผู้ต้องหา พร้อมยึดยาบ้า 912,000 เม็ด สารภาพได้ค่าจ้างคนละ5หมื่น นายทุนสั่งให้ไปส่งที่สงขลา
ตำรวจกองบังคับการสกัดกั้นการลำเลียงยาเสพติด กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (สกส.บช.ปส.) สนธิกำลังร่วมกันจับกุมผู้ต้องหาจำนวน 3 คน นายปฐมพร พรเสงี่ยมนุกูล อายุ 27 ปี ชาวนาตาขวัญ อ.เมือง จ.ระยอง, นายสุทัศ กระจายศรีอายุ 45 ปี ชาวบุฤๅษี อ.เมืองสุรินทร์ จ.สุรินทร์, นายคำรณ จันอ่อน อายุ 31 ปี ชาวบัววัฒนา อ.หนองไผ่ จ.เพชรบูรณ์ พร้อมด้วยของกลางยาบ้าจำนวน 456 มัด รวมประมาณ 912,000 เม็ด รถยนต์เก๋ง ยี่ห้อมาสด้า 3 สีขาวหมายเลขทะเบียน 4 กฎ- 6759 กทม. รถยนต์กระบะยี่ห้ออีซูซุ สีดำหมายเลขทะเบียน ฌธ-6963 กทม.
พล.ต.ต.ทนัย อภิชาติเสนีย์ ผบก.สกส.บช.ปส. กล่าวว่า ได้รับแจ้งจากสายลับว่าจะมีการลักลอบลำเลียงยาเสพติดของขบวนการกลุ่มผู้ค้ารายใหญ่จาก อ.ท่าอุเทน จว.นครพนมเตรียมมุ่งหน้าลงสู่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยใช้รถยนต์เก๋งยี่ห้อมาสด้า 3 สีขาวหมายเลขทะเบียน 4 กฎ 6759 กทม.และรถยนต์กระบะ ยี่ห้อ อีซูซุ สีดำหมายเลขทะเบียน ฌธ 6963 กทม.ในการลำเลียงจึงได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนเฝ้าระวังในการติดตามโดยใช้เทคโนโลยีระบบกล้อง REICEN PLAS ไลเซนร์เพลส
ต่อมา เมื่อวันที่ 8 มิ.ย.60 เวลาประมาณ 12.30 น. พบว่ารถยนต์ทั้ง 2 คันมุ่งหน้าลงสู่ภาคใต้จึงประสานไปยังเจ้าหน้าที่ประจำด่านตรวจถาวรสามร้อยยอด ตั้งด่านตรวจสกัดจับรถยนต์ต้องสงสัยทั้ง 2 คันที่วิ่งผ่านมา จึงส่งสัญญาณให้หยุดรถและขอทำการตรวจค้นรถยนต์กระบะ ยี่ห้ออีซูซุ สีดำ หมายเลขทะเบียน ฌธ 6963 กทม.ที่นายสุทัศเป็นผู้ขับขี่และนายคำรณนั่งมาในรถซึ่งเป็นรถนำทางจากการตรวจไม่พบสิ่งของผิดกฎหมาย ส่วนรถยนต์เก๋ง ยี่ห้อมาสด้า 3 สีขาวทะเบียน 4 กฎ 6759 กทม.ที่นายปฐมพร ขับขี่ตามมาเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนได้นำรถยนต์ไปเข้าเครื่อง X-Ray ที่ด่านศุลกากร ปราณบุรีพบของกลางยาบ้าจำนวน 456 มัดรวมประมาณ 912,000 เม็ดซุกซ่อนอยู่ในตู้ลำโพงหลังเบาะของรถยนต์คันดังกล่าว
จากการสอบสวน นายปฐมพร ให้การรับสารภาพว่าตนกับพวกรับจ้างจากนายทุนรายใหญ่ให้ขับรถยนต์ทั้ง 2 คันเพื่อนำยาบ้าไปส่งนายทุนที่ จ.สงขลา โดยตนและพวกได้รับค้าจ้างคนละ 50,000 บาท
โดยแจ้งข้อกล่าวหาว่า ”ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) ไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต”
จากนั้นนำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน บช.ปส.สอบสวนขยายผลติดตามผู้ร่วมขบวนการมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป





