ตำรวจนครศรีธรรมราช ยังไม่ยืนยันขบวนการการขนย้ายชาวเมียนมา จำนวน 35 ราย เป็นขบวนการค้ามนุษย์หรือไม่ ส่งศาลฝากขังไว้ก่อนแล้ว
วันที่ 6 พ.ค.60 พ.ต.ท.โสภณ จำนงนิตย์ รองผู้กำกับการ หัวหน้าพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช เร่งนำตัวชาวเมียนมา จำนวน 35 ราย ไปส่งยังศาลแขวงนครศรีธรรมราช เพื่อทำการขออำนาจศาลฝากขังไว้ก่อน โดย 8 รายในจำนวนนี้ ต้องนำตัวส่งศาลเด็กและเยาวชนจังหวัดนครศรีธรรมราช แบ่งออกเป็นชาย 4 ราย และหญิง 4 ราย เนื่องจากมีอายุต่ำกว่า 16 ปี
พ.ต.ท.โสภณ ระบุว่า ยังไม่สามารถสอบสวนขยายผลได้มากนัก เนื่องจากต้องนำตัวส่งศาลก่อน และจะต้องมีการเข้าไปสอบสวนอีกครั้ง ในวันจันทร์ ที่ 8 พฤษภาคม เวลา 10.00 น.ยังที่ควบคุมที่ศาลกำหนด โดยมีเจ้าหน้าที่ทุกส่วนที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม เพื่อชี้ว่าพฤติการณ์แห่งคดีจะเป็นการค้ามนุษย์หรือไม่
ขณะที่หนึ่งในชาวเมียนมา ระบุว่า ได้จ่ายเงินให้กับนายหน้าในประเทศเมียนมาแล้วจำนวน 6,500 บาท เพื่อเดินทางไปยังมาเลเซีย โดยได้ถามนายจ้างที่มาเลเซียแล้วว่า ให้เดินทางไปได้ จึงเดินทางไป เมื่อไปถึงแล้วจะต้องจ่ายที่เหลือที่เมียนมา
อย่างไรก็ตามข้อมูลนี้สอดคล้องกับแหล่งข่าว ซึ่งเป็นทีมสืบสวนในคดีค้ามนุษย์ เมื่อปี 2558 ยืนยันว่า ขบวนการได้ปรับเปลี่ยนวิธีการใหม่ พยายามหลีกเลี่ยงการจัดหาหรือล่อลวงชาวเมียนมา ซึ่งเสี่ยงต่อความผิดในข้อหาค้ามนุษย์ ซึ่งมีโทษรุนแรง แต่จะใช้วิธีใหม่ร่วมกับนายหน้าในประเทศเมียนมา เชิญชวนให้กับผู้ที่สนใจจะไปทำงานในมาเลเซีย หรือไทย ที่มีเครือญาติอยู่แล้ว โดยนายหน้าชาวเมียนมาจะนำมาส่งให้กับขบวนการ ซึ่งเป็นคนไทยในการขนย้ายหลบหลีก ที่มารอรับอยู่ตามแนวตะเข็บแนวชายแดนระหว่างประเทศไทยและเมียนมา ซึ่งจะต้องเสียค่าใช้จ่ายก่อน 50 เปอร์เซ็น
หลังจากนั้นจะนำตัวไปส่งยังที่หมายและเมื่อไปถึงเรียบร้อยแล้วจะมีการเรียกเก็บค่าหัวส่วนที่เหลือที่บ้านในประเทศเมียนมาร์ซึ่งจะสร้างรายได้ให้อย่างมหาศาลกับขบวนการ โดยจะมีการเปลี่ยนเส้นทางผ่านในไทยตลอดเพื่อหลีกเลี่ยงเจ้าหน้าที่ ส่วนใหญ่จะเน้นไปทำงานยังประเทศมาเลเซีย ในกลุ่มงานสวนยางและสวนปาล์ม โดย 35 รายที่ถูกเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวไว้ได้นั้นจะต้องเสียค่าเดินทางรายละ 15,000 บาท ชาวพม่ากลุ่มนี้จึงมีค่าใช้จ่ายผ่านนายหน้ารวมถึงกว่า 520,000 บาท และเมื่อมาถึงนครศรีธรรมราช รถที่นำทางพบตำรวจตั้งด่านทั้งหมดจึงถูกนำไปทิ้งนากุ้งร้างคนขับรถได้พากันหลบหนีไป ขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้เข้าติดตามกล้องวงจรปิดตามรายทางแล้ว




