วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

อนุสรณ์สถานอดีตทหารจีนชะงัก

โครงการก่อสร้างอนุสรณ์สถานอดีตทหารจีนคณะชาติกองทัพที่ 3 ต้องชะงัก เหตุบุตรสาวนายพลลี ขัดแย้งกับคณะกรรมการในฝ่ายต่างๆ ทั้งเรื่องเงิน-สถานที่

นางสาวภรณี ชัยศิริ และนางสาวฉวีวรรณ ชัยศิริ บุตรสาวของนายพลลี เหวินฮ้วน อดีตผู้นำทหารจีนคณะชาติกองทัพที่ 3 (ก๊กมินตั๋ง) นำสื่อมวลชนลงพื้นที่เพื่อดูสถานที่ก่อสร้างอนุสรณ์สถาน อดีตทหารจีนคณะชาติกองทัพที่ 3 (ก๊กมิงตั๋ง) ที่บ้านถ้ำง๊อบ หมู่ที่ 6 ต.หนองบัว อ.ไชยปราการ จ.เชียงใหม่

ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ บุตรสาวของนายพลลี เหวินฮ้วน นำอดีตทหารที่รบกับนายพลลี จำนวน 10 คนเดินทางไปที่สุสานนายพลลี เหวินฮ้วน จากนั้นไปสถานที่ก่อสร้างอนุสรณ์สถานบ้านถ้ำง๊อบ ที่มีอนุสรณ์สถานที่สร้างอยู่เดิม และที่จะสร้างใหม่อยู่ติดกัน พบว่าได้ก่อสร้างคืบหน้าไปมากเกินกว่า 50% แต่ขณะนี้มีปัญหาในเรื่องความขัดแย้งของคณะกรรมการและบุตรสาวของนายพลลีและอดีตทหารที่รบกับนายพลลีส่วนหนึ่งเกิดความขัดแย้งกับคณะกรรมการจัดสร้างอนุสรณ์สถานอดีตทหารจีนฯ รายอื่นอยู่ 

โดยบุตรสาวของนายพลลีทั้งสองคน ก่อนหน้านั้นได้ร้องเรียนไปที่ศูนย์ดำรงธรรมอำเภอไชยปราการ อ้างว่า ไม่ได้รับความเป็นธรรมจากศูนย์ดำรงธรรมอำเภอไชยปราการ จากนั้นไปร้องเรียนที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดเชียงใหม่ ถึงกรณีขัดแย้งหลายเรื่อง เช่นเงินงบประมาณในการก่อสร้างอนุสรณ์สถานฯ และเรื่องที่ก่อสร้างแล้วไม่เหมาะสมมีการแก้ไขกันบ่อยครั้ง และล่าสุดพบว่ากรรมการรายอื่นๆ ได้พยายามเปลี่ยนแปลงชื่อสถานที่สร้างอนุสรณ์สถานฯให้เป็นศาลเจ้าเป็นต้น

สำหรับปัญหาดังกล่าว ล่าสุดทางศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดเชียงใหม่ โดยนายประจวบ กันธิยะ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ปฏิบัติราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ทำหนังสือลงวันที่ 8 พ.ค.2560 ระบุว่าบุตรสาวของนายพลลี ทั้งสองคนได้ร้องเรียนศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดเชียงใหม่ เมื่อวันที่ 21 เม.ย.2560 ทางศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดเชียงใหม่ได้รับเรื่องแล้ว ได้สั่งการให้ศูนย์ดำรงธรรมอำเภอไชยปราการชี้แจงเรื่องดังกล่าวต่อทางจังหวัดแล้ว ผลเป็นอย่างไรจะแจ้งให้บุตรสาวของนายพลลีทราบต่อไป

นางสาวภรณี ชัยศิริ และนางสาวฉวีวรรณ ชัยศิริ บุตรสาวของนายพลลี ทั้งคู่บอกว่า ในช่วงที่รอทางจังหวัดแจ้งผลการชี้แจงของทางศูนย์ดำรงธรรมอำเภอไชยปราการในการชี้แจงกับจังหวัดเชียงใหม่อยู่นั้น ตนเห็นว่า ประชาชนคนไทยต้องได้รับทราบถึงการที่อดีตทหารจีนคณะชาติกองทัพที่ 3 (ก๊กมิงตั๋ง) ได้ต่อสู้เพื่อประเทศชาติ เมื่อจะสร้างอนุสรณ์สถานเพื่อทหารที่เสียชีวิตไปแล้วนั้นจะต้องสร้างให้สมเกียรติ และเหมาะสม แต่การดำเนินงานที่ผ่านมามีความขัดแย้ง เกิดความแตกแยก โดยคณะกรรมการบางคนไม่ให้ครอบครัวของนายพลลี เข้าไปมีบทบาทในการบริหารจัดการเรื่องเงินงบประมาณ และการจัดการก่อสร้างอนุสรณ์สถานด้านต่างๆด้วย เช่นการตกแต่งภายในไม่เหมาะสมและไม่สมเกียรติ และโครงสร้างการก่อสร้างไม่ถูกต้องตามแบบสากล จึงนำสื่อมวลชนลงพื้นที่พิสูจน์ความจริงวันนี้

นางสาวฉวีวรรณ ชัยศิริ บุตรสาวของนายพลลี กล่าวว่า ที่ติดใจคือกรณีจะจัดสร้างอนุสรณ์สถานอดีตทหารจีนคณะชาติกองทัพที่ 3 (ก๊กมินตั๋ง) แล้วให้รวมเป็นศาลเจ้าของพระจีนจากไต้หวันด้วย ทางครอบครัวตนในฐานะบุตรสาวนายพลลี และทหารที่สู้รบเคียงบาเคียงไหล่นายพลลีเห็นว่าไม่เหมาะสม ต้องการให้สร้างอนุสรณ์สถานอดีตทหารจีนฯ เท่านั้น

ส่วนกรณีที่ร้องเรียนไปศูนย์ดำรงธรรมอำเภอไชยปราการไปแล้ว ตนไม่เชื่อมั่น เพราะเชื่อว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมกรณีที่เชิญ ตนและเครือญาติพร้อมทหารของนายพลลีบางคนไปพบก็หวังว่าจะได้รับคำชี้แจงเรื่องกรณีที่ตนร้องขอความเป็นธรรมกับศูนย์ดำรงธรรมอำเภอไชยปราการที่ไม่เห็นด้วยกรณีที่มีความขัดแย้งในการสร้างอนุสรณ์สถานทหารจีนฯ แต่พบว่าวันที่ตนไปฟังคำชี้แจงมีประชาชนชาวจีนจากอำเภอต่างๆที่อยู่ใกล้เคียง อำเภอไชยปราการส่วนหนึ่ง และมีชาวไทยสัญชาติไทยใหญ่ มูเซอ ซึ่งไม่มีสัญชาติและเกี่ยวข้องกับญาติหรืออดีตทหารลูกน้องของนายพลดีแต่อย่างใด ได้เดินทางมาร่วมประชุมรับฟัง และลงรายมือชื่อเพื่อให้เป็นหลักฐาน เพื่อจะได้ดำเนินการสร้างอนุสรณ์สถานฯและศาลเจ้าต่อไป 

ในความคิดของตนเห็นว่า เป็นการพยายามจะให้ครอบครัวของตนไม่มีส่วนใน การจัดสร้างอนุสรณ์สถานทหารจีนฯดังกล่าวหรือไม่ และขณะนี้ใช้งบประมาณไป 8 ล้านบาท และยังไม่รู้ว่าจะใช้งบประมาณเท่าไหร่ถึงจะเสร็จสิ้น เงินได้มาจากที่ชาวไทยเชื้อชายจีนและเครือญาตินายพลลี และเครือญาติทหารของนายพลลี ระดมทุนกันก่อสร้างมาก่อนหน้านี้

ขณะเดียวกันได้มีคณะกรรมการบางคนจะหาเงินโดยวิธีไม่เหมาะสมมาจัดสร้างอนุสรณ์สถานฯตนก็ไม่เห็นด้วย ดังนั้นจึงเป็นเรื่องที่ตนไม่ไว้วางใจ จึงร้องไปที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดเชียงใหม่ เมื่อวันที่ 21 เมษายน 2560 ที่ผ่านมา

ด้านนายพิบูลย์ ใจโชคดียิ่งสกุล อายุ 69 ปี อดีตทหาร ซึ่งเป็นลูกเก่าของนายพลลี กล่าวว่า เป็นทหารมาตั้งแต่อายุ 15 ปี ได้ไปสู้รบเพื่อปกป้องประเทศชาติที่ดอยผาหม่น ผาตั้ง และอีกหลายแห่ง วันนี้เมื่อจะสร้างอนุสรณ์สถานผู้ที่เสียชีวิตรวมรบด้วยกันมาในอดีต และอยู่กับนายพลลี ที่เสียชีวิตไปแล้วนั้น เมื่อจะมีอนุสรณ์สถานเพื่อให้ลูกหลานได้มาศึกษาประวัติและมาเคารพบรรพบุรุษ แต่มาเกิดปัญหาขัดแย้งในการใช้เงินงบประมาณก่อสร้างและปัญหาต่างๆนั้น 

เนื่องจากมีคณะกรรมการบางคนได้เรี่ยไรจากทุนประเทศไต้หวัน ซึ่งมีผลประโยชน์อย่างอื่นแอบบแฝงหรือยังไรก็ไม่ทราบ รู้ข่าวเพียงคณะกลุ่มนั้นได้เงินสนับสนุนจากต่างประเทศหลายสิบล้านบาทด้วย ซึ่งทางพวกเราต้องการให้สร้างอนุสรณ์สถานของอดีตทหารเท่านั้นไม่อยากให้มาสร้างศาลเจ้าในบริเวณเดียวกัน ก็ต้องการให้ปัญหาต่าง ๆ ยุติโดยเร็วเพื่อจะเดินทางสร้างอนุสรสถานตามาเจตนารมณ์ของลูกหลานอดีตทหารคณะชาติกันต่อไป

อย่างไรก็ตาม สำหรับการลงพื้นที่รับฟังปัญหาในครั้งนี้ นางสาวฉวีวรรณ ชัยศิริ บุตรสาวของนายพลลี

เหวินฮ้วน และอดีตทหารที่รบกับนายพลลีแล้ว ต้องการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสั่งการให้ยุติปัญหาโดยเร็วและไม่ให้กลุ่มนายทุนที่เรี่ยไรหาเงินทุนสร้างศาลเจ้า ไม่ต้องมีส่วนเกี่ยวข้องกับการสร้างอนุสรณ์สถานอีกต่อไป