แม่หอบรูปสาวตกตึกตายที่บาห์เรน เข้าร้อง "ปวีณา" เชื่อลูกตายมีเงื่อนงำ
นางบุญ (นามสมมติ) อายุ 38 ปี จ.นครราชสีมา พร้อมญาติของน.ส.เกวรินทร์ (สงวนนามสกุล) อายุ 21 ปี หญิงสาวที่ตกตึกเสียชีวิตที่บาห์เรนนำหลักฐานเข้าร้องเข้าร้องทุกข์ต่อนางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรีตำบลลำผักกูด อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานีซึ่งคาดว่าเป็นการฆ่าตัวตาย แต่แม่ไม่เชื่อ และคิดว่าอาจมีเงื่อนงำ หลังส่งข้อความคุยกับลูกสาวแล้ว ลูกสาวบอกว่าถูกขัง จากนั้นได้ส่งข้อความกลับมาหาในทำนองสั่งเสียเป็นครั้งสุดท้าย
นางบุญ กล่าวว่า ลูกสาวซึ่งทำงานอยู่ร้านอาหารที่พัทยา ตัดสินใจไปทำงานเสิร์ฟเบียร์ที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งที่ประเทศบาห์เรน โดยยอมเป็นหนี้ค่าเดินทางถึง 190,000 บาท เมื่อไปถึงก็ทำงานใช้หนี้ แต่ระหว่างนั้นคิดจะย้ายสังกัด แต่ถูกจับได้จึงถูกขัง และให้อดอาหาร สาเหตุที่แม่รู้เรื่องนี้ เพราะแม่ส่งข้อความคุยกับลูกสาวผ่านทางเฟซบุ๊กหลายครั้ง ครั้งสุดท้ายก่อนขาดการติดต่อกัน ลูกสาวบอกว่าไม่ปลอดภัย คงไม่ได้กลับบ้าน ฝากดูแลหลานด้วย ถ้าชาติหน้ามีจริงเราคงได้เป็นแม่ลูกกันอีก
ต่อมาทราบว่าลูกสาวตกตึกอาการสาหัส และเสียชีวิตในเวลาต่อมา เชื่อว่าการเสียชีวิตของลูกสาวต้องมีเงื่อนงำอย่างแน่นอน เนื่องจากโทรศัพท์มือถือส่วนตัวของลูกก็ได้หายไป ตนเสียใจมากที่สูญเสียลูก เพราะลูกสาวเป็นกำลังหลักหาเงินเลี้ยงดูครอบครัว ซึ่ง น.ส.เกวรินทร์ ตั้งแต่เด็กเป็นคนสู้ชีวิต ก่อนหน้านี้มีสามีและลูกสาว 1 คน ซึ่งยังเล็กอยู่ก็ฝากให้แม่เลี้ยง และตัวเองก็ยอมลำบากไปทำงานเพื่อหาเงินจุนเจือ ซึ่งตนก็ต้องก้มหน้าเลี้ยงหลานต่อไป
นางบุญ กล่าวอีกว่า ตั้งใจที่จะนำศพลูกกลับมาประกอบพิธีทางศาสนาที่ประเทศไทย โดยหวังว่าจะได้เห็นหน้ากันเป็นครั้งสุดท้ายก็ยังดี ซึ่งทางกรมการกงสุลได้แจ้งว่าขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการตามขั้นตอน ซึ่งอาจจะต้องใช้เวาถึง2-3เดือน ส่วนเรื่องคดีก็ยังไม่ทราวบความคืบหน้า ตนหวังว่าหลักฐานที่มีอยู่อาจจะเป็นประโยชน์ในการคลี่คลายคดีจึงได้นำมามอบให้กับนางปวีณา เพื่อประสานช่วยเหลือหาสาเหตุการตายที่แท้จริงของลูกสาว
หลังรับเรื่องร้องทุกข์ นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาฯ กล่าวว่า ทางกระทรวงต่างประเทศได้ดูแลช่วยเหลือทางญาติของน.ส.เกต ในการประสานรับศพกลับ และชี้แจงขั้นตอนเป็นอย่างดี ส่วนกรณีที่ญาติสงสัยสาเหตุการตายนั้น ทางมูลนิธิปวีณาฯ จะขอให้ตำรวจสากลช่วยประสานอีกทางหนึ่ง
โดยนางปวีณา ได้ประสาน พล.ต.ต.อภิชาติ สุริบุญญา ผู้บังคับการกองการต่างประเทศ ในฐานะหัวหน้าตำรวจสากลประเทศไทย และพร้อมจะมอบหลักฐานทุกอย่างที่ น.ส.เกต พูดคุยกับแม่ไลน์ขอความช่วยเหลือและสั่งลาแม่ ทั้งหลักฐานสำคัญเป็นรูปผู้ชายที่น.ส.เกต ส่งมาให้แม่ แจ้งว่าเป็นหัวหน้าใหญ่และเป็นผู้คุม เพื่อเป็นหลักฐานและเป็นข้อมูลในการสืบสวนร่วมกับตำรวจบาห์เรนตรวจสอบหาข้อเท็จจริงสาเหตุการเสียชีวิตของน.ส.เกต
พร้อมประสาน พล.ต.ต.กรไชย คล้ายคลึง ผู้บังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ ร่วมให้การช่วยเหลือตรวจสอบข้อเท็จจริง รวมถึงนายธาตรี เชาวชตา ผู้อำนวยการกองคุ้มครองและดูแลผลประโยชน์คนไทยในต่างประเทศ กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ ในการดำเนินการนำศพ น.ส.เกต กลับมาประเทศไทยตามที่ญาติร้องขอต่อไป
ส่วนประเด็นที่ทางญาติของน.ส.เกต สงสัย คือ1.หลังเกิดเหตุทางเจ้าหน้าที่ตำรวจบาห์เรนได้ดำเนินการอย่างไรบ้าง 2.ได้มีการตรวจหาหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์หรือไม่ 3.ได้ดำเนินคดีกับนายหน้า(แม่แท็ก)หรือไม่ 4.และสามีของนางเกวรินทร์นายหน้า เป็นตำรวจหรือไม่ 5.ความคืบหน้าคดีเป็นอย่างไร
พร้อมกันนี้ฝากเตือนหญิงไทยทุกคนที่คิดจะไปทำงานในต่างแดนควรตรวจสอบข้อมูลให้แน่ชัดก่อนตัดสินใจเดินทาง เพราะแท้จริงแล้วไม่มีที่ไหนจะอยู่สบายเหมือนบ้านเรา และคงไม่มีงานสบายที่จะได้เงินครั้งละมากๆ.

