ไม่รอด!! 'หมูหยอง' มือร่วมฆ่าโหดเผาฝังดินหนุ่มหล่อชัยภูมิ

ไม่รอด!! 'หมูหยอง' มือร่วมฆ่าโหดเผาฝังดินหนุ่มหล่อชัยภูมิ

รวบแล้ว "หมูหยอง" มือร่วมฆ่าโหดเผาฝังดินหนุ่มหล่อชัยภูมิ สารภาพอย่างไม่สะทกสะท้านวางแผนฆฆ่า หวังแค่ชิงรถยนต์ไปขายนำเงินมาซื้อบิ๊กไบค์

พล.ต.ต. สมพจน์ ขอมปรางค์ ผบก. ภ.จว.ชัยภูมิ ได้สั่งสนธิกำลังชุดสืบสวนภูธรจังหวัดชัยภูมิเร่งจัดชุดปฏิบัติการพิเศษเสริมจากทั้งสภ.เมือง ,เกษตรสมบูรณ์,แก้งคร้อและภูเขียว กว่า 100 นาย เข้าปิดล้อมพื้นที่ไล่ล่าตัว ไอ้หมูหยองฆาตกรโหด วัย 18 ปี ที่หลบหนีเข้าป่าในพื้นที่เขาภูแลนคา หลังก่อเหตุร่วมกับพี่ชายที่ถูกจับได้แล้วก่อนหน้านี้ 1 ราย ไปทำแผนประกอบคำสารภาพเมื่อช่วง13.00 น.ที่ผ่านมา ในคดีฆ่าโหดนายนิรันดร์ สร้อยแก้ว อายุ 25 ปี ในบริเวณหอพักเลขที่ ชุมชนคลองลี่ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.ชัยภูมิ ซึ่งมีการนำศพไปเผาและฝังดินซ้ำอีกอย่างโหดเหี้ยมเพื่ออำพรางคดี

และล่าสุดเมื่อช่วงเวลา18.00น.เศษที่ผ่านมาวันเดียวกัน (28 เม.ย.60 ) ชุดสืบสวน ภ.จว.ชยและชุดสืบสวน ภ.3(นครราชสีมา) สืบทราบว่า นายหมูหยอง ฆาตกรโหดวัย 18 ปีรายนี้ ได้หลบออกจากป่าภูแลนคา ในพื้นที่รอยต่อ อ.แก้งคร้อ และ อ.เมืองชัยภูมิ และแอบไปพักอยู่ที่บริเวณในหมู่ บ้านโนนสมบูรณ์ ตำบลหนองนาแซง อำเภอเมืองชัยภูมิ

จึงนำกำลังเข้าตรวจค้นและจับกุมตัวได้ในที่สุดแล้ว หลังออกปฏิบัติการไล่ล่ามานานกว่า 3 วันซึ่งสามารถเข้าจับกุมตัวนายหมูหยองได้ใน ขณะที่กำลัง นอนเล่นอยู่บนเปล ในสวนของชาวบ้าน ที่แอบเข้าไปอาศัยอยู่

แล้วนำตัวไปสอบสวน ขยายผล เพิ่มเติมที่ กองกับการ สืบสวนสอบสวนตำรวจ ภูธรจังหวัดชัยภูมิ ซึ่งนายหมูหยอง ได้รับสารภาพอย่างหมดเปลือก ว่า ได้รู้จักกับนายนิรันดร์ มาตั้งแต่วันที่ 5 เม.ย.60 ที่ผ่านมาโดยการเล่น bigo ในโซเชียลกลุ่มเพื่อนชายสีม่วง อย่างบังเอิญ และได้มีการพูดคุย กันมาตลอดก่อนวันเกิดเหตุ คือวันที่ 8 เม.ย.60 จึงได้วางแผน ร่วมกับนายน็อต วัชระ สาแก้ง พี่ชาย วัย 22 ปี ที่ถูกจับไปก่อนหน้านี้แล้ว ว่าหลอกมาหาเพื่อจะฆ่าชิงทรัพย์เป็นรถเก๋งของผู้ตายและมีการวางแผนร่วมกันมานานตั้งแต่วันที่ 5 เม.ย.แล้ว เพื่อที่จะทำการฆ่าอย่างโหดเหี้ยม ที่มีการเตรียมทั้งจอบเสียมไว้ รวมทั้ง จุดที่พักห้องพักที่จะฆ่าแล้วจะนำศพไปเผาและฝังทิ้งด้วยกันทั้งหมดไว้เป็นอย่างดี

เพื่อชิงรถเก๋งของผู้ตายเท่านั้น จะได้เอาไปขายซื้อจยย.บิ๊กไบค์ที่อยากได้มานานแล้วเท่านั้น ส่วนนายน็อต พี่ชายก็ต้องการทรัพย์สินอย่างอื่นอยากได้อะไรก็เอาไป จึงได้วางแผนร่วมกันก่อเหตุสุดสะเทือนขวัญครั้งนี้ขึ้น อย่างโหดเหี้ยมและไม่มีความสะทกสะท้านกับเหตุการณ์ที่ก่อขึ้นในครั้งนี้เลยอีกด้วย และยอมรับว่ารถเก๋งผู้ตาย หลังเกิดเหตุเป็นข่าวดังนำไปขายในตลาดทั่วไปยากมาก จึงนำไปขายผ่านตลาดมืดเต็นท์รถมือสองที่กรุงเทพฯแห่งหนึ่งแล้ว ได้ราคาเพียง 25,000 บาท ก่อนจะใช้เป็นทุนพาตัวเองหลบหนีคดีในครั้งนี้ แต่ก็ไปไม่รอดถูกตำรวจมาตามจับจนได้ครั้งนี้ ที่ได้พยายามหลบหนีออกจากป่าบนเขาภูแลนคามาได้แล้ว ก็ยังตามมาจับได้