ตำรวจภาค 4 เผยกุญแจนำไปสู่การรวบตัวผู้ก่อเหตุฆ่าหั่นศพ "น้องแอ๋ม" ล่าสุดรวบ "เบนซ์" ได้แล้ว พร้อมออกหมายจับ "นางแจ้" เพื่อสาวร่วมก๊วนหั่นศพอีกคน
เมื่อเวลา 23.00 น. วันที่ 30 พ.ค.2560 ที่กองกำกับการสืบสวน 3 กองบังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 4 พ.ต.อ.พงศ์ฤทธิ์ คงศิริสมบัติ ผู้บังคับการสืบสวน 3 กองบังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 4 เปิดเผยภายหลังควบคุมตัวนายวศิณ นามพรม 1 ใน 5 ผู้ต้องหาที่ร่วมกันก่อเหตุฆ่า “น้องแอ๋ม” ก่อนอำพรางศพด้วยการหั่นร่างและยัดใส่ถุงและถังดำไปขุดหลุมฝังที่บริเวณบ้านโนนสง่า ต.คำม่วง อ.เขาส่วนกวาง จ.ขอนแก่น โดยมีชาวบ้านไปพบร่องรอยการฝั่งศพเมื่อวันที่ 25 พ.ค.2560
พ.ต.อ.พงศ์ฤทธิ์ เผยว่า ตั้งแต่วันเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตั้งแรงจูงใจในการก่อเหตุไว้ 4 ประเด็น คือ ชู้สาว ความขัดแย้งส่วนตัว ยาเสพติด และฆ่าชิงทรัพย์ ซึ่งจะเห็นว่าได้มีการเรียกสามทอมคนสนิทและญาติ รวมทั้งสามีของผู้ตายมาสอบปากคำ รวม 9 ปาก เพื่อที่จะหาความเชื่อมโยงว่าแรงจูงใจในการฆ่าผู้ตายในครั้งนี้มาจากสาเหตุเรื่องชู้สาวหรือไม่ แต่จากการสอบสวนผู้ที่เกี่ยวข้องทั้ง 9 คน ไม่พบพิรุธหรือความเกี่ยวข้องที่นำไปสู่การฆ่า เมื่อเป็นเช่นนั้นจึงเริ่มสืบสวนในประเด็นที่สอง คือ เรื่องความขัดแย้งส่วนตัว ซึ่งจากการสืบสวนก็พบว่าผู้ตายเคยมีคามขัดแย้งกับกลุ่มของนางสาวปรียานุช โนนวังชัย หรือ “เปรี้ยว” ในเรื่องยาเสพติด เมื่อปี 2559 เจ้าหน้าที่จึงเริ่มสืบหาข้อมูลจนพบเบาะแส ประกอบกับมีสายข่าวรายงงานให้ทราบตั้งแต่วันเกิดเหตุว่ามีประเด็นนี้เข้ามาเกี่ยวข้อง ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ก็ดูในเรื่องของการฆ่าชิงทรัพย์ด้วย เนื่องจากผู้ตายทำงานตอนกลางคืน อาจถูกจะโดนฆ่าชิงทรัพย์ได้ กระทั้งมีข้อมูลที่แน่ชัดว่าสาเหตุในการสังหารโหดในครั้งนี้มาจากความขัดแย้งในเรื่องยาเสพติด ประกอบกับผู้ตายมีประวัติเกี่ยวกับยาเสพติดด้วย จึงเริ่มหาเบาะแสของคู่ขัดแย้งและผู้ที่ใกล้ชิดกับนางสาวเปรี้ยว
กระทั้งทราบในเบื้องต้นว่ามีผู้ร่วมก่อเหตุ 5 คน คือ นางสาวปรียานุช โนนวังชัย หรือ เปรี้ยว นายวศิณ นามพรม หรือ วิน นางสาวจิดารัตน์ พรมคุณ หรือ เบนซ์หรืออ้อม นางสาวกวิตา ราชเดช หรือเอิน และหญิงสาวอีกหนึ่งคนชื่อเล่นว่า แจ้ (ไม่ทราบชื่อ – สกุลจริง) จึงได้ออกหาเบาะแส ซึ่งทราบว่าผู้ต้องหาได้หลบหนี จึงได้ออกหมายจับและจัดชุดเจ้าหน้าที่ออกติดตามตัว กระทั้งติดตามจับกุมตัวได้ 2 คน คือ นายวศิณ นามพรม หรือ วิน นางสาวจิดารัตน์ พรมคุณ หรือ เบนซ์หรืออ้อม โดยนายวศิณเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ โดยเริ่มตั้งแต่จุดที่ผู้ร่วมก่อเหตุพูดคุยกันก่อนก่อเหตุ ไปจนถึงจุดที่หั่นศพของผู้ตาย
“ หลังจากควบคุมตัวนายวศิณไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ได้นำตัวมาสอบสวนที่กองบังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 4 จากการสอบสวน นายวศิณให้การว่า ก่อนเกิดเหตุทั้ง 4 คน ได้นั่งดื่มสุรา และให้การเป็นผู้ขับรถยนต์ให้กับผู้ต้องหาอีก 4 คน โดยไปรับผู้ตายขึ้นรถในช่วง 05.00 น. ของวันที่ 23 พ.ค.2560 และยอมรับว่าเป็นคนขับรถพา 1 ในผู้ต้องหาไปซื้อเลื่อย และอุปกรณ์ในการหั่นและอำพรางศพ ช่วยเพื่อนห่อชิ้นส่วนของผู้ตาย รวมทั้งยกและนำร่างของผู้ตายที่ถูกยัดใส่ถังดำไปขุดหลุมฝัง แต่ให้การว่าไม่ได้เป็นคนร่วมลงมือหั่นร่างของผู้ตาย โดยในช่วงที่นางสาวเปรี้ยวทำการหั่นร่างผู้ตาย นายวศิณ ได้ออกมาสูบบุหรี่อยู่ข้างนอกรีสอร์ทที่ใช้เป็นสถานที่หั่นศพ ซึ่งเบื้องต้นทราบว่า หลังจากกลุ่มผู้ก่อเหตุนำร่างของผู้ตายมาที่รีสอร์ท ได้เริ่มหั่นศพในช่วงหลัง 08.00 น. ของวันที่ 23 พ.ค.2560 เพราะต้องไปหาอุปกรณ์ก่อน แต่อย่างไรก็ตามเรายังไม่ปักใจเชื่อคำให้การของผู้ต้องหา เพราะต้องยึดหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์เป็นหลัก เช่น ใครบ้างที่นั่งไปในรถในวันเกิดเหตุ ภาพจากกล้องวงจรปิด และหลักฐานอื่นๆ ”
พ.ต.อ.พงศ์ฤทธิ์ เผยอีกว่า นอกจากการสอบปากคำนายวศิณ เจ้าหน้าที่ยังได้สอบปากคำนางสาวจิดารัตน์ พรมคุณ หรือ เบนซ์ ที่ได้เข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจแบบเงียบๆ จากการสอบสวนทราบว่า ในวันเกิดเหตุนางสาวเบนซ์ ไม่ได้อยู่ในรถคันก่อเหตุ ซึ่งตรงกับคำให้การของนายวศิณ โดยในวันเกิดเหตุนางสาวเบนซ์อยู่ที่กรุงเทพมหานคร ย่านรามอินทรา โดยหลังก่อเหตุ ผู้ต้องหา 3 คน คือ นางสาวเปรี้ยว นายวศิณ และนางสาวเบนซ์ ได้เดินทางไปหานางสาวเบนซ์ หลังจากที่นำรถยนต์คันก่อเหตุไปส่งคืนเต็นท์เช่ารถในช่วงบ่าย ก่อนที่ทั้ง 3 คน จะนั่งรถโดยสารไปหานางสาวเบนซ์ที่ กทม. โดยนำทรัพย์สิน คือ โทรศัพท์มือถือ ยี้ห้อไอโฟน 6 ของผู้ตายไปด้วย
“ เมื่อผู้ต้องหาทั้ง 3 คนไปถึงที่พักของนางสาวเบนซ์ ได้นำโทรศัพท์มือถือให้นางสาวเบนซ์ไปขาย โดยบอกเพียงว่าไปก่อเหตุมา แต่ไม่ได้บอกว่าไปฆ่าคนตายมา นางสาวเบนซ์จึงนำไปขายที่ห้างสรรพสินค้าชื่อดังแห่งหนึ่งย่านรามอินทรา ในราคา 4,000 บาท แต่อย่างก็ตามจะต้องรอให้เจ้าหน้าที่ติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาสอบสวนให้ได้ทั้งหมดก่อน รวมทั้งผลการตรววจสอบทางนิติวิทยาศาสตร์ จากเจ้าหน้าที่วิทยาการ ซึ่งจากการตรวจสถานที่หั่นศพพบว่า มีร่องรอยของคราบเลือดมนุษย์ภายในห้องในรีสอร์ท”
เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตั้งข้อหาผู้ต้องหาทั้ง 5 คน ในข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่น ข้อหาผิดบังซ่อนเร้นอำพรางศพ และข้อหารับของโจร โดยคัดค้านการประกันตัว เนื่องจากเป็นคดีอุจฉกรรจ์ และผู้ต้องหามีพฤติกรรมการหลบหนี
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ภายหลังสอบปากคำผู้ต้องหาทั้ง 2 รายแล้วเสร็จ เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวไปที่สถานีตำรวจภูธรเขาสวนกวาง จ.ขอนแก่น เพื่อส่งตัวให้กับพนักงานสอบสวนเจ้าของคดี โดยมีรายงานว่า จะมีการนำตัวผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพที่จุดฝั่งศพของผู้ตาย บริเวณบ้านโนนสง่า ต.บลคำม่วง อ.เขาสวนกวาง จ.ขอนแก่น ในเวลา 11.00 น.ของวันนี้ (31 พ.ค.2560)

