ชาวบ้านห้วยหว้าสุดทน ร้องเรียนศูนย์ดำรงธรรม ตรวจสอบการใช้เงินของกองทุนหมู่บ้าน ของประธานกองทุน และเงินกู้ยืม ธกส.ที่ใช้ชื่อสมาชิกกองทุนหมู่บ้านค้ำประกันแต่ไม่ได้เงิน
ที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดหนองบัวลำภู นายธนากร อึ้งจิตรไพศาล ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองบัวลำภู ได้มอบหมายให้ นายกัมปนาทจักรวาลวิเวก ศรีพุทธา พัฒนาการจังหวัดหนองบัวลำภู พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ ได้มารับเอกสารและรับฟังปัญหาความเดือดร้อนของ ชาวบ้านห้วยหว้า ต.ศรีบุญเรือง อ.ศรีบุญเรือง จ.หนองบัวลำภู ประมาณ 80 กว่าคน ซึ่งนำโดย นายพิพม์พา พลงาม อายุ 63 ปี อยู่บ้านเลขที่ 130 หมู่ที่ 3 บ้านห้วยหว้า ต.ศรีบุญเรือง ร้องทุกข์ปัญหาการทำงานที่ไม่โปร่งใสของกองทุนหมู่บ้านห้วยหว้า หมู่ที่ 3 ตำบลศรีบุญเรือง อำเภอศรีบุญเรือง ซึ่งชาวบ้านเห็นว่า การทำงานของประธานกองทุนหมู่บ้านในการบริหารงานไม่มีความโปร่งใส มีการยักยอกทรัพย์ของกองทุนไปใช้หรือไม่
โดยก่อนหน้านี้ได้มีการจัดตั้งโรงผลิตน้ำประปาตามโครงการน้ำดื่มประชารัฐ ไปตั้งแต่วันที่ 8 มกราคม 2560 จนถึงขณะนี้ก็ยังไม่สามารถผลิตน้ำดื่มจำหน่ายให้กับประชาชนใช้ได้ แม้จะมีการเปิดอย่างเป็นทางการไปแล้ว เมื่อสอบถามก็ไม่ไดคำตอบว่าทำไมไม่มีการดำเนินการ บอกแต่ว่า เป็นอำนาจของประธาน เมื่อชาวบ้านขอดูบัญชี ขอตรวจสอบก็ผลัดวันไปเรื่อยๆ รวมทั้งเงินกองทุนหมู่บ้านกู้มาจาก ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ (ธกส.) จำนวน 2 ล้านบาท ที่ถูกนำไปใช้จ่ายไม่มีที่มาที่ไป มีการถอนเงินบัญชีสะสมทรัพย์ (บัญชี3) จำนวนประมาณ 2 ล้านบาท บัญชีสัจจะสะสมของสมาชิก 190 รายอีกกว่า 800,000 บาท ทำให้ชาวบ้านเกิดข้อเคลือบแคลงสงสัย ไม่รู้ว่าใช้จ่ายอย่างไร หาที่ไปที่มาไม่ได้ร่วม 5 ล้านบาท
ทำให้ชาวบ้านเกิดความสงสัยในพฤติกรรมการบริหารงาน เช่น การปกปิดบัญชี ไม่แจ้งรายละเอียด ไม่ประชุมสมาชิก งดการกู้ยืม จึงได้รวมตัวกันมาร้องทุกข์สภาพปัญหาให้ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดหนองบัวลำภู ได้ไปตรวจสอบสภาพข้อเท็จจริงให้กับชาวบ้านในครั้งนี้ด้วย ซึ่งหลังจากรับหนังสือและทราบปัญหาแล้ว โดยทางพัฒนาการจังหวัดหนองบัวลำภู กล่าวว่า จะได้นำเรื่องดังกล่าวรายงานให้กับทาง ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองบัวลำภู ได้รับทราบและจะได้มีการตั้งคณะกรรมการเช้าไปตรวจสอบ ซึ่งจะดำเนินการภายในอาทิตย์นี้
นายพิมพ์พา พลงาม แกนนำของชาวบ้านกล่าวว่า ที่ได้ร่วมกันกับชาวบ้านเดินทางมาในวันนี้เพื่อมาร้องทุกข์ ขอความเป็นเมตตาให้ทางจังหวัดได้ไปตรวจสอบ การเงินของกองทุนหมู่บ้านให้กับชาวบ้าน จากการทำงานที่ไม่โปร่งใส มีการยักยอกทรัพย์ ฉ้อโกงประชาชน บิดเบือนเอกสาร ไม่ยอมปฏิบัติงานทั้งที่ตัวเองเป็นประธาน โรงงานผลิตน้ำประปา ไม่มีเงินที่จะซื้อถังน้ำมาบริการประชาชน ติดค้างค่าล้าง ซึ่งในขณะนี้สิ่งที่ชาวบ้านหนักใจมากที่สุดคือ เงินกู้ จาก ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ จำนวน 2 ล้านบาท เมื่อคณะกรรมการร่วมไปขอดูบัญชีตัวเลข ว่ามีตัวเงินในบัญชีมีจริงหรือไม่ ก็หาว่าพวกผมไปบุกรุก ไปแจ้งความหาว่าบุกรุก ไม่ให้เข้าบ้าน มีแต่นัดหมาย นัดผัดวันประกันพรุ่งว่า อีกสองวัน สองเดือน เพื่อที่จะทำบัญชี ซึ่งเงินจำนวนนี้ เป็นการนำเอารายชื่อของสมาชิกกองทุนหมู่บ้านไปค้ำประกัน ธนาคารอนุมัติมาตั้งแต่ วันที่ 4 มกราคม 2560 แต่ขณะนี้ยังไม่ถึงมือประชาชนเลย ไปสอบถามว่าเงินยังเหลือไหม มันไปไหน ก็ตอบไม่ได้ ตรวจสอบไม่ได้ และก็บอกว่า เป็นอำนาจของประธาน




