วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

'เคทีซี' ผุด 'K9 สี่ขาอาสาเพื่อชาติ'

“เคทีซี” ผุด “K9 สี่ขาอาสาเพื่อชาติ” เจาะลึกบทบาท-ภารกิจสำคัญของเจ้าตูบสี่ขาและตำรวจคู่ใจพร้อมรับใช้ชาติทุกสถานการณ์

ที่กองกำกับการสุนัขและม้าตำรวจ กองบังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ(191) พ.ต.ท.บรรณพงศ์ เก่งเรียน สารวัตรงานฝึกอบรม กองกำกับการสุนัขและม้าตำรวจ เป็นประธานเปิดกิจกรรม “K9 สี่ขาอาสาเพื่อชาติ” โดยมีนางกัณฑรัตน์ เจิมจิตรผ่อง รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ฝ่ายสื่อสารองค์กรและธุรกิจสัมพันธ์ “เคทีซี” หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) พร้อมตัวแทนจากทาง“เคทีซี”บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) และประชาชนที่สนใจเข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าวเป็นจำนวนมาก 

โดยภายในงานมีการรับฟังเรื่องราวการปฏิบัติภารกิจอันสำคัญ ระหว่างเจ้าหน้าที่สุนัขสี่ขา และตำรวจคู่ใจ จากครูฝึกภารกิจงานสายตรวจ และงานตรวจพิสูจน์ ลงภาคสนามชมขั้นตอนการฝึก การเตรียมความพร้อมด้านความแข็งแกร่งขั้นพื้นฐาน ทั้งนี้ยังมีการสาธิตการปฏิบัติงาน โดยแบ่งตามประเภทสายงาน อาทิ สุนัขประเภทพิสูจน์กลิ่นยาเสพติดทุกชนิด สุนัขประเภทค้นหาวัตถุระเบิด สุนัขประเภทพิสูจน์กลิ่นของกลางในคดีอาญา และสุนัขประเภทสะกดรอย อารักขา ควบคุมฝูงชน ปิดท้ายด้วยการแสดงความสามารถของเหล่าสุนัขตำรวจ จนสร้างความประทับใจให้กับผู้ร่วมงานเป็นจำนวนมากอีกด้วย

นางกัณฑรัตน์ กล่าวว่า วัตถุประสงค์ของการจัดกิจกรรมครั้งนี้ “เคทีซี” ได้ตระหนักถึงความสำคัญของการแบ่งปันความรู้ หรือที่เรียกว่า Knowledge Sharing จึงให้ความสำคัญกับการจัดกิจกรรมแบ่งปันทั้งความรู้ และความคิดไปสู่สังคมในรูปแบบต่างๆ อย่างต่อเนื่อง สำหรับกิจกรรมในครั้งนี้เคทีซีได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของสุนัขตำรวจในการปฏิบัติภารกิจเพื่อชาติ จึงได้จัดกิจกรรม “K9 สี่ขาอาสาเพื่อชาติ” ขึ้น เพื่อเป็นการเผยแพร่ และให้ความรู้ความเข้าใจ ถึงขั้นตอนการฝึกฝน ของเจ้าหน้าที่สี่ขาและเจ้าหน้าที่ตำรวจ ภายใต้การดูแลของกองกำกับการสุนัขและม้าตำรวจ กองบังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ พร้อมกันนี้ ยังได้รับเกียรติจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ 3 สายงาน นั้นก็คือ งานสายตรวจ งานตรวจพิสูจน์ และ งานตรวจพิสูจน์ปฏิบัติราชการฝึกอบรมสุนัข มาร่วมบอกเล่าประสบการณ์ และรายละเอียดของการปฏิบัติภารกิจจริง พร้อมลงภาคสนามรับชมขั้นตอนการฝึกการเตรียมความพร้อม ด้านความแข็งแกร่งขั้นพื้นฐาน การสาธิตการปฏิบัติงาน โดยแบ่งสุนัขตำรวจตามประเภทสายงานต่างๆ ขอขอบพระคุณ กองกำกับการสุนัขและม้าตำรวจ กองบังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ ที่ได้เสียสละเวลาแบ่งปันประสบการณ์การทำงาน เพื่อเผยแพร่และเป็นประโยชน์สู่สังคมต่อไป

ด้าน พ.ต.ท.บรรณพงศ์ กล่าวว่า กองกำกับการสุนัขและม้าตำรวจ กองบังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ (191) ได้ก่อตั้งขี้นเมื่อ วันที่ 4 มีนาคม พ.ศ.2497 โดยรับผิดชอบการจัดสุนัขและม้าตำรวจถวายอารักขา และรักษาความปลอดภัยองค์พระมหากษัตริย์ พระราชินี พระรัชทายาท ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ พระบรมวงศานุวงศ์ และผู้แทนพระองค์ และจัดสายตรวจตำรวจม้าเป็นกองเกียรติยศในงานพิธีสำคัญต่าง ๆ มีหน้าที่รับผิดชอบจัดกำลังชุดสุนัขตำรวจออกปฏิบัติการป้องกันปราบปรามอาชญากรรม ในพื้นที่กองบัญชาการตำรวจนครบาลและงานที่ได้รับมอบหมาย

พ.ต.ท.บรรณพงศ์ กล่าวอีกว่า ขณะนี้มีจำนวนสุนัขตำรวจในรับผิดชอบทั้งหมด 46 ตัวประกอบด้วย สุนัขสายพันธุ์ลาบราดอร์รีทรีพเวอร์ สายพันธุ์เยอรมันเซพเพิด และ สายพันธุ์มาลีนอย โดยแยกปฏิบัติเป็น 2 สายงานคือ งานสายตรวจ/อารักขา และ งานตรวจพิสูจน์ โดยมี 5 ภารกิจหลักในความรับผิดชอบ คือสุนัขค้นหาติดตามคนร้าย สุนัขค้นหายาเสพติด สุนัขค้นหาวัตถุระเบิด สุนัขตรวจพิสูจน์กลิ่น และ สุนัขกู้ภัย ทั้งนี้จากสถิติการดำเนินงานในปี 2559 สุนัขตำรวจจาก 2 สายงาน ปฏิบัติหน้าที่ทั้งสิ้น 4,179 โดยแบ่งเป็น งานสายตรวจ/อารักขา จำนวน 2,445 งาน อาทิ งานตรวจถวายอารักขาฯ โดยรอบเขตพระราชฐาน สวนจิตรลดารโหฐาน งานสะกดรอยติดตามคนร้าย และงานตรวจพิสูจน์ จำนวน 1,734 งาน อาทิ งานสืบหาวัตถุระเบิด งานสืบค้นยาเสพติด และ งานพิสูจน์กลิ่นของกลาง เป็นเครื่องยืนยันถึงขีดความสามารถของสุนัขตำรวจ ที่ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมรองรับคำสั่งจากตำรวจคู่ใจ และมุ่งมั่นในในการปฏิบัติภารกิจเพื่อชาติทุกสถานการณ์

“สำหรับกรณีที่มีสุนัขเลี้ยงกัดเจ้าของตามที่มีการนำเสนอข่าวนั้น ไม่ว่าจะเป็นสุนัขสายพันธุ์ใดก็ตาม ขึ้นอยู่กับการเลี้ยงดู หากเลี้ยงดูไม่ดีอาจส่งผลให้สุนัขตัวนั้นดุร้าย มักจะเกิดจากความเครียดกดดัน ถูกขังไว้ หรือการถูกทำร้ายอย่างทารุณ ซึ่งหากไม่อยากจะพบเหตุลักษณะนี้เกิดขึ้นต้องเลี้ยงดูสุนัขด้วยความเอาใจใส่ ตักเตือนเพียงใช้เสียงก็พอ อย่างไรก็ดี หากผู้ใดสนใจจะนำเอาสุนัขมาฝึกกับทางกองกำกับการสุนัขและม้าตำรวจ ทางตำรวจยินดีเป็นอย่างยิ่ง ท่านสามารถติดต่อได้ทันที เราจะฝึกฝนให้สุนัขของท่านเป็นสุนัขเลี้ยงที่ดีไม่ดุร้าย”พ.ต.ท.บรรณพงศ์กล่าวเพิ่มเติม