อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ ติดตามสถานการไฟป่าแม่ฮ่องสอน ขึ้น ฮ.ตรวจพื้นที่พบไฟป่าแม่ฮ่องสอน ศูนย์โครงการพระราชดำริ ระดมกำลังทหาร หน่วยไฟป่าเข้าควบคุม พื้นที่ป่าเสียหาย 2,000 ไร่
ที่ห้องประชุมศูนย์เฉพาะกิจป้องกันแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันไฟป่าจังหวัดแม่ฮ่องสอน นายจตุพร บุรุษพัฒน์ อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ พร้อมคณะเดินทางมาตรวจราชการ เรียกประชุมร่วมกับนายสืบศักดิ์ เอี่ยมวิจารณ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน และหน่วยงานทหาร สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดแม่ฮ่องสอน เพื่อติดตามแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควันในพื้นที่จังหวัด ฯ ที่อยู่ในภาวะวิกฤติในปัจจุบัน
นายจตุพร เปิดเผยภายหลังการประชุมว่าสถานการณ์ไฟป่าในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน ส่วนหนึ่งเป็นปัญหาไฟป่าที่เกิดขึ้นในประเทศเมียนมา ซึ่งจังหวัดแม่ฮ่องสอนมีพื้นที่ป่าภูเขาติดแนวเขตชายแดนเมียนมาร์ ทำให้หมอกควันส่วนหนึ่งถูกลมพัดมาจากประเทศเมียนมา ด้านทิศตะวันตก จากภาพถ่ายดาวเทียมพบจุดความร้อนในพื้นที่ชายแดนเมียนมาจำนวนมาก
สำหรับไฟป่าที่เกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน จะเกิดขึ้นบนภูเขาที่สูงชัดทำให้อยากต่อการเข้าไปควบคุม ต้องใช้เฮลิคอปเตอร์สนับสนุนทางอากาศ แต่ปีนี้เจ้าหน้าที่สามารถเข้าควบคุมได้ในระดับหนึ่งแต่ก็น้อยกว่าปีที่ผ่านมา โดยนโยบายของผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอนในการควบคุมสถานการณ์ไฟป่าถือว่าได้ผลเพราะทุกหน่วยงานราชการ ท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้านดูแลอย่างใกล้ชิด แต่ก็ได้วางมาตรการส่วนหนึ่งคือ ในพื้นที่หมู่บ้านให้กำนันผู้ใหญ่บ้านแต่ละหมู่บ้านรับผิดชอบ หากเกิดไฟป่าหรือมีการลักลอบเผาในพื้นที่จำนวนมาก ทางผู้ว่า ฯ ก็จะเรียกผู้ใหญ่บ้านเข้าพบทำความเข้าใจ แต่ถ้าหากยังเกิดขึ้นอีกถือว่าไม่สนองนโยบายก็จะถูกปลดจากตำแหน่ง โดยภาพรวมถือว่าอยู่ในเกณฑ์ควบคุมได้
ภายหลังประชุมและมอบนโยบายให้ผู้ว่าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง นายจตุพร พร้อมด้วยนายสืบศักดิ์ เอี่ยมวิจารณ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน นายอำเภอเมือง ได้ขึ้นเฮลิคอปเตอร์บินตรวจสภาพพื้นที่ป่าเหนือตัวเมืองแม่ฮ่องสอน พบไฟป่ากำลังโหมกระหน่ำลุกไฟอยู่บริเวณป่าภูเขาด้านทิศตะวันตกศูนย์บริการและพัฒนาลุ่มน้ำปายตามพระราชดำริท่าโป่งแดง บ้านผาบ่อง ต.ผาบ่อง อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน จึงสั่งการไปยังภาพพื้นดินให้ส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปดับไฟ
โดยพ.อ.พิพัฒน์ ศรีทองพิมพ์ รองผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 17 ได้นำกำลังทหารชุดควบคุมไฟป่าหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 17 จำนวน 2 ชุด , ชุดควบคุมไฟป่าหน่วยเหยี่ยวไฟ กรมป่าไม้ และชุดควบคุมไฟป่า หน่วยดับไฟป่าแม่ฮ่องสอน ร่วมกับเจ้าหน้าที่ศูนย์โครงการพระราชดำริท่าโป่งแดง จำนวน 60 นาย เข้าพื้นที่ทันที พบไฟกำลังลุกโหมไหม้และลุกลามอย่างรวดเร็วรุนแรง เจ้าหน้าที่ต้องใช้เครื่องเป่าลม และถังฉีดน้ำเข้าดับไฟและทำแนวกันไฟเพื่อกันพื้นที่ไม่ให้ไฟลามไปยังพื้นที่ป่าใกลเคียง แต่ก็สามารถควบคุมไว้ได้ระดับหนึ่ง เนื่องจากมีลมกันโชกแรงทำให้เปลวไฟลุกลามขึ้นบนภูเขาสูงภายในพื้นที่ป่าอย่างรุนแรง ตรวจสอบพบพื้นที่ป่าด้านเหนือของศูนย์บริการและพัฒนาลุ่มน้ำปายตามพระราชดำริท่าโป่งแดง ได้รับความเสียหายถูกไฟป่าเผาพลาญมากถึง 2,000 ไร่


