วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

จัดระเบียบร่มเตียงชายหาดพัทยา-จอมเทียนอีกรอบ

เมืองพัทยา เดินเครื่องจัดระเบียบ ร่มเตียงชายหาดพัทยา-จอมเทียนอีกรอบ ทวงคืนพื้นที่สาธารณะประโยชน์ สร้างจุดขายใหม่ ดึงนักท่องเที่ยวคุณภาพ พร้อมรองรับการจัดกิจกรรมสวนสนามทางเรือนานาชาติ

วันนี้ (27 เม.ย.60) พลเรือเอก ศรีวิสุทธิ์ รตารุณ รองประธานสภาเมืองพัทยา เป็นประธานประชุม คณะทำงานจัดระเบียบการจำหน่ายสินค้าบนทางสาธารณะในเขตเมืองพัทยา โดยมี พลตรี ภพอนันฒ์ เหลืองภานุวัฒน์ รองประธานสภาเมืองพัทยา พร้อมด้วยพลโทพิทักษ์ เกียรติพันธ์ เลขานุการนายกเมืองพัทยา คณะกรรมการจัดระเบียบการประกอบการร่มเตียงชายหาดในพื้นที่เมืองพัทยา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ทั้งนี้เพื่อพิจารณาแนวทางของการปรับปรุงรูปแบบการให้บริการของกลุ่มผู้ประกอบการร่มเตียงชายหาดพัทยาและชายหาดจอมเทียน รวมทั้งการพิจารณาแก้ไขปรับปรุงประกาศเมืองพัทยา(ชั่วคราว) เพื่อกำหนดแนวทางการบริหารจัดการที่ชัดเจนอันจะก่อให้เกิดประโยชน์แก่สาธารณะและการท่องเที่ยว ซึ่งถือเป็นหนึ่งในนโยบายของรัฐบาลในยุคปัจจุบันที่ต้องการคืนความสุขให้กับประชาชนและยังเป็นการแก้ไขปัญหาการจัดระเบียบและภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยว รวมไปถึงการรองรับการจัดกิจกรรมสวนสนามทางเรือนานาชาติที่จะจัดขึ้นในช่วงเดือนพฤศจิกายนปลายปี 2560

พลเรือเอกศรีวิสุทธิ์ กล่าวว่าสำหรับการจัดระเบียบร่มเตียงชายหาดเมืองพัทยาและจอมเทียน ได้ดำเนินการมาแล้วหลายครั้ง ล่าสุดคือเมื่อปี 2557 ซึ่งจัดทำเพื่อให้เกิดความเป็นระเบียบ เรียบร้อย สร้างความสวยงามของภูมิทัศน์ชายหาด ซึ่งจะส่งผลดีต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยว โดยขณะนั้นมีการปรับลดพื้นที่ทำกินของผู้ประกอบการใหม่จนสามารถทวงคืนพื้นที่สาธารณะเพื่อให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวได้ใช้ประโยชน์เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตามปัจจุบันทางเมืองพัทยาจะได้พิจารณาการจัดระเบียบขึ้นใหม่อีกครั้งเพื่อสนองตอบต่อนโยบายของภาครัฐ โดยมีแผนการปรับปรุงและพัฒนารูปแบบการให้บริการใหม่ที่จะช่วยส่งเสริมภาพลักษณ์และการท่องเที่ยวอย่างเป็นรูปธรรม เพียงแต่ต้องอยู่บนพื้นฐานของความเป็นธรรมสำหรับผู้ประกอบการและส่วนรวม

โดยผลสรุปจากการประชุมร่วมครั้งนี้ได้เสนอให้มีการปรับลดขนาดพื้นที่ทำกินของผู้ประกอบการใหม่ทั้งหมดทั้งในส่วนของชายหาดเมืองพัทยาและจอมเทียน โดยจะมีการปรับลดให้ผู้ประกอบการทุกรายสามารถใช้พื้นที่สาธารณะในการทำกินได้เพียง 1 ล็อคต่อ 1 รายเท่านั้น ขณะที่ในส่วนของพื้นที่ทำกินเดิมที่ขนาดแตกต่างกันนั้นจะมีการกำหนดให้ทำกินได้เพียงขนาด 9x7 เมตร ซึ่งจะทำให้พื้นที่ว่างเปล่าของชาย หาดมีสัดส่วนที่เพิ่มมากขึ้น โดยแต่เดิมชายหาดเมืองพัทยาจากความยาวตลอดแนวระยะ 2,588 เมตรจากผู้ประกอบการ 118 รายจากเดิมจะใช้พื้นที่ทำกินรวม 1,146 เมตร หรือ 44.27 % จะทำการปรับลดให้เหลือเพียง 1,062 เมตร หรือได้พื้นที่ว่างเปล่าเพิ่มขึ้นอีก 84 เมตร ขณะที่ชายหาดจอมเทียนจากความยาวตลอดแนวในระยะ 5,535 เมตรจากผู้ประกอบการ 251 ราย ซึ่งจากเดินจะใช้พื้นที่ทำกินรวม 2,477 เมตร หรือ 44.75 % ก็จะทำการปรับลดให้เหลือ 2,259 เมตรหรือจะได้พื้นที่ว่างเปล่าเพิ่มเติมขึ้นอีก 218 เมตร ซึ่งจะทำให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวได้ใช้ประโยชน์เพิ่มขึ้น

ขณะที่ในส่วนของประกาศเมืองพัทยาชั่วคราว เกี่ยวกับการจัดระเบียบร่มเตียงชายหาดนั้น จะมีการแก้ไขข้อกำหนดขึ้นใหม่เพื่อให้เกิดประโยชน์แก่การท่องเที่ยวสูงสุด โดยจะมีการปรับปรุงในหลายกรณี อาทิ การกำหนดพื้นที่ทำกินใหม่ที่ชัดเจน การอนุญาตที่จะให้กางร่มเตียงบริการได้เฉพาะเวลาที่มีลูกค้าประสงค์ใช้บริการเท่านั้น การห้ามปรุงอาหารในพื้นที่ชายหาด การขยายระยะเวลาหยุดพักการประกอบ การจากเดิมในวันพุธที่จะเพิ่มวันพฤหัสบดีอีก 1 วัน รวมทั้งการเก็บวัสดุอุปกรณ์ออกจากพื้นที่ชายหาดเพื่อลดปัญหาความรกรุงรัง การหมุนเวียนพื้นที่ทำกินใหม่ด้วยการจับสลากปีละ 1 ครั้ง และที่สำคัญคือการยก เลิกการถ่ายโอนสิทธิ์ทั้งแก่บุตร คู่สมรส หรือการให้เช่าทำกินทุกกรณีหากผู้ประกอบการเลิกกิจการหรือถึงแก่กรรม

อย่างไรก็ตามสำหรับผลการประชุมครั้งนี้จะมีการนำเสนอต่อคณะกรรมการชุดใหญ่ที่มี นายประ ชา เตรัตน์ ประธานที่ปรึกษานายกเมืองพัทยา เพื่อพิจารณาความเหมาะสมและความเห็นชอบอีกครั้ง ก่อนจะมีการนำเสนอต่อนายกเมืองพัทยาเพื่อลงนามความเห็นชอบ จากนั้นจะได้มีการจัดประชุมร่วมกับผู้ประ กอบการเพื่อชี้แจงทำความเข้าใจต่อไป

พลเรือเอก ศรีวิสุทธิ์ กล่าวต่อไปว่าการดำเนินการครั้งนี้ ทำเพื่อประโยชน์ของการท่องเที่ยวของเมืองพัทยาโดยตรง ซึ่งจะเป็นโอกาสอันดีที่ปีนี้จะมีการจัดกิจกรรมสวนสนามทางเรือนานาชาติ ซึ่งจะมีสื่อมวล ชนและผู้เข้าร่วมงานจาก 40 ประเทศทั่วโลกเข้ามาในพื้นที่เมืองพัทยาที่จะได้เห็นภาพลักษณ์ด้านการท่อง เที่ยวใหม่ๆ ทั้งนี้เนื่องจากภาพของการทำกินบนพื้นที่ชายหาด หรือที่สาธารณะในปัจจุบันนั้นยังถือว่าไม่มีระเบียบ และเป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมการท่องเที่ยวมากนัก แต่ทุกขั้นตอนก็พิจารณาเพื่อให้เกิดความเหมาะสม เป็นธรรมและไม่ส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการและสังคมโดยรวมด้วย