'คู่รักสาว'นอนคุก! ฝากขังพ.ร.บ.ฟอกเงิน

'คู่รักสาว'นอนคุก! ฝากขังพ.ร.บ.ฟอกเงิน

ศาลอนุญาตฝากขัง 2 ผตห.รับโอนเงินฉ้อโกงกลุ่มอาจารย์จุฬาฯ ร่วม 40 ล้าน กองปราบค้านประกันด้วยกลัวหนี

ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 28 เม.ย.60 ร.ต.อ.ธงชัย โตเจริญ พนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปราม ได้ควบคุมตัว น.ส.จิรัชญา หรือไข่เจียว คุณยศยิ่ง อายุ 24 ปีเศษ ชาวจังหวัดชลบุรี และ น.ส.ภวิษย์พร ใบเกตุ อายุ 29 ปีเศษ กทม. ผู้ต้องหาที่ 1-2 คดีฟอกเงินซึ่งทั้งสองเป็นคู่รักกันมายื่นคำร้องฝากขังครั้งแรก เป็นเวลา 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 28 เม.ย. – 9 พ.ค.นี้ เนื่องจากต้องสอบปากคำพยานอีกหลายปาก , ตรวจสอบหลักฐานทางการเงินของผู้ต้องหา และรอผลการตรวจสอบประวัติจากกองทะเบียนประวัติอาชญากร สตช. โดยพนักงานสอบสวน ขอคัดค้านการให้ประกันตัวผู้ต้องหาทั้งสองด้วย เนื่องจากเกรงว่าผู้ต้องหาจะไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน หรือหลบหนีที่จะยากแก่การนำตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมาย

โดยคำร้อง ระบุพฤติการณ์สรุปว่า น.ส.จิรัชญา ผู้ต้องหาที่ 1 ได้รับโอนเงินจากบัญชีของนายสวัสดิ์ แสงบางปลา ซึ่งนายสวัสดิ์ ได้หลอกลวงกลุ่มอาจารย์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยซึ่งเป็นสมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นำเงินมาลงทุนโควตาสลากกินแบ่งรัฐบาลโดยนายสวัสดิ์ อ้างว่าจะให้ได้รับค่าตอบแทนร้อยละ 10 – 12 ต่อปี กำหนดสัญญา 2-12 เดือน แต่เมื่อเดือน มี.ค.60 กลุ่มอาจารย์จะไปเบิกถอนเงินจากสหกรณ์ออมทรัพย์ฯ เจ้าหน้าที่แจ้งว่าบัญชีของนายสวัสดิ์ ไม่มีเงิน ขณะที่กลุ่มอาจารย์ไม่สามารถติดต่อนายสวัสดิ์ได้ โดยพบมูลค่าความเสียหายรวม 339,382,750 บาท ซึ่งการสืบสวนพบว่า มีการโอนเงินบัญชีธนาคารกสิกรไทยของนายสวัสดิ์ ตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย.58 – 13 มี.ค.60 ไปยังบัญชีกสิกรไทยของ น.ส.จิรัชญา ผู้ต้องหาที่ 1 ที่แอบมีความสัมพันธ์เชิงชู้สาวกัน จำนวน 40 ล้านบาทแต่จากการตรวจสอบยอดเงินในบัญชีผู้ต้องหาที่ 1 พบว่าไม่มีเงินดังกล่าวเหลืออยู่แล้ว โดยผู้ต้องหาที่ 1 และ น.ส.ภวิษย์พร ผู้ต้องหาที่ 2 ซึ่งเป็นคนรักกัน ได้ใช้เงินดังกล่าวร่วมกันด้วยการเล่นพนันออนไลน์บนเว็บไซต์W88 และใช้จ่ายส่วนตัวโดยผู้ต้องหาทั้งสองไม่สามารถชี้แจงรายละเอียดในการโอนถ่ายเงินได้อย่างชัดเจนและไม่มีหลักฐานประกอบ จากพฤติการณ์ของผู้ต้องหาทั้งสองและนายสวัสดิ์ เชื่อว่าเป็นการปกปิดอำพรางลักษณะที่แท้จริงของการได้มาซึ่งทรัพย์สิน จึงแจ้งข้อกล่าวหา โอน รับโอน หรือเปลี่ยนสภาพทรัพย์สินเกี่ยวข้องกับการกระทำผิด หรือซุกซ่อน ปกปิด อำพราง ลักษณะที่แท้จริงการได้มาซึ่งทรัพย์สินเกี่ยวกับการกระทำผิด หรือครอบครองทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดมูลฐานฉ้อโกงประชาชน และสมคบกันตั้งแต่ 2 คนขึ้นไปเพื่อกระทำผิดฐานฟอกเงิน ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 มาตรา 5,9,60 ชั้นสอบสวนผู้ต้องหาทั้งสองให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา 

ทั้งนี้ศาลพิจารณาคำร้องอนุญาตให้ฝากขัง ซึ่งภายหลังไม่มีญาติผู้ต้องหา ยื่นคำร้องและหลักทรัพย์ขอปล่อยชั่วคราวในชั้นฝากขังนี้แต่อย่างใด เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์จึงควบคุมตัวไปคุมขังที่ทัณฑสถานหญิงต่อไป