พระวัดชัยมงคลโต้ตกเป็นจำเลยสังคม!! หลังถูกกล่าวหาเลี้ยงกระต่ายไม่ดี ด้านนายสัตวแพทย์ลงพื้นที่ตรวจสอบ ชี้สัตว์กินดีอยู่ดี แนะปรับปรุงหลังคาบังแดด-ความสะอาด
จากกรณีในโซเชียลมีเดียได้นำภาพความเป็นอยู่ของกระต่าย ซึ่งเลี้ยงอยู่ภายในวัดชัยมงคล อ.เมือง จ.สมุทรปราการ พร้อมขอความช่วยเหลือ โดยอ้างว่าทางวัดเลี้ยงไม่ดี ผสมข้ามสายพันธุ์ คอกเลี้ยงสกปรก พร้อมเป็นห่วงเรื่องโรคและฝนนั้น
ล่าสุด ผู้สื่อข่าวได้ประสานไปทาง สำนักงานปศุสัตย์จังหวัดสมุทรปราการ นำโดย นายมนัสกิจ พลศรี นายสัตวแพทย์ ชำนาญการสำนักงานปศุสัตว์ จังหวัดสมุทรปราการ ได้ลงพื้นที่เข้าตรวจสอบพบว่า ภายในวัดชัยมงคล ถนนสุขุมวิท ต.ปากน้ำ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ ได้พบว่าภายในวัดดังกล่าวซึ่งมีพื้นที่กว้างขวาง ได้มีการเลี้ยงสัตว์ที่ชาวบ้านนำมาปล่อยทิ้งไว้จำนวนหลายชนิด ซึ่งมีการสร้างกรงแยกเลี้ยงเอาไว้หลายจุด ภายในคอกที่เลี้ยงกระต่าย ตามที่มีการนำภาพถ่ายมาโพลสในโลกโซเชียลมีเดีย มีกระต่างเลี้ยงอยู่ประมาณ กว่า 10 ตัว ซึ่งในคอกเดียวกันยังมีการเลี้ยงหนูตะเภา เลี้ยงไก่ และมีการทำการทำท่อและหลังคาเพื่อให้กระต่ายวิ่งหลบแดด ส่วนอาหาร พบว่า มีอาหารเม็ดและต้นหญ้าอ่อนตามปกติ โดยมีพระทองเปรว อภิปุญโย พระลูกวัดดังกล่าวรวมถึงพระรูปอื่น ๆ ได้ช่วยกันดูแล
ทั้งนี้ จากการสำรวจพบว่า ภายในคอกซึ่งมีรั้วรอบของชิด กว้างและยาวประมาณ 10 คูณ 5 เมตร ตั้งอยู่ติดกับกุฏิเจ้าอาวาส
พระทองเปรว ระบุว่า ก่อนหน้านี้เคยมีญาติโยมซึ่งอ้างว่าเป็นกลุ่มอนุรักษ์ เข้ามาขอกระต่ายไปเลี้ยงจำนวน 1 คู่ และเป็นกระต่ายที่ญาติโยมสนิทกับอาตมา ได้นำมาฝากเลี้ยงเอาไว้ จึงให้ไม่ได้ และทางวัดไม่ทราบเจตนาของโยมคนดังกล่าวว่า จะนำกระต่ายคู่นี้ไปทำอะไร ต่อมาทางโยมคนดังกล่าวก็ได้เข้ามาที่วัดอีกพร้อมกับนำตำรวจและหนังสือเอกสารมาแสดง แต่เมื่อทางวัดได้ตรวจสอบแล้วพบว่า ไม่ใช่เอกสารทางราชการและไม่ได้มีการระบุเจตนาว่า จะเอากระต่ายไปที่ไหน ทางอาตมาจึงปฏิเสธไป ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบแล้ว กระต่ายก็ถูกเลี้ยงในคอกตามปกติ ไม่ได้มีการทารุณ และก็เป็นสายพันธ์ธรรมดา ไม่ใช้สัตว์อนุรักษ์แต่อย่างใด จึงไม่สามารถเอาผิดกับทางวัดได้ อาตมาจึงเชื่อว่า อาจจะทำให้ทางญาติโยมคนดังกล่าวไม่พอใจจึงได้นำภาพกระต่ายในวัดไป โพสต์ลงโซเชียลเพื่อสร้างประเด็นความเสื่อมเสียให้กับทางวัด
ส่วนที่โยมคนดังกล่าว บอกว่า ทางวัดซื้อกระต่ายมาเลี้ยงนั้น อาตมาชี้แจงว่า ไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด สัตว์ทั้งหมดในวัด ไม่ว่าจะกระต่าย วัว หรือ สุนัข ทั้งหมด ทางวัดไม่เคยซื้อมา มีแต่ทางญาติโยมนำมาถวาย และมาปล่อย ทางวัดมีความเมตตา จึงต้องเลี้ยงดูไว้ สัตว์ทุกชนิดในวัด ทางผู้ใจบุญก็นำอาหารมาให้อยู่ ตลอด จึงทำให้ลดภาระของวัดลงไปบ้าง
"อาตมายืนยันว่า หากมีการทำเอกสาร ถูกกิจจะลักษณะ และระบุเจตนาให้ชัดเจนว่า มาจากหน่ายงานไหน และจะนำกระต่าย ไปทำอะไร อาตมา ก็ยินดีจะให้ เพราะเป็นการดีเสียอีกที่จะลดภาระให้กับวัด และอยากประชาสัมพันธ์ กับญาติโยมที่รักสัตว์ทั้งหลาย โปรดอย่างนำสัตย์ มาปล่อยเพื่อเพิ่มภาระให้กับ วัดอีกเลย"
ทางด้านนายมนัสกิจ กล่าวว่า หลังจากได้รับแจ้งจากสื่อ ทางเราก็ได้เดินทางลงพื้นที่ทันที จากการตรวจสอบดูแล้ว พบว่ารูปแบบการเลี้ยง โดยหลังพบว่ากระต่ายอยู่ดีกินดี และมีพื้นที่การเลี้ยงได้อย่างเหมาะสม ทางเราจึงได้แนะนำเรื่องของความสะอาดเพิ่มเติม และการปรับปรุงหลังคาบังแดด และให้นำสิ่งของไม่จำเป็นออกจากคอก จากนี้ปศุสัตว์ จะนำเวชภัณฑ์และวัคซีนมาฉีดให้ กับกระต่าย รวมถึงจัดเจ้าหน้าที่เข้ามาดูสุขภาพสัตว์ เป็นระยะ ส่วนเรื่องอาหารการกิน และสุขภาพ สัตว์ สมบูรณ์ดี ส่วนไก่ และ หนู ที่นำมาเลี้ยงรวมนั้น สามารถอยู่ด้วยกันได้ เพราะไม่ใช่สัตว์ที่ดุร้าย และโรคติดต่อนั้นก็คนละสายพันธ์กัน





