งานเข้า..90ตำรวจหนาว! "ศรีวราห์" สั่งตรวจสอบ เหตุลงชื่อร่วมจับ "เปรี้ยว-เอิร์น-แจ้" 3สาวแก๊งฆ่าหั่นศพ ได้ปฏิบัติหน้าที่จริงหรือไม่
จากกรณีนายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย นำคำร้องยื่นผู้ตรวจการแผ่นดิน เพื่อตรวจสอบกรณีมีการเผยแพร่บันทึกการจับกุม น.ส.ปรียานุช หรือเปรี้ยว โนนวังชัย กับพวก โดยในบันทึกการจับกุม มีรายชื่อตำรวจมากกว่า 90 คนร่วมจับกุมนั้น มีข้อสังเกตจากสาธารณชน ว่า เจ้าพนักงานตำรวจที่ปรากฏรายชื่อในบันทึกการจับกุมกว่า 90 คนนั้น เป็นผู้ร่วมจับกุมจริงหรือไม่
ขณะเดียวกันเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยไม่ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ และได้ลงนามในบันทึกการจับกุมจริงทุกคนหรือไม่ หากไม่มีการร่วมจับกุมจริงมีความกังวลว่าอาจทำให้คดีเสียหายมาก ซึ่งในคดีอาญา ศาลจะใช้ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 227 วรรคสอง เป็นเหตุในการยกฟ้องได้
พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. เปิดเผยว่า หลังจากที่สื่อออนไลน์เปิดประเด็นในเรื่องดังกล่าว จึงออกคำสั่งที่ 0001(มค.) 481 ลงวันที่ 6 มิ.ย.2560 ให้ ผบก.ตม.5 สืบสวนข้อเท็จจริงตามข้อมูลแล้วรายงานให้ทราบว่า เป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือไม่ ซึ่งข้อเท็จจริงที่รับทราบมีรายชื่อตำรวจจำนวนมากหลายหน่วยงานในบันทึกจับกุม แต่การลงลายมือชื่อในท้ายการบันทึกจับกุมลงลายมือชื่อไม่ครบและร่วมจับกุมจริงหรือไม่ จึงจำเป็นต้องสืบสวนข้อเท็จจริง
อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่า เมื่อวันที่ 5 มิ.ย.ที่ผ่านมา พล.ต.ต.บัณฑิต ตุงคะเศรณี ผบก.ตม.5 ลงนามในคำสั่งที่ 37/2560 ตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงกรณีสื่อมวลชนและสื่อออนไลน์ ตั้งข้อสังเกตถึงความไม่เหมาะสมในการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตรวจ คนเข้าเมืองจังหวัดเชียงรายส่งผลให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของ สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
โดยมี ด.ต.รักสู้ คำรังษี และ ด.ต.สุธี ปันนาจา ผบ.หมู่ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดเชียงรายทำหน้าที่ควบคุมผู้ถูกกล่าวหาตามหมายจับ ซึ่งคำสั่งดังกล่าวระบุอีกว่า หากคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงตรวจสอบแล้วพาดพิงไปยังข้าราชการตำรวจนายใดว่ามีส่วนร่วมและส่วนเกี่ยวข้องให้รายงานให้ทราบโดยด่วน


