ทหารเข้าร่วมดูแลวัดวังตะวันตก จากการตรวจสอบวัตถุโบราณ ศิษย์วัด ระบุยังไม่พบสร้อยสังวาลประดับพระพุทธรูปยืนปางอุ้มบาตร ชาวบ้านร้องปั้นรูปเณรตั้งในวัดในฐานะผู้ชำระวัด
ความคืบหน้าในการติดตามการคลี่คลายคดีฆาตกรรมสามเณรปลื้ม หรือศุภโชค เอกเกียรติกุล ยังคงเป็นไปอย่างต่อเนื่องภายหลังนากการตรวจสอบทรัพย์เก่าแก่ที่เก็บไว้บนชั้นสองกุฏิของพระเทพสิริโสภณ อดีตเจ้าอาวาสวัดวังตะวันตก และอดีตเจ้าคณะจังหวัดนครศรีธรรมราช กำลังพลจากมณทหารบกที่ 41 ได้เข้ามาร่วมทำความสะอาดตกแต่งสถานที่ภายในวัดครั้งใหญ่ โดยเฉพาะบริเวณกุฏิกลิ่นสะตอ ซึ่งเป็นเรือนกุฏิเก่าแก่อายุนับร้อยปีสถาปัตยกรรมแบบดั้งเดิมของภาคใต้
ส่วนการตรวจสอบวัตถุโบราณนั้นพระครูพรหมเขตคณารักษ์ เจ้าอาวาสไม่สามารถระบุได้ว่ามีจำนวนมากน้อยแค่ไหนเนื่องจากเดิมนั้นไม่มีทะเบียนและรายละเอียดของรายการทรัพย์สินต่างๆขณะเดียวกันยังมีหีบโบราณอีกหลายใบที่ยังไม่ถูกเปิด ขณะที่ศิษย์เก่าแก่ของวัดระบุว่าภาพของพระลากเก่าแก่เนื้อเงินแท้ๆนั้นไม่ปรากฏว่ามีสังวาลประดับอยู่ ซึ่งยังต้องหาต่อไปว่าสร้อยสังวาลประดับองค์พระยังอยู่หรือไม่
นอกจากนั้นของดั้งเดิมที่มีคุณค่าทางจิตใจของบรรดาศิษย์คือตะบันหมากเก่าแก่ของพระครูกาชาดพระเถราจารย์ที่มรณภาพไปแล้วราวเกือบ 100 ปี และงาช้างแกะสลักศิลปะแบบจีน มีอายุหลายร้อยปีเกี่ยวโยงกับเจ้าพระยานครน้อยยังปรากฎอยู่เช่นเดียวกัน ทั้งยังให้ข้อมูลอีกว่าก่อนที่นางสาวปิยฉัตรจะเข้ามาจัดการวัดทั้งหมด วัดมีเงินสะสมอยู่ในบัญชีหลายบัญชีรวมราว 40 ล้านบาท ซึ่งปัจจุบันนั้นเงินจำนวนนี้ไม่เหลืออยู่แล้ว
ช่วงบ่ายของวันนี้พันตำรวจโทวันชัย สุวรรณรัตน์ สารวัตรสืบสวน สภ.เมืองนครศรีธรรมราช นำกำลังเจ้าหน้าที่พร้อมหมายค้นศาลจังหวัดนครศรีธรรมราช เข้าทำการตรวจค้นบ้านเลขที่ 24 ซอยอัศวรักษ์ 2 ตำบลในเมือง อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นบ้านอีกหลังที่นางสาวปิยฉัตร อรุณสกุล (เจ๊บิว) และนายเด่นชัย ภูมินิยม เข้าออกและพักอยู่ในบางคราวโดยบ้านหลังมีผู้อาศัยเป็นญาติของนางสาวปิยฉัตรรวมทั้งบุตรชายของนางสาวปิยฉัตร ซึ่งการตรวจค้นพบสมุดบัญชีชองบุตรชายนางสาวปิยฉัตรและผู้อาศัยที่ระบุว่าเป็นเจ้าของบ้านที่แท้จริง เอกสารทางการเงินอื่นๆอีกจำนวนหนึ่ง รวมทั้งใบอนุโมทนาบัตรจำนวนมากโดยยังไม่ได้ใช้งาน ซึ่งมีฟอร์มลงนามรับเงินโดยพระเด่นชัย
นางกรองทอง บุญประกอบ ชาวตำบลปากนคร อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช ระบุว่าอยากให้วัดหรือผู้เกี่ยวข้องปั้นรูปสามเณรมาตั้งไว้ที่จุดถูกฝังเพื่อระลึกว่าการตายของสามเณรสามารถนำไปสู่การจับกุมและล้างอิทธิพลภายในวัดได้อย่างสิ้นซาก
ขณะความคืบหน้าในการคลี่คลายคดีนั้นเจ้าหน้าที่ยังคงเร่งการสืบสวนเชื่อมโยงบัญชีและเส้นทางการเงินของวัด ผู้ต้องหา และผู้เกี่ยวข้อง ซึ่งพบว่ามีเป็นจำนวนมาก ส่วนการติดตามผู้ที่ส่วนร่วมในการก่อเหตุและปกปิดซ่อนเร้นอำพรางศพอีกรายคือสามเณรคิงท์หรือนายคิงอายุ 17 ปีที่ยังหลบหนี




