วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

เหยื่อเล่าระทึกฝ้าเพดานถล่ม เผยผอ.สนามบินภูเก็ตสั่งเร่งซ่อม

ผอ.การท่าอากาศยานภูเก็ต สั่งฝ่ายซ่อมบำรุงตรวจเช็คฝ้าเพดานทุกจุด และเร่งแก้ไขในจุดเสี่ยง ระบุยังจำเป็นต้องใช้งานอาคารส่วนนี้ไปอีกอย่างน้อย 2 เดือน ผู้บาดเจ็บถูกฝ้าเพดานสนามบินภูเก็ตหล่นใส่เล่านาทีระทึก

จากเหตุเกิดเหตุฝ้าเพดาน บริเวณประตูทางออกขึ้นเครื่องหมายเลข 81-82 (Bus Gate) อาคารผู้โดยสารภายในประเทศ (อาคารเก่า) ท่าอากาศยานภูเก็ต อ.ถลาง จ.ภูเก็ต เมื่อเวลาประมาณ 14.21 น. วันที่ 3 มิถุนายน 2560 ซึ่งพังร่วงหล่นลงมาใส่นายบัญชา สงวนนาม อายุ 59 ปี ชาว จ.ภูเก็ต ผู้โดยสารสายการบินนกแอร์ เที่ยวบินที่ DD 7507 เส้นทาง ภูเก็ต – ดอนเมือง ขณะนั่งคอยภายในห้องโถงพักคอยผู้โดยสารขาออก เพื่อรอจะเดินทางไปยังกรุงเทพมหานคร จนได้รับบาดเจ็บศรีษะแตก และเจ้าหน้าที่ท่าอากาศยานภูเก็ต ได้ทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้น ก่อนนำส่งรักษาที่โรงพยาบาลถลาง และส่งต่อมายังโรงพยาบาลกรุงเทพภูเก็ต

ความคืบหน้ากรณีดังกล่าว เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 4 มิถุนายน 2560 ที่ห้องพักผู้ป่วย โรงพยาบาล กรุงเทพภูเก็ต อ.เมือง จ.ภูเก็ต นางมนฤดี เกตุพันธุ์ ผู้อำนวยการท่าอากาศภูเก็ต (ทภก. ) ได้นำกระเช้าดอกไม้เข้าเยี่ยมเพื่อติดตามอาการบาดเจ็บ และแสดงความเสียใจกับนายบัญชา สงวนนาม สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมชี้แจงสาเหตุที่ฝ้าเพดานดังกล่าวร่วงหล่นลงมา และยืนยันยันว่ายินดีรับผิดชอบทุกอย่างอย่างเต็มที่ ขณะเดียวกันทางด้านนางสาวอโนมา วงษ์ ใหญ่ ผู้อำนวยการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานภูเก็ต และนางสาวรัชดาภรณ์ โออิน รักษาการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดภูเก็ต ในนามจังหวัดภูเก็ต ตลอดจนตัวแทนสายการบินนกแอร์ได้นำกระเช้าเข้าเยี่ยมเพื่อเป็นกำลังใจให้นายบัญชา สงวนนามด้วย

โดยนายบัญชา เล่าให้ฟังถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า ก่อนเกิดเหตุได้เดินทางมาถึงสนามบิน เพื่อไปเยี่ยมญาติที่กรุงเทพฯ และเมื่อเข้ามาที่เกรท (81-82) ก็ได้นั่งพักรออยู่บริเวณเก้าอี้อีกจุดหนึ่งห่างจากจุดเกิดเหตุไม่มากนัก ระหว่างนั้นมีครอบครัวของนักท่องเที่ยวชาวจีนซึ่งมีลูกเล็กๆ มานั่งใกล้ด้วยทำให้พื้นที่คับแคบ ประกอบกับผู้โดยสารชาวจีนที่นั่งอยู่บริเวณจุดเกิดเหตุได้ลุกออกไปขึ้นเครื่อง เพื่อขยับขยายพื้นที่ให้ครอบครัวชาวจีนได้นั่งสบายๆ และที่นั่งบริเวณจุดเกิดเหตุว่างอยู่ จึงย้ายมานั่งบริเวณจุดเกิดเหตุ โดยนั่งเพียงคนเดียว แต่จะมีกระเป๋าของนักท่องเที่ยวชาวจีนวางอยู่ และนั่งได้ประมาณ 10 นาที ปรากฏว่าได้ยินเสียงดังมากลักษณะคล้ายเสียงระเบิดและมีอะไรบางอย่างหล่นลงมาโดนศรีษะและหล่นลงที่พื้น ก็ไม่ได้สังเกตว่าเป็นอะไร แต่รู้สึกเจ็บที่ศรีษะและยังไม่รู้ว่ามีเลือดออก จึงได้ลุกจากที่นั่ง ปรากฏว่า มีเลือดไหลออกมาจำนวนมาก เจ้าหน้าที่ของการท่าฯ และสายการบินที่อยู่บริเวณนั้นได้เข้ามาดูแล พร้อมทั้งนำไปทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้นก่อนที่จะส่งต่อมาที่โรงพยาบาลถลาง ระหว่างนั้นก็คิดว่าเมื่อทำแผลก็จะกลับบ้านเลย

“เมื่อมาถึงโรงพยาบาลถลาง และแพทย์ได้ตรวจอย่างละเอียด พร้อมทำการเย็บแผล ซึ่งพบว่า มีแผล 2 จุด จุดแรกบริเวณใกล้กับหน้าผาก ซึ่งเป็นจุดที่มีเลือดไหลออกมาค่อนข้างมาก โดยแพทย์บอกว่า มีวัตถุที่มีความแหลมและคมตัดเส้นเลือดค่อนข้างลึก ทำให้เลือดไหลพุ่งออกมาจำนวนมาก และเห็นร่องรอยขูดที่บริเวณกระโหลก จึงได้ทำการเย็บไป 6 เข็ม กับอีกจุดบริเวณกลางศรีษะ ซึ่งจุดนี้น่าจะโดนก้อนปูนเย็บ 3 เข็ม จาการวินิจฉัยของแพทย์บอกว่า จากรอยขูดที่พบดังกล่าวจะต้องทำการเอ็กซเรย์ศรีษะอย่างละเอียด เพื่อดูว่าเป็นรอยร้าวของกะโหลกหรือไม่ เพื่อความปลอดภัย จึงได้ส่งตัวมารักษาต่อดังกล่าว ซึ่งจากการเอ็กซเรย์ไม่พบความผิดปกติแต่อย่างใด โดยมีเจ้าหน้าที่การท่าฯ คอยมาดูแลอย่างใกล้ชิด”

นายบัญชา บอกด้วยว่า ในช่วงที่อยู่โรงพยาบาลทางผู้อำนวยการ การท่าฯ ก็ได้มีการโทรศัพท์มาสอบถามอาการและขอโทษกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมสั่งให้เจ้าหน้าที่การท่าฯ คอยดูแลอย่างใกล้ชิด และแจ้งว่าการท่าฯจะรับผิดชอบในเรื่องค่าใช้จ่ายทั้งหมด กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นคิดว่าเป็นคราวเคราะห์ของตัวเอง และถือว่าเป็นเรื่องของอุบัติเหตุ ซึ่งไม่มีใครอยากให้เกิด และก็ไม่ได้ติดใจอะไร เพราะ ได้รับการดูแลจากการท่าฯ กับสายการบินเป็นอย่างดี ส่วนของตั๋วเครื่องบินได้รับแจ้งว่า หากจะเดินทางไปเมื่อไหร่ก็ให้แจ้งทางสายการบินไปเขาพร้อมที่จะดูแลในส่วนนี้ให้ และหากไม่มีอะไรคิดว่าเย็นนี้ (4 มิ.ย.60) ก็จะกลับบ้านเลย
ขณะที่นางมนฤดี เกตุพันธุ์ ผู้อำนวยการท่าอากาศยานภูเก็ต กล่าวภายหลังการเข้าเยี่ยมอาการของผู้บาดเจ็บ ว่า จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นดังกล่าว ลำดับแรกต้องขออภัยและแสดงความเสียใจกับคุณบัญชา สงวนนาม เป็นอย่างยิ่ง และต้องบอกว่าคุณบัญชาเป็นบุคคลที่น่ารักมาก และต้องขอขอบคุณในความกรุณา ซึ่งบอกว่าอุบัติเหตุเป็นเรื่องที่เกิดขึ้น แต่อย่างไรก็ตามในส่วนฐานะของผู้อำนวยการการท่าฯ ก็ต้องรับผิดชอบกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งจะดูแลในส่วนของผู้บาดเจ็บอย่างเต็มที่ จนกว่าจะเดินทางกลับบ้าน หรือเดินทางไปกรุงเทพฯ

“จากการตรวจสอบเบื้องต้น เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้น พบว่าเกิดขึ้นบริเวณเหนือฝ้าเพดานซึ่งเป็นคานที่ฉาบปูนไว้เสื่อมสภาพ และร่วงหล่นลงมาบนฝ้าจนทำให้รับน้ำหนักไม่ไหวจึงร่วงหล่นลงมาทั้งผืนดังกล่าว และจากการตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้น ทราบว่าอาคารหลังนี้มีการใช้งานมาเป็นเวลานาน โดยเป็นอาคารเดิมซึ่งการท่าฯ รับโอนมาจากกรมการบินพาณิชย์ เมื่อเดือนตุลาคมปี 2531 และทราบว่ามีการปรับปรุงมาแล้ว 3 ครั้ง ตามห้วงเวลาครั้งสุดท้ายเมื่อปี 2545 และจากการปรับปรุงครั้งสุดท้ายได้ใช้งานมาแล้วเป็นเวลา 15 ปี”

นางมนฤดี กล่าวด้วยว่า จากการตรวจสอบบนฝ้าเพดาน พบมีการฉาบปูน และพบรอยร้าวในหลายจุด ซึ่งได้สั่งการให้ฝ่ายบำรุงรักษาตรวจสอบทีละจุดอย่างละเอียดอีกครั้ง โดยจะใช้วิธีการเปิดตรวจสอบทีละจุด หากพบจุดไหนมีความเสี่ยงจะทำการปรับปรุงแก้ไขก่อน ส่วนไหนที่ไม่มีความเสี่ยงก็จำเป็นต้องใช้งานไปก่อน เนื่องจากอาคารส่วนนี้ยังจำเป็นต้องใช้งานในระหว่างรอการปรับปรุงอาคารอีกด้านซึ่งอยู่ระหว่างการปรับปรุง คาดว่าจะต้องใช้เวลา 2 เดือนจะแล้วเสร็จ และต้องกราบขออภัยอีกครั้งกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยจะพยายามแก้ไขและทำให้ดีที่สุด