ผู้การ ปคม. เผยชุดสืบสวนชี้ "ผู้หลักผู้ใหญ่" ในจ.แม่ฮ่องสอน มีเอี่ยวกามเด็ก เผยจ่อหมายจับอีก4ราย พร้อมคุย2เหยื่อสาว
จากกรณีนางน้ำเพชร (นามสมมุติ) ร้องเรียนว่าลูกสาวและหลานสาวถูกตำรวจ พื้นที่ จ.แม่ฮ่องสอน บังคับให้ขายบริการ นอกจากนี้ยังมีข้าราชการและนายตำรวจเข้ามาเกี่ยวข้องในการซื้อบริการเด็ก ต่อมาจะมีการออกหมายจับผู้ต้องหา 3 คน ได้แก่น.ส.ปิยะวรรณ หรือ เมย์ สุขมา น.ส.ปิยะทัสน์ หรือ ฟ้า เทียนสุวรรณ และด.ต.ยุทธชัย ทองชาติ ก่อนที่เมื่อวันที่ 25 เมษายน ที่ผ่านมาจะสามารถจับกุมทั้ง 3 ไว้ได้
ล่าสุด เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 26 เมษายน ที่กองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ (บก.ปคม) พล.ต.ต.กรไชย คล้ายคลึง ผบก.ปคม. และ พ.ต.อ.มนตรี เบ้าทอง ผกก.(สอบสวน) กลุ่มงานสอบสวนบก.ปคม. เปิดโอกาสให้สื่อมวลชนซักถามความคืบหน้าคดีดังกล่าว
พล.ต.ต.กรไชย เปิดเผยว่า วันนี้ (26 เม.ย.) จะมีการสอบปากคำผู้ต้องหาทั้ง 3 คน และผู้เสียหาย 2 คน ซึ่งเป็นเยาวชนอายุ 17 ปี และ 19 ปี เกี่ยวกับความเชื่อมโยงของผู้เสียหายว่า มีข้อเท็จจริงแค่ไหน ซึ่งผู้ต้องหาทั้ง 3 คน ระบุว่าไม่รู้จักกับผู้เสียหายจริงหรือไม่ ส่วนข้อมูลที่แม่ของผู้เสียหายให้สัมภาษณ์ ซึ่งปรากฎออกมาตามสื่อต่างๆ ทั้งเรื่องที่มีข้าราชการระดับสูง รวมไปถึงมีตำรวจตำแหน่งรองผกก. รองสว.และชั้นประทวน ร่วมซื้อบริการผู้เสียหายด้วยนั้น ถือเป็นข้อมูลใหม่ ที่ตำรวจไม่เคยมีมาก่อน จึงสั่งการให้ลูกน้องถอดเทปคำสัมภาษณ์ทั้งหมดมาประกอบสำนวน และนัดหมายให้ผู้เสียหายเข้าพบในบ่ายวันนี้ เพื่อสอบถามถึงข้อมูลดังกล่าวอย่างละเอียด อย่างไรก็ตามตำรวจมีชื่อที่ระบุตัวบุคคลเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้ง3 รายที่ถูกกล่าวหาแล้ว อยู่ระหว่างตรวจสอบ
พล.ต.ต.กรไชย กล่าวอีกว่า จากการสืบสวนยังพบว่ามีผู้ใหญ่ในจังหวัดแม่ฮ่องสอนเข้าไปเกี่ยวข้องด้วย แต่จะชัดเจนถึงตามที่กล่าวอ้างหรือไม่ต้องตรวจสอบอีกครั้ง ซึ่งยังอยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูล และยืนยันให้ประชาชนมั่นใจว่า ทางพล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.ได้กำชับว่า ไม่ว่าใครจะมีหน้ามีหน้าตาทางสังคม หรือเป็นผู้มีอิทธิพลก็ไม่เกรงกลัว ใครผิดจับหมด และปคม.จับมาเยอะแล้ว ไม่ว่าจะเป็นนักการเมือง ตำรวจ พระ หรือข้าราชการสีอะไรก็จับ และเตรียมออกหมายจับขบวนการเพิ่มแน่นอน จำนวนมากกว่า 1 คน แต่ยังบอกไม่ได้ว่าเป็นใคร
พล.ต.ต.กรไชย กล่าวต่อว่า เมื่อวันที่ 25 เมษายน ที่ผ่านมา ทางแม่เป็นผู้รับมอบอำนาจจากผู้เสียหายมาแจ้งความและให้ข้อมูลแทน โดยวันนี้จะสอบปากคำผู้เสียหายตามที่ญาติเคยมาร้องแทน โดยจะสอบถามเรื่องผู้มาร่วมประเวณี และมาซื้อประเวณีมีใครบ้าง โดยจะต้องแบ่งคดีออกเป็น 2 กรณี คือในส่วนของการทำงานของตำรวจภูธรภาค 5 และจ.แม่ฮ่องสอน ดูคดีทั่วไป ขณะที่อีกส่วนหนึ่งคือทาง บก.ปคม. ที่ดูแลคดีเรื่องการค้ามนุษย์ อย่างไรก็ตามทางปคม.ได้ส่งกำลังไปแฝงตัวในพื้นที่ตั้งแต่ผู้เสียหายมาแจ้งความ ซึ่งจากการสอบปากคำผู้ต้องหาทั้ง3 คนยังคงให้การปฏิเสธอยู่ ก็เป็นสิทธิในการสู้คดีของผู้ต้องหา แต่ตำรวจมั่นใจในพยานหลักฐานที่มีเช่นกัน
“ขณะนี้มีประเด็นใหม่เกิดขึ้นหลายประเด็น ซึ่งไม่เคยมีปรากฎจากการสอบปากคำก่อนหน้านี้ ซึ่งจะต้องประสานข้อมูลกับทางตำรวจภูธรภาค5 และเชิญสหวิชาชีพมาร่วมสอบปากคำผู้เสียหายที่เป็นเยาวชน ทุกอย่างที่เป็นประเด็นจะต้องตอบสังคมได้ ทั้งนี้มีการแจ้งข้อหาไปแล้วกว่า 6-7 ข้อหา ซึ่งข้อหาหลักคือร่วมกันตั้งแต่ 3 คนขึ้นไปค้ามนุษย์โดยกระทำกับเด็กอายุ เกิน 15 ปี แต่ไม่เกิน 18 ปี โดยใช้การขู่เข็นใช้กำลังประทุษร้าย และวันนี้ จะแจ้งข้อหาพรากผู้เยาว์อายุเกิน15 ปี แต่ไม่เกิน18 ปีเพิ่มเติมกับผู้ต้องหาทั้ง 3 คน อีก 1 ข้อหา” ผบก.ปคม. กล่าว
ด้าน พ.ต.อ.มนตรี กล่าวว่า ในส่วนของพยานหลักฐานทางเจ้าหน้าที่มั่นใจจึงได้ไปขอศาลอาญาออกหมายจับผู้ต้องหา 3 คน โดยจะต้องสอบปากคำผู้เสียหาย ซึ่งเป็นเยาวชนเพิ่มเติมว่า เรื่องราวเป็นเช่นไร ถึงแม้ว่าขณะนี้อายุของผู้เสียหายอาจจะเกินอายุเยาวชน แต่หากการกระทำความผิดเกิดขึ้นตั้งแต่ยังยังเป็นเยาวชน ก็สามารถดำเนินคดีย้อนหลังกับกลุ่มผู้ต้องหาได้ ซึ่งหากโยงไปถึงบุคคลใดเพิ่มเติม ก็จะต้องพิสูจน์ทราบ และหากพบว่าผิดจริงก็สามารถขอศาลออกหมายจับได้เพิ่มเติม โดยขณะนี้มีข้อมูลในส่วนแม่เล้า 2-3 คน ที่ยังต้องตรวจสอบ
พ.ต.อ.มนตรี กล่าวด้วยว่า สำหรับที่มีกระแสข่าวเรื่องความขัดแย้งระหว่างทางแม่ผู้เสียหายและตร.ทั้ง 3 นาย เกี่ยวกับคดียาเสพติดที่มีมานานแล้ว อาจจะเป็นชนวนเหตุให้เกิดการกลั่นแกล้งตำรวจทั้ง3หรือไม่นั้น ตนขอบอกว่ายังไม่มีข้อมูลถึงประเด็นนี้ ขอตรวจสอบก่อน และจากการตรวจสอบยังไม่พบความขัดแย้งระหว่างการทำงานของตำรวจในพื้นที่ ซึ่งในส่วนของผู้ค้าประเวณีรายอื่นๆ นั้น ว่าจะต้องเรียกมาสอบปากคำหรือไม่ ก็ต้องดูว่าผู้เสียหายกล่าวพาดพิงไปถึงบุคคลใดบ้าง ส่วนการจะเรียกใครเข้ามาสอบปากคำเจ้าหน้าที่จะต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงอื่นก่อน ไม่ใช่ใครกล่าวอ้างถึงแล้วเจ้าหน้าที่จะเรียกมาสอบปากคำเลย
รายงานข่าวระบุว่า สำหรับหมายจับในคดีนี้ในล็อตที่ 2 นั้น คาดว่าจะยื่นต่อศาลเพื่อขออนุมัติได้ภายในวันที่ 27 เมษายนนี้ ซึ่งมีประมาณ 3-4 คน โดยมีข้าราชการตำรวจรวมอยู่ด้วย ขณะเดียวกันวันนี้ทาง ปคม. ต้องสอบปากคำขยายผล และหาความเชื่อมโยง รวมทั้งพยานหลักฐานที่แน่ชัดเสียก่อน

