ประมงเดือดร้อนหนักวอนรัฐบาลช่วยเหลือ

ประมงเดือดร้อนหนักวอนรัฐบาลช่วยเหลือ

ชาวประมงขนาดใหญ่จ.ตรัง เดือดร้อนหนักจากมาตรการแก้ไขปัญหาประมงทะเล วอนรัฐบาลเร่งช่วยเหลือ

ที่บริเวณท่าเทียบเรือกันตัง อ.กันตัง จ.ตรัง  นายวิรัตน์ แจ้งอักษร อายุ 70 ปี อยู่บ้านเลขที่ 33 ถนนคลองภาษี อ.กันตัง จ.ตรัง (อดีตไต๋เรือ) ผู้ประกอบอาชีพกิจการประมงทะเล ร้องเรียนว่า เรือประมงแพปลาขนาดใหญ่และขนาดเล็กในพื้นที่อำเภอกันตังได้รับความเดือดร้อนหนัก ไม่มีปลาเข้า เพราะเรือต้องจอดนิ่งตายเป็นส่วนใหญ่ และไม่สามารถออกเรือไปหาปลาได้ หลังจากที่ทางรัฐบาลออกมาตรการแก้ไขปัญหาประมงทะเล วางข้อจำกัดตามนโยบายป้องกันการค้ามนุษย์ ไม่ว่าจะเป็นการกำหนดกรอบห้วงเวลาการทำประมง การกำหนดเวลาเข้า – ออกเรือ การกำหนดขอบเขตการทำประมงไกลออกไป รวมถึงการคุมเข้มลูกเรือที่จะออกไปกับเรือ

นายวิรัตน์ กล่าวว่า  ท่าเทียบเรือกันตัง อ.กันตัง จ.ตรัง ซึ่งอดีตเคยเป็นท่าเทียบเรือที่มีผู้ประกอบทำธุรกิจประมงกันอย่างคึกคัก มีแพปลาทั้งเล็กและใหญ่กว่า 20 แห่ง  และเรือประมงกว่า 500 ลำ แต่ขณะนี้ต้องจอดตายหายไปกว่า 50%  เหลือแพปลาประมาณ 10 แห่ง ส่วนเรือเพียง10 กว่าลำเท่านั้น ที่ออกหาปลากันอยู่  เนื่องจากได้รับผลกระทบอย่างหนักหลังจากที่รัฐบาลวางมาตรการให้ผู้ประกอบการปฎิบัติตามนโยบายป้องกันการค้ามนุษย์อย่างเข้มงวดและเคร่งครัด ทั้งการกำหนดระยะทางการทำประมงจากเดิม 3,500 เมตร  ออกไปเป็น 4,500 เมตร  ซึ่งเป็นทะเลน้ำลึกปริมาณสัตว์น้ำมีจำนวนน้อย  การกำหนดห้วงเวลาการทำประมงจากเดิมที่ออกได้ทั้งปี แต่มากำหนดให้เหลือเพียง205 วัน อีกทั้งยังมีการจัดระเบียบวางกฎเกณฑ์เข้มงวดกับบรรดาลูกเรือ การเข้า – ออกเรือ  ซึ่งเป็นปัญหาอย่างยิ่งในทางปฎิบัติ ทำให้ผู้ประกอบการประมงกันตัง ได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก แพเล็กๆทนรับแบกภาระต้นทุนที่สูงไม่ได้  ต้องกู้เงินจากธนาคารจนกลายเป็นผู้มีหนี้สินล้นพ้นตัว  คนงานต่างด้าวซึ่งทำงานให้กับประมงก็หายาก ซึ่งไม่เคยเดือดร้อนอย่างหนักเช่นนี้มาก่อน  

นายวิรัตน์ กล่าวว่า ปัญหามีมากมายจนส่งผลกระทบต่อธุรกิจประมง และกิจการต่อเนื่องประมงทะเลทั้งระบบเชื่อมต่อเป็นลูกโซ่  ทั้งสาเหตุการกำหนดเวลาการทำประมง  จากเดิมสามารถหาปลาได้ตลอดทั้งปี มากำหนดให้ออกหาปลาได้ปีละ 205 วัน แต่สภาพความเป็นจริง เรือประมงออกเรือได้เพียง 6 เดือน ส่วนอีก 6 เดือนเป็นช่วงฤดูมรสุมก็ต้องจอดเรือ ทำให้รอบปีหนึ่งสามารถทำงานออกเรือได้เพียงแค่ 100 กว่าวันเท่านั้น  ส่วนลูกเรือประมงที่จะออกเรือจะต้องทำประวัติอย่างละเอียด พร้อมทั้งถ่ายรูปทุกคน หากลูกเรือป่วยต้องนำเข้าฝั่ง และให้ออกไปหา โดยไม่ให้มีใครแทนได้ ทำให้ลูกเรือที่เป็นแรงงานต่างด้าว หนีไปทำงานในประเทศมาเลเซียทั้งหมด  จึงเดือดร้อนกันอย่างหนัก   

จึงอยากวอนขอให้รัฐบาลเร่งให้ความช่วยเหลือ ช่วยผ่อนคลายกฎระเบียบต่างๆ ให้กิจการประมงสามารถทำงานและคงอยู่ได้  เพราะเชื่อว่าประมาณ 5 – 10 ปี ข้างหน้า ประมงทะเลจะล้มไปทั้งหมด จะไม่มีสัตว์น้ำบริโภค ธุรกิจต่างๆล้มระเนระนาด กระทบเศรษฐกิจอย่างแน่นอน