วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

กลัวเมียกว่าตร. เหตุอ้างถูกปล้นที่แท้เอาเงินไปเลี้ยงกิ๊ก

ตร.จับหนุ่มอ้างถูกปล้นแล้ว แต่กลับใช้เงินค่าหวยกว่า 1 หมื่นบาท ไปเลี้ยงกิ๊ก เผยรับกลัวเมียกว่ากลัวตำรวจ


เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 5พ.ค.2560 พ.ต.อ.ชวิศ ศรีจันทร์ รอง ผบก.ภ.จว.อุดรธานี, พ.ต.อ.ภูมิวิทย์ เวชกามา ผกก.สภ.เมืองอุดรธานี, พ.ต.อ.วิธ มุทสินธุ์ ผกก.สส.ภ.จว.อุดรธานี, พ.ต.ท.พัฒนศักดิ์ อาณัติอักษร สว.สส.ภ.จว.อุดรธานี, นำตัว นายธีระพงศ์ สุวรรณ อายุ 33 ปี ชาวหนองบัวใต้ อ.ศรีบุญเรือง จ.หนองบัวลำภู มาสอบสวนปากคำที่ สภ.เมืองอุดรธานี หลังจากโทรศัพท์แจ้ง 191 ว่าถูกคนร้ายปล้นทรัพย์

พ.ต.อ.ชวิศ กล่าวว่า เมื่อเวลา 20.00 น. วันที่3พ.ค. นายสุวรรณ ได้โทรศัพท์แจ้งศูนย์วิทยุ 191 ว่าถูกคนร้าย6คน ดักปล้นทรัพย์ ที่บ้านหนองโอน ถนนอุดรธานี–กุดจับ ต.เชียงพิณ อ.เมือง จ.อุดรธานี เมื่อตำรวจออกไปตรวจที่เกิดเหตุ ไม่พบผู้เสียหาย จนเวลา 09.20น. วันที่4พ.ค. นายสุวรรณ ได้เดินทางมาแจ้งความต่อ พ.ต.ต.แดนชัย มูลป้อม สารวัตรสอบสวน สภ.เมืองอุดรธานี ว่า ขณะขับขี่รถกลับมาจาก อ.กุดจับ จ.อุดรธานี ถึงที่เกิดเหตุมีคนร้ายเป็นชาย6คน ขี่รถจักรยานยนต์3คัน ประกบเอามีดจี้ให้จอดรถ แล้วใช้ขวดตีศีรษะ ชิงกระเป๋าสะพายมีเงินสด 17,300 บาท พระเครื่อง30องค์ มือถือและเอกสารทางราชการหลบหนีไป

เมื่อนำตัวนายสุวรรณ มาสอบสวน พบคำให้การมีพิรุธ ในที่สุดนายสุวรรณยอมรับสารภาพว่า โกหกว่าโดนปล้น โดยมีอาชีพขายหวยใต้ดิน เช่าบ้านลักลอบเปิดร้านขายหวยใต้ดินกับภรรยาที่ตลาดไทยศิริ บ้านนาทราย ต.หนองนาคำ อ.เมือง จ.อุดรธานี หลังหวยประจำวันที่2พฤษภาคม ออกต้องเก็บเงินไปส่งเจ้ามือ โดยภรรยาไว้วางใจให้เป็นคนเก็บเงิน 17,300 บาท โดยไม่รู้ว่าตนได้แอบมีกิ๊กที่อ.กุดจับ

นายสุวรรณ บอกว่า วันที่ 3พ.ค. ได้ขับขี่รถจักรยานยนต์ไปเก็บเงินค่าหวยกับลูกค้า แล้วโอนเงินไปให้เจ้ามือ 5,000 บาท เหลือ12,300บาท ต้องนำไปให้ภรรยา แต่รับกิ๊กไปเที่ยว เลี้ยงอาหารหมด 12,300 บาท ขณะขี่รถกลับบ้านกลัวภรรยาจะถามหาเงินที่เหลือ กลัวภรรยามากกว่ากลัวตำรวจ จึงได้วางแผนว่าโดนปล้นเงิน และโทรศัพท์ไปแจ้ง 191 แต่เมื่อกลับถึงบ้านคิดว่าจะต้องทำให้แนบเนียน จึงมาแจ้งความลงบันทึกประจำวันที่โรงพัก นำกลับไปให้ภรรยาดูเพื่อให้เชื่อ แต่วันนี้เมื่อตำรวจเรียกตัวมาสอบสวน ทำให้ตนตอบคำถามไม่ได้ จนต้องยอมรับสารภาพว่า ได้โกหกแจ้งความเท็จ ไม่ได้โดนปล้นจริง

พ.ต.อ.ชวิศ เปิดเผยว่าการแจ้งความเท็จว่าโดนปล้นทรัพย์ ถือเป็นคดีอุกฉกรรจ์ ซึ่งยอมความไม่ได้ ผิดตามมาตรา173 แจ้งข้อความแก่พนักงานสอบสวน หรือเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจ มีโทษจำคุก ไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 6000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ซึ่งศูนย์วิทยุ191ตำรวจภูธรจังหวัดอุดรธานี ได้รับโทรศัพท์แจ้งเหตุวันละ 900-1,000 สาย แต่มีเรื่องจริงประมาณ15เรื่อง เรื่องบริการประชาชน30เรื่อง นอกนั้นจะเป็นโกหก เรื่องเท็จ หลอกตำรวจ ทำให้ผู้ที่มีความเดือดร้อนจริงๆ เสียโอกาส เช่น คดีอุบัติเหตุอาจเสียชีวิต จึงขอร้องวิงวอนให้ประชาชนอย่าแจ้งเรื่องเท็จ ให้หยุดพฤติกรรมนี้