วันอาทิตย์ ที่ 5 เมษายน 2569

Login
Login

ด่วน!สั่งประหารชีวิต 'ตั้ม-เอ๊กซ์' ฆ่าชิงไอโฟนบัณฑิต มศว

ด่วน!สั่งประหารชีวิต 'ตั้ม-เอ๊กซ์' ฆ่าชิงไอโฟนบัณฑิต มศว

ด่วน! ศาลอาญาสั่งประหารชีวิตสถานเดียว "ตั้ม-เอ๊กซ์" ฆ่าชิงไอโฟนบัณฑิต มศว. ชี้พฤติการณ์เป็นภัยร้ายแรง ทำผิดหลายครั้งยากที่จะปรับแก้นิสัย

ศาลอาญา พิพากษาให้ประหารชีวิตสถานเดียว นายกิตติกร หรือตั้ม วิกาหะ อายุ 26 ปี ชาวสระแก้ว ผู้ที่ใช้อาวุธมีดทำร้าย เป็นจำเลยที่ 1 และนายสุพัฒชัย หรือเอ๊กซ์ จันทร์ศรี อายุ 25 ปี ชาวอุทัยธานี คนขี่รถจักรยานยนต์ เป็นจำเลยที่ 2 ในคดีหมายเลขดำ อ.125/2560 ที่อัยการคดีอาญา 7 ได้ยื่นฟ้อง ความผิด 4 ข้อหาฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นเพื่อเอาไว้ซึ่งผลประโยชน์เพื่อปกปิดความผิดของตนหรือเพื่อหลีกเลี่ยงให้พ้นความผิดทางอาญา , ร่วมกันชิงทรัพย์ในเวลากลางคืนตั้งแต่ 2 คนขึ้นไปโดยใช้ยานพาหนะ ฯ และร่วมกันพกพาอาวุธมีดไปในเมืองฯ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 288 , 289 (7) , 339 , 371

ซึ่งทั้งชั้นสอบสวนและชั้นศาล ทั้งนายกิตติกรและนายสุพัฒนชัย ให้การรับสารภาพ โดยตลอดเวลาการดำเนินคดี จนถึงชั้นพิจารณาคดี ในศาล ทั้งนายกิตติกรและนายสุพัฒนชัย ไม่ได้ประกันตัว ซึ่งทั้งสองถูกคุมขังในเรือนจำพิเศษกรุงเทพโดยศาลไม่ลดโทษให้ เนื่องจากคดีนี้จำเลยจำนนต่อหลักฐานและวงจรปิด ขณะที่พฤติการณ์เป็นภัยร้ายแรง ทำผิดหลายครั้งยากที่จะปรับแก้นิสัย

ทั้งนี้ อัยการ ยื่นฟ้องเมื่อวันที่ 17 ม.ค.60 บรรยายพฤติการณ์สรุปว่า เมื่อวันที่ 4 ม.ค.60 เวลากลางคืน จำเลยที่ 1 ได้นั่งซ้อนท้ายรถ จักรยานยนต์ โดยมีจำเลยที่ 2 เป็นคนขี่ มาถึงบริเวณปากซ.สุคนธสวัสดิ์ 27 ถ.สุคนธสวัสดิ์ แขวง - เขตลาดพร้าว กทม.พบนายวศิน เหลืองแจ่ม กำลังถือโทรศัพท์มือถือยี่ห้อ ไอโฟน 6 ราคา 26,000 บาท จำเลยที่ 1 จึงใช้อาวุธมีดจี้ขู่เข็ญให้นายวศินยื่นโทรศัพท์ให้ แต่นายวศินต่อสู้ขัดขืน จึงถูกจำเลยที่ 1ใช้อาวุธมีดแทงทำร้ายนายวศินอย่างแรงหลายครั้งตามร่างกาย และลำคอจนถึงแก่ความตายแล้วชิงโทรศัพท์มือถือผู้ตายหลบหนีไป กระทั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามจับกุมจำเลยทั้งสองได้พร้อมของกลาง 5 รายการส่งพนักงานสอบสวนสน.โคกครามดำเนินคดี ชั้นสอบสวนจำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพโดยตลอด 

ทั้งนี้ ท้ายคำฟ้องอัยการโจทก์ระบุด้วยว่า จำเลยทั้งสองกระทำความผิดโดยอุกอาจไม่เกรงกลัวกฎหมาย และเป็นคดีสะเทือนขวัญประชาชน ทั้งหลังก่อเหตุคดีนี้ในวันเดียวกันจำเลยทั้งสองยังก่อเหตุชิงทรัพย์พื้นที่ สน.โชคชัย และก่อเหตุวิ่งราวทรัพย์ พื้นที่ สน.โคกครามด้วย และการกระทำของจำเลยนับเป็นภัยสังคม ซึ่งเหตุที่จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพในชั้นสอบสวนนั้นเพราะจำนนต่อหลักฐาน จึงขอให้ศาลพิพากษาลงโทษจำเลยทั้งสองสถานหนักด้วย ซึ่งวันนี้ ศาลได้เบิกตัวจำเลยทั้งสอง จากเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ มาเพื่อสอบคำให้การ