ผู้ว่าฯ อุตรดิตถ์ แถลงถูกตัดต่อภาพโยงไปใส่คลิปลวนลามพนักงานหญิงร้านอาหารในต่างประเทศ เผยพบผู้อยู่เบื้องหลัง เตรียมเอาผิดตามพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์
ที่ห้องรับรองผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ ชั้น5ศาลากลางจังหวัดอุตรดิตถ์ สื่อมวลชนส่วนภูมิภาคและ สื่อท้องถิ่น เดินทางมาเพื่อรอการแถลงข่าว ภายหลังนายพิพัฒน์ เอกภาพันธ์ ผู้ว่าฯจ.อุตรดิตถ์อดีตผู้ว่าฯจ.แม่ฮ่องสอน ได้แจ้งผ่านLineกลุ่มอุตรดิตถ์พัฒนา ที่มีสมาชิกทั้งส่วนราชการ ภาคเอกชน และสื่อมวลชนจังหวัดอุตรดิตถ์ กว่า243คน ว่ากำหนดการแถลงข่าว เรื่องการที่มีผู้ไม่หวังดีต้องการทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อถึงเวลา นายพิพัฒน์ ได้เปิดแถลงข่าวเพียงคนเดียว และใช้เวลาในการแถลงข่าวและตอบคำถามนักข่าว ประมาณ5นาทีก่อนจะขอตัวร่วมประชุมต่อ
โดยนายพิพัฒน์ กล่าวพร้อมชูภาพนิ่งจากคลิปข้าราชการจีนลวนลามพนักงานหญิงร้านอาหารแห่งหนึ่ง ว่า ได้มีขบวนการพยายามทำลายชื่อเสียงของข้าราชการระดับสูง โดยการนำภาพผู้ว่าฯ จังหวัดในชุดสายสะพายเต็มยศ ไปใส่กับภาพจากคลิป ข้าราชการจีนลวนลามพนักงานหญิงในร้านอาหาร และภาพที่มีชายสูงวัยกับหญิงแก็งค์นกฮูก ได้นำภาพเผยแพร่ไปทั่วประเทศ โดยไม่ทราบว่าขบวนการนี้มีจุดประสงค์เพื่อการใด แต่ได้ทำลายชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น ถูกเหยียดหยาม ถูกเกลียดชัง จากพ่อแม่พี่น้องทั่วประเทศ ถือเป็นการกระทำผิด พรบ.คอมพิวเตอร์
ส่วนตัวได้ตรวจสอบแล้วและพบต้นตอ ซึ่งจะสาวไปถึงผู้อยู่เบื้องหลังได้ ขณะนี้ได้รวบรวมหลักฐานดำเนินคดีต่อไป แต่ไม่ขอเปิดเผยรายละเอียดเกรงจะเสียงรูปคดี ให้ขึ้นอยู่กับกระบวนการยุติธรรมไป เบื้องต้นรู้คนทำ และอย่าได้ โพสภาพดังกล่าวต่อๆไปการปฏิบัติหน้าที่ อีกซึ่งจะมีความผิด พรบ.คอมพิวเตอร์ ตนมีความมุ่งมั่น พัฒนา งานด้านชลประทานพัฒนาการเกษตรได้งบประมาณกว่า300ล้านบาท เป็นอันดับ1ของประเทศในการดำเนินโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจยกศักยภาพหมู่บ้าน โครงการ250,000บาท รวมทั้งการเบิกจ่ายงบประมาณโดยภาพรวมของจังหวัด อยู่ในอันดับTOP 10และเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาที่ดินของชาว อ.ท่าปลา ที่เสียสละที่ดิน ที่อยู่อาศัยสร้างเขื่อนสิริกิติ์ ล่าสุด ประชาชน1013รายได้รับการจัดสรรที่ดินกว่า7พันไร่”
ผู้สื่อข่าวถาม รู้สึกท้อหรือไม่หลังมีกระแสข่าวค้าบริการทางเพศ นายพิพัฒน์ ตอบและอมยิ้มนิดๆว่า ไม่เคยท้อ เรามาทำงานให้รัฐบาล บำบัดทุกข์บำรุงให้ประชาชน ก็ทำมาตลอด แม่กระทั้งการพัฒนาตลาดการค้าชายแดนไทยลาวภูดู่ อ.บ้านโคก การท่องเที่ยวและอื่นๆมากมาย
ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า ท่านยืนยันได้หรือไม่ว่า ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องการค้าบริการเด็ก นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ตนได้โพสในเฟสบุ๊คส่วนตัวไปแล้ว เป็นไปตามข้อความดังกล่าว และยืนยันว่า ไม่มีผู้ว่าราชการจังหวัดคนใดกระทำเรื่องแบบนี้แน่นอน และยินดีให้กระบวนการยุติธรรมตรวจสอบ อยากให้รอคำตอบจากกระบวนการยุติธรรม ส่วนการรวบรวมหลักฐานเพื่อดำเนินคดีกับกลุ่มขบวนการที่ตัดต่อภาพของตนนั้น คงใช้เวลาไม่นาน พร้อมแจ้งความคืบหน้า อย่างไรก็ตามอยากให้ทุกฝ่ายหันมามาร่วมมือกันพัฒนาบ้านเมือง เพราะยังมีปัญหาอีกมากมายที่รอการแก้ไข
ผู้สื่อข่าวถาม ท่านคิดว่าเหตุใดที่ถูกดิิสเครดิต นายพิพัฒน์กล่าวสั้นๆก่อนจะจบการแถลงข่าวว่า อาจเกิดจากความไม่ชอบ ตนไม่มั่นใจว่าไปทำอะไรให้เกิดความไม่พึ่งพอใจหรือขัดผลประโยชน์ใคร




