แรงงานชาวเขากว่า 50 คน หอบลูกหอบหลานขอข้าววัดกินประทังชีวิต หลังถูกผู้รับเหมาก่อ ลอยแพไม่จ่ายค่าแรงหลายงวด จนไม่มีเงินซื้อข้าวกิน
ที่วัดบ้านร้อง ต.ชมพู อ.เมือง จ.ลำปาง กลุ่มผู้ใช้แรงงานทั้งชายและหญิง ซึ่งเป็นแรงงาน ที่ทำงานในไซด์งานก่อสร้างสำนักงานเทศบาลเมืองเขลางค์นครแห่งใหม่ ซึ่งตั้งอยู่บนถนนสายเลี่ยงเมือง เขตบ้านร้อง ต.ชมพู อ.เมือง จ.ลำปาง ส่วนใหญ่ชาวเขาเผ่ามูเซอ ประมาณ50คน ได้พากันหอบลูกหอบหลาน เดินเท้าออกจากไซด์งานก่อสร้าง มารวมตัวกันที่วัดบ้านร้อง เพื่อขอข้าวกินเพื่อประทังชีวิตเพราะว่าไม่มีเงินซื้อข้าวกิน เนื่องจากถูกผู้รับเหมาลอยแพปล่อยทิ้งให้อยู่ในไซด์งานและไม่ยอมจ่ายเงินค่าแรงมานานเกือบ 1 เดือน ทำให้แรงงานชาวเขาไม่เงินใช้จ่ายและซื้อข้าวกินที่สำคัญไม่มีเงินกลับบ้านจึงตัดสินใจพากันมาขอข้าววัดกินจนน่าเวทนาสงสาร
จากนั้นทางนายอนุกูล ฟูปลูก ประธานชุมชนบ้านร้อง ต.ชมพู อ.เมือง จ.ลำปาง หลังทราบข่าวจึงเดินทางมาที่วัดและให้การช่วยเหลือในเบื้องต้น โดยนำกลุ่มแม่บ้านมาหุงหาอาหารและน้ำดื่มให้แรงงานเหล่านี้กิน โดยได้ต้มข้าวต้มหม้อใหญ่ เลี้ยงแรงงานทั้งชายและหญิงรวมถึงเด็กๆกว่า 50 คน ซึ่งทุกคนแสดงอาการหิวข้าวก่อนจะตักข้ามต้นรับประทานอย่างเอร็ดอร่อย ส่วนใหญ่กินกันหลายถ้วยต่อคนเพราะว่าทุกคนหิวข้าวมาก
หลังรับประทานข้าวอิ่มทุกคนก็เริ่มผ่อนคลายและพากันนั่งอยู่บริเวณวัดเพือรอการช่วยเหลือ ซึ่งทางนายอนุกูล ได้ประสานนายไพฑูรย์ โพธิทอง นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองเขลางค์นคร ทราบเรื่องและรับปากเดินทางมากลุ่มผู้ใช้แรงงาน
ด้านนายตี๋ ทองภูผา อายุ 37 ปี อยู่บ้านแม่อายป่าแดง ม.9 ต.บ้านหลวง อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ หัวหน้ากลุ่มแรงงานฯ เปิดเผยว่า แรงงานทั้งหมดเหล่านี้เป็นชาวเขาเผ่ามูเซอ มาจาก จ.เชียงใหม่และเชียงราย ที่มาทำงานในไซด์งานก่อสร้างสำนักงานเทศบาลเมืองเขลางค์นคร ได้เกือบสองเดือนแล้ว มีทั้งหมดประมาณ 100 คน โดยมีนายจ้างผู้รับเหมาชื่อตามนามบัตร บริษัทวี แอนด์ วี คอนสตัครชั่น เอ็นเจียเนียริ่งชิชเท็ม จำกัด มีนายวัชระ บุตร เป็นผู้ว่าจ้างพวกเรามาทำงาน
โดยตกลงค่าจ้างรายวัน ช่างวันละ 500 บาท ส่วนกรรมกรทั่วไป วันละ 450 บาท โดยติดต่อผ่านสำนักงานแรงงานจังหวัดเชียงใหม่ ที่พวกตนได้ลงว่างงานไว้ หลังตกลงเรื่องค่าจ้าง ผู้รับเหมาก็เอารถมารับเพื่อมาทำงานที่ไซด์งานดังกล่าว แรกๆก็จ่ายเงินค่าแรงตรงตั้งแต่ต้นเดือนพฤษภาคมก็เริ่มไม่จ่ายค่าแรงและการก่อสร้างเริ่มหยุดเพราะว่าไม่มีวัสดุอุปกรณ์
นอกจากนี้ผู้รับเหมายัง บอกกับทุกคนว่าถึงไม่ได้ทำงานหากแสกนนิ้วก็จะได้ค่าจ้างตามที่ตกลงกันไว้ทำให้ทุกคนเชื่อใจ แต่เงินใช้จ่ายซื้อกับข้าวก็เริ่มหมด เริ่มพากันเก็บผักหาปูหาปลามาทำอาหารกินกันจนถังวันนี้ทุกคนยังไม่ได้ค่าแรง จึงตัดสินใจพากันมาขอข้าววัดกินเพื่อประทังชีวิต เนื่องจากไม่รู้จะพึ่งใครจะกลับบ้านก็ไม่มีเงินขึ้นรถกลับบ้าน
ต่อมาทางนายนายไพฑูรย์ โพธิทอง นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองเขลางค์นคร ได้เดินทางมาพบกลุ่มแรงงานพร้อมให้การช่วยเหลือในเบื้องต้นโดยให้ค่าอาหาร 10,000 บาท และในวันพรุ่งนี้ (22 พ.ค.) จะให้เงินเป็นค่ารถกลับบ้าน คนละ 500 บาท เพื่อให้เดินทางกลับบ้านไปก่อนส่วนค่าแรงจะได้ประสานผู้รับเหมาอีกครั้งหนึ่ง เพราะว่าต้องมีการประชุมสรุปการดำเนินการก่อสร้างสำนักงานเทศบาลฯเนื่องจากครบสัญญาการก่อสร้างแต่สำนักงานยังเสร็จซึ่งจะได้มีการดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป
ด้านนายอนุกูล ฟูปลูก ประธานชุมชนบ้านร้อง กล่าวว่า เมื่อมีคนตกทุกข์ได้ยากเดือนร้อนมาขอความช่วยเหลือ ตนในฐานะประธานชุมชนต้องให้การช่วยเหลือ ตั้งแต่วันนี้เงินที่นายนายไพฑูรย์ โพธิทอง นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองเขลางค์นครมอบให้เป็นค่าอาหารตนก็จะบริการจัดการให้กลุ่มแม่บ้านไปซื้อกับข้าวมาให้กลุ่มแรงงานเหล่านี่ได้รับประทานอย่างเต็มที่ และจะแจ้งให้พี่น้องชุมชนใครที่อยากช่วยเหลือสามารถแจ้งความประสงค์ได้ที่ตนซึ่งจะได้มอบให้กลุ่มแรงงานชาวเขาเหล่านี้ต่อไป





