วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ไฟป่า​แม่ฮ่องสอนยังไม่หยุด ทั้งที่ห้ามเข้าป่าไปแล้ว

ไฟป่าในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน ยังคงมีต่อเนื่อง ทั้งที่มีมาตรการห้ามเข้าป่าล่าสัตว์หรือเก็บหาของป่าแล้ว ส่งผลหมอกควันมีอยู่ทั่วเมือง ค่าฝุ่นละอองยังเกินค่ามาตรฐาน

วานนี้ (26มี.ค.) ศูนย์อำนวยการควบคุมแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันไฟป่าจังหวัดแม่ฮ่องสอน ยังคงได้รับรายงานสถานการณ์เข้าไปดับไฟป่าของหน่วยงานต่าง ๆ แต่ละอำเภอที่ดำเนินการเข้าไปดับไฟป่าอย่างต่อเนื่องทั้งกลางวันและกลางคืน

จากรายงาน hotspot Modi sวันที่ 26 มีนาคม 2560 เวลา 13.29 น. พบจุด hotspot จำนวน 17 จุด ได้แก่ อำเภอแม่สะเรียง 4 จุด , อำเภอขุนยวม 2 จุด, อำเภอปาย 1 จุด , อำเภอเมืองฯ 3 จุด , อำเภอแม่ลาน้อย 1 จุด , อำเภอสบเมย 4 จุด ล อำเภอปางมะผ้า 2 จุด ไฟป่าที่เกิดขึ้นได้ส่งผลกระทบ ทำให้ เกิดหมอกควันไฟป่าปกคลุมตัวเมืองแม่ฮ่องสอน และ พื้นที่อำเภออื่นทั้ง 7 อำเภอ

นายสมศักดิ์ สรรพโกศลกุล ผอ.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดแม่ฮ่องสอน เปิดเผยว่า ทางจังหวัดแม่ฮ่องสอน ได้ออกมาตรการในการแก้ไขปัญหาไฟป่าไปแล้วตั้งแต่วันที่ 23 มีนาคม 2560 ที่ผ่านมา แต่พบว่ากลับไม่ได้รับความร่วมมือจากราษฎรในพื้นที่เท่าที่ควร และยังคงมีการลอบเผาป่าอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตามในส่วนของ เจ้าหน้าที่ ยังคงมุ่งมั่นในการปฏิบัติหน้าที่ด้วยการออกลาดตระเวน และ เข้าดับไฟป่า ที่เกิดขึ้นอย่างอย่างไม่ย่อท้อ ซึ่งคาดว่าสถานการณ์จะดีขึ้นในเร็ว ๆ นี้ เนื่องจากพบว่า จุดไฟป่าหรือฮอทสปอต ได้เริ่มลดลงอย่างต่อเนื่องและค่าปริมาณฝุ่นละออง ที่เกินมาตรฐาน จากเดิมที่เกิน สูงกว่า 160 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร วันนี้ ( 26 มี.ค.) ได้ลดลงเหลือเพียง 126 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร เท่านั้น

นางจุรีรัตน์ จันทร์พรมมินทร์ ผู้ใหญ่บ้านแม่เย็น หมู่ 1ต.แม่ฮี้ อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน เปิดเผยว่า จากมาตรการของทางจังหวัดที่ห้ามคนเข้าป่านำไฟแช๊ก ติดตัวเข้าไป ทางหมู่บ้านแม่เย็น จำเป็นต้อง ขอเก็บไฟแช๊ก ของนักท่องเที่ยวต่างชาติ ที่จะเดินทางผ่านหมู่บ้าน เข้าไปท่องเที่ยวในป่า กรรมการป้องกันไฟป่าบ้านแม่เย็น ต้องพูดภาษานักท่องเที่ยวเยอะมากอธิบายการเข้าเที่ยวในพื้นที่ป่าในเชิงนิเวศน์ ป้องกันไฟป่า และขอเก็บไฟแช๊กของนักท่องเที่ยวก่อนี่จะเข้าไปในป่า และหาก ออกมาค่อยมารับคืน ซึ่งนักท่องเที่ยวต่างก็ให้ความร่วมมือดีมาก

แหล่งข่าวนักการเมืองท้องถิ่น ( อปท.) ระบุว่า สาเหตุของไฟป่าที่เกิดขึ้นอย่างถี่ยิบ หลังจากที่มีการประกาศห้ามเข้าเก็บหาของป่าและและสัตว์ ของจังหวัดแม่ฮ่องสอน ทำให้ราษฎรส่วนใหญ่ไม่พอใจ และพากันลอบเผาอย่างหนัก ทำให้ยอดจุดฮอทสปอต หลังวันที่ 23 มีนาคม 2560 สูงขึ้นผิดปกติ และมากกว่าทุกวันก่อนหน้าที่จะมีการประกาศดังกล่าว แต่อย่างไรก็ตาม คาดว่าสถานการณ์น่าจะดีขึ้น เนื่องจากเชื้อเพลิงในป่า ( ใบไม้ ) ได้ถูกเผาจนแทบจะหมดเกลี้ยง โดยจะเห็นได้จาก เทือกเขาทุกแห่งที่อยู่ติดหมู่บ้าน ทุกหมู่บ้านในทุกอำเภอของจังหวัดแม่ฮ่องสอนถูกไฟป่าเผาทุกเทือกเขา จนไม่เหลือเชื้อเพลิงในป่าให้ติดไฟได้อีกแล้ว นอกจากนั้นป่าสองข้างทางหลวงหมายเลข 108 และ หมายเลข 1095 ตั้งแต่ เขตพื้นที่ อำเภอสบเมย ไล่ขึ้นมาจนถึง อำเภอปาย ป่าสองข้างทางได้ถูกไฟเผาไปแล้ว ไม่ต่ำกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ ยังคงเหลือป่าในเทือกเขาห่างไกล เท่านั้นที่ยังมีการลอบจุดไฟป่าอยู่ในปัจจุบัน ซึ่งจะไม่ค่อยมีผลต่อสภาพบรรยากาศเหนือตัวเมืองและหมู่บ้านเท่าไหร่นัก