วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ชาวบ้านสระแก้วขอเงินออมกองทุนฯคืน หลังการเจรจาล้มเหลว

ภาครัฐแจงบริหารงานผิดผลาด ด้านชาวบ้านไม่ยอมรับชี้ไม่สอบสวนหาตัวคนทำผิดมาลงโทษ เรียกร้องขอเงินคืน  

เมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2560 ที่ผ่านมา ที่ศาลากลางบ้าน ม.1 ต.ตาหลังใน อ.วังน้ำเย็น จ.สระแก้ว มีการจัดเวทีเพื่อชี้แจงกรณีปัญหาเงินกองทุนสวัสดิการชุมชนตาหลังใน หรือเงินออมวันละบาท รวมทั้งหมดกว่า 5 ล้านบาทของ 21 หมู่บ้าน กว่า 2,000 คน หลังชาวบ้านรวมตัวร้องเรียนความไม่โปร่งใสไปยังศูนย์ดำรงธรรมอำเภอและสื่อมวลชนว่า มีเงินเหลือเพียง 1,000 กว่าบาท โดยมีนายปราชญา อุ่นเพชรวรากร นายอำเภอวังน้ำเย็น ปลัดอำเภอ เจ้าหน้าที่พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดสระแก้ว , และคณะกรรมการขบวนการชุมชน จ.สระแก้ว ทั้งนี้ มี น.ส.ตรีนุช เทียนทอง อดีต ส.ส.สระแก้ว เดินทางเข้าร่วมสังเกตการณ์ด้วย

 สำหรับบรรยากาศการชี้แจงเป็นไปอย่างคึกคัก โดยฝ่ายเจ้าหน้าที่และอำเภอพยายามพูดถึงปัญหาของกองทุน ซึ่งอยู่ในภาวะขาดทุน เงินที่รัฐอุดหนุนเข้ามาช่วยก็ขาดทุน เนื่องจากมีค่าใช้จ่ายมาก ส่งผลให้เงินกองทุนหมดไป จึงต้องมาช่วยกันหาทางแก้ไข ตอนนี้เงินไม่มีแล้วถือว่า เป็นการทำบุญไป มาเริ่มทำกองทุนกันใหม่

 ขณะที่ประชาชนและชาวบ้านต้องการได้เงินที่ออมกันมากว่า 10 ปีคืน เพราะช่วงเวลา 4 ปีที่ผ่านมาไม่เคยมีการประชุมเลย ไม่ยอมที่จะให้มีการยกเงินที่หายไปเป็นการทำบุญแน่นอน โดยมีการถกเถียงและปรบมือสนับสนุนของกลุ่มชาวบ้านอย่างต่อเนื่อง จนไม่สามารถหาข้อยุติได้ ต้องมีการเอาตัวแทนของแต่ละหมู่บ้าน 21 หมู่มาหารือกัน กระทั่งได้ข้อสรุปว่า ให้ทุกหมู่ที่่เป็นตัวแทน ไปทำข้อมูลสมาชิก การส่งเงิน และการใช้สวัสดิการ เพื่อนำยอดเงินและการใช้จ่ายทั้งหมดมาคุยกันอีก 7 วันข้างหน้า โดยมีนายอำเภอมารับเรื่องอีกครั้ง

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างที่นายอำเภอชี้แจงและพยายามไกล่เกลี่ยนั้น นางประเทือง ประวัติ อายุ 59 ปี ชาวบ้าน ม.8 ได้ลุกขึ้นพูดในนามตัวแทนประชาชนคนตาหลังใน พร้อมถูกกระชากแขนจากฝ่ายกรรมการเพื่อไม่ต้องการให้พูดด้วย ซึ่งนายประเทือง ได้เดินไปหน้าเวที พร้อมกับระบุว่า การที่มีคนพยายามบอกว่า เงินที่หายไป ถือว่า เป็นเงินทำบุญไปนั้น ถ้าจะทำบุญตนก็จะไปทำบุญกับพระที่วัด จะไม่ทำบุญกับพวกนี้  ทำให้ชาวบ้านในเวทีชี้แจงครั้งนี้ ปรบมือเสียงดัง

  ขณะที่ นายละอองดาว  ศรีลาน้ำเที่ยง อดีตผู้ใหญ่บ้านและกรรมการ พอช.ภาค กล่าวว่า แนวทางแก้ไขปัญหาคือ ต้องเอาตัวแทนทุกหมู่บ้าน คนที่เก็บเงิน 21 หมู่ ออกมาพูดคุยกัน โดยให้แต่ละหมู่ทำข้อมูลว่า ที่ผ่านมาจ่ายเงินสมทบมีกี่คน นำส่งประธานเท่าไหร่ จ่ายสวัสดิการไปเท่าไหร เหลือเงินเท่าไหร่ ที่จะต้องให้ประธานชดใช้  หรือถ้าเก็บเป็นปี แต่ส่งเป็นเดือน ส่วนที่เหลือหายไปไหน จะต้องมีการชดเชยตามความจำเป็นเร่งด่วน แต่ถ้าลาออกพร้อมกัน 900 คนก็ไม่มีเงินให้แน่นอน

 ทั้งนี้ ประเด็นข้อถกเถียงเพิ่มเติมคือ เวทีนี้ไม่ได้มีการลงโทษหรือชี้ชัดว่า มีผู้ใดกระทำความผิด  ระเบียบไม่ชัดเจน ทำให้เกิดความไม่ชอบธรรมตั้งแต่ต้น ไม่มีความรอบคอบ เข้าข่ายถูกหลอกลวงหรือเปล่า มีการอ้างว่า สวัสดิการจะมีแบบนี้ แต่จ่ายเท่านี้ เหมือนโฆษณาให้สมาชิกเข้าร่วม ลักษณะเหมือนไปหลอกลวงชาวบ้านมาเป็นสมาชิก โดยการชี้แจงจบลงด้วยการให้แต่ละหมู่บ้านกลับไปทำข้อมูล เพื่อมานำเสนอร่วมกันต่อไป

 อย่างไรก็ตาม ช่วงเช้าก่อนการทางลงพื้นที่ ต.ตาหลังใน เพื่อชี้แจงกรณีดังกล่าว พบว่า เวลา 10.00 น. นายกองคำ รอดภัย คณะกรรมการพื้นที่ขบวนการชุมชน จ.สระแก้ว ได้เดินทางเข้าชี้แจงกรณีนี้ต่อ นายกล้าณรงค์ พงษ์เจริญ ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้วด้วย เช่นเดียวกับ น.ส.มาลัย ปาระบับ และ นางเสริมสวย วงศ์วิชา  ตัวแทนชาวบ้านผู้ร้องเรียนและพวก ได้ถูกเรียกตัวมาสอบสวนที่อำเภอวังน้ำเย็น และช่วงบ่ายเวลา 14.00 น. นางน้ำทิพย์ เชียงเงิน ตัวแทนขบวนการชุมชน จ.สระแก้ว ได้เข้าร่วมการประชุมคณะทำงานสื่อมวลชนจังหวัดสระแก้ว ซึ่งจัดโดย กอ.รมน และผู้ว่าราชการจังหวัด โดยได้ชี้แจงข้อเท็จจริงกรณีกองทุนตำบลตาหลังในต่อที่ประชุม ซึ่งมีนายกล้าณรงค์ พงษ์เจริญ ผู้ว่าราชการจังหวัดสรแก้ว เป็นประธานด้วย โดยยอมรับว่า การบริหารงานกองทุนดังกล่าวล้มเหลวผิดพลาดจริง