วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ชาวบ้านวอนทนายดัง รื้อคดีรุกป่า ชี้2ผัวเมียสุดรันทดยากจน

ชาวบ้านหนองกุงไทย จ.กาฬสินธุ์ วอนทนายสงกรานต์รื้อคดีช่วยสองสามีภรรยา เผยอดีตสุดรันทด ฐานะค่อนข้างยากจน

จากกรณีคดีดัง นายอุดม ศิริสอน อายุ 54 ปี และนางแดง ศิริสอน อายุ 51 ปี สองสามีภรรยา ชาวบ้านหนองกุงไทย ม.4 ต.โนนสะอาด อ.ห้วยเม็ก จ.กาฬสินธุ์ ถูกเจ้าหน้าที่ป่าไม้จับกุมในข้อหาร่วมกันบุกรุก แผ้วถาง ก่อสร้าง ทำไม้ ยึดถือครอบครอง หรือกระทำด้วยประการใดๆ อันเป็นการกระทำให้เสื่อมสภาพป่าสงวนแห่งชาติโดยไม่ได้รับอนุญาต,ทำไม้หวงห้ามโดยไม่ได้รับอนุญาต,ร่วมกันมีไว้ในครอบครองซึ่งไม้หวงห้ามอันยังมิได้แปรรูปโดยไม่มีรอยตรารัฐบาลโดยไม่ได้รับอนุญาต(ป่าสงวนแห่งชาติดงระแนง) เมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม 2560 ที่ผ่านมา ศาลฎีกาพิพากษาจำคุกสองสามีภรรยา คนละ 5 ปี ขณะที่ทนายความประกาศยื่นเรื่องรื้อฟื้นคดีใหม่ภายในสัปดาห์หน้าและสำนักงานยุติธรรม จ.กาฬสินธุ์ก็พร้อมที่จะยื่นประกันตัวหากมีการรื้อคดี

เมื่อวันที่ 4 พ.ค. 60 ที่บ้านหนองกุงไทย ม.4 ต.โนนสะอาด อ.ห้วยเม็ก จ.กาฬสินธุ์ ซึ่งเป็นบ้านนายอุดม ศิริสอน อายุ 54 ปี และนางแดง ศิริสอน อายุ 51 ปี โดยภายหลังศาลฎีกาพิพากษาจำคุกสองสามีภรรยา คนละ 5 ปี และขณะนี้ถูกส่งตัวเข้าไปคุมขังภายในเรือนจำ จ.กาฬสินธุ์ พบว่าบ้าน 2 ชั้น ครึ่งปูนครึ่งไม้ มีรถบรรทุก 6 ล้อ สภาพเก่า ติดสติ๊กเกอร์ ข้อความ “รับยกบ้าน”ไว้ข้างรถจอดอยู่ข้าง บริเวณหน้าบ้านมีรถไถนาเดินตาม รถจักรยานยนต์สภาพเก่าและมีคอกวัว

โดยบ้านถูกปิดไว้ไม่มีใครอยู่ เนื่องจากนางสาย ภูเชิดสาย น้องสาวนางแดง ศิริสอน ซึ่งอาศัยอยู่ด้วยกันที่บ้านหลังดังกล่าวนำวัวออกไปเลี้ยงตั้งแต่เช้า ส่วนญาติๆก็เดินทางไปเยี่ยมนายอุดม และนางแดง ที่เรือนจำ จ.กาฬสินธุ์ ทั้งนี้ชาวบ้านและเพื่อนบ้านยังคงต่างนั่งจับกุมพูดคุยถึงเรื่องดังกล่าว โดยส่วนใหญ่ต่างแสดงความสงสารสองสามีภรรยา เนื่องจากในอดีตมีชีวิตครอบครัวที่รันทด ฐานะทางบ้านค่อนข้างมีอาชีพยากจน หาเช้ากินค่ำ และมีปัญหาทางสุขภาพ พร้อมวอนให้ทนายสงกรานต์ อัจฉริยะทรัพย์ยื่นเรื่องเพื่อขอรื้อฟื้นคดีใหม่

นายรวม ภูเชิดสาย อายุ 62 ปี ซึ่งเป็นลูกพี่ลูกน้องกับนางแดง กล่าวว่า ในอดีตที่ผ่านมานายอุดมและนางแดง มีอาชีพยกบ้าน และทำนา ระยะหลังนายอุดม มีปัญหาสุขภาพ เนื่องจากประสบอุบัติเหตุถูกรถชนจึงเลิกทำอาชีพยกบ้าน เหลือไว้เพียงรถบรรทุก 6 ล้อสภาพเก่าจอดไว้ ใช้บ้างไม่ได้ใช้บ้าง และมายึดอาชีพทำนาและรับจ้างทั่วไปหาเช้ากินค่ำ กระทั่งมาถูกจับและติดคุก ทำให้ญาติและเพื่อนบ้านสงสารเป็นอย่างมาก เพราะครอบครัวนี้ในอดีตหลายสิบปีที่ผ่านมาถือว่ามีชีวิตที่รันทดมาก เพราะทั้งสองคนเคยมีลูก ซึ่งเป็นผู้หญิงถึง 2 คน แต่ร่างกายไม่แข็งแรง ซึ่งเมื่ออายุได้ 2-3 ปี ก็เสียชีวิตไปทั้ง 2 คน จึงไม่มีทายาทและไม่มีลูกไว้คอยดูแลยามแก่เฒ่า หรือยามเจ็บป่วย

นายรวม กล่าวว่า ปัจจุบันนายอุดมและนางแดง อาศัยอยู่บ้านหลังนี้พร้อมกับนางสาย ซึ่งเป็นน้องนางแดงรวม 3 คน มีวัวที่เลี้ยงไว้ประมาณ 4-5 ตัว ส่วนที่นาที่เอาไว้ทำกินของของครอบครัวนี้ก็มีประมาณ 5-6 ไร่ แต่ยังไม่ได้แบ่งกันกับที่นาตนที่มีอยู่ 8 ไร่ เพราะที่นาผืนดังกล่าวเป็นแปลงเดียวกัน รวมกันประมาณ 14 ไร่ ซึ่งยังเป็นชื่อพ่อของตนอยู่ ซึ่งปัจจุบันเสียชีวิตไปแล้ว ทั้งนี้พูดคุยกันว่าหากจบเรื่องคดีแล้วจึงจะแบ่งกัน จึงอยากวอนให้ทนายความยื่นเรื่องรื้อคดีเพื่อช่วยสองสามีภรรยาคู่นี้ด้วย

ด้านนางพวงเพชร แก้วสาโฮง อายุ 48 ปี เพื่อนบ้าน กล่าวว่า รู้สึกสงสารนายอุดม และนางแดง เพราะถือว่าทั้งสองคนฐานะทางบ้านลำบาก ไม่มีลูกไว้คอยดูแล ยิ่งตอนนี้มีปัญหาเรื่องสุขภาพและยังติดคุกอีก ซึ่งทำให้เพื่อนบ้านสงสารเป็นอย่างมาก แต่ทำอะไรไม่ได้ ได้แต่อ้อนวอนทนายขอให้รื้อคดีใหม่ เพื่อช่วยเหลือนายอุดมและนางแดงด้วย