ชาวบ้านเดือด! จ่อบุกเข้าพบผู้ว่าฯสระแก้ว แจ้งความ-ร้องดีเอสไอ ถูกโกงเงินออมวันละบาท 2 พันคน
ชาวบ้านตาหลังใน เตรียมเดินทางเข้าพบผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว และแจ้งความฐานฉ้อโกงประชาชน 22 มี.ค.นี้ หลังพบเงินกองทุนวันละบาทไม่โปร่งใส เดือดร้อนกว่า 2000 ราย ต้องการเงินออมกว่า 2 ล้านบาทคืน ระบุทางอำเภอไม่เข้าข้างชาวบ้านที่เดือดร้อน ล่าสุด ไม่พบเงินเหลือในบัญชีกองทุนฯ และจะนำเรื่้องให้กรมสอบสวนคดีพิเศษหรือดีเอสไอ พิจารณาเป็นคดีพิเศษต่อไป
เมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2560 น.ส.มาลัย ปาระบับ ตัวแทนผู้เดือดร้อนจากกองทุนเงินออมวันละบาท ต.ตาหลังใน อ.วังน้ำเย็น จ.สระแก้ว เปิดเผยว่า ภายหลังชาวบ้านจำนวนกว่า 200 คน รวมตัวกันเพื่อร้องเรียนปัญหาการทุจริตเงินกองทุนสวัสดิการชุมชนวันละ 1 บาท หรือออมปีละ 365 บาท ภายใต้ระเบียบสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน หรือ พอช. ซึ่งได้รับการยกฐานะเป็นสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) ที่ศาลากลางบ้าน หมู่ 1 ต.ตาหลังใน เมื่อวันที่ 15 ม.ค.ที่ผ่านมานั้น มีชาวบ้าน 21 หมู่บ้าน ถูกฉ้อโกงกว่า 2 ล้านบาท เดือดร้อนประมาณ 2,000 คน หลังมีการลาออกจากสมาชิก เนื่องจากพบความไม่โปร่งใส่และไม่ได้ได้รับสวัสดิการตามข้อตกลง หรือคืนเงินต้นตามระเบียบ
น.ส.มาลัย กล่าวว่า ทางอำเภอวังน้ำเย็นได้เรียกชาวบ้านไปสอบสวน และบอกว่าจะมีการตั้งคณะกรรมการเพื่อสอบสวนเรื่องนี้ และดำเนินคดีกับคณะกรรมการชุดเดิม แต่ล่าสุด นายปราชญา อุ่นเพชรวรากร นายอำเภอวังน้ำเย็น ได้ทำหนังสือลงวันที่ เมื่อวันที่ 15 มี.ค.ที่ผ่านมา ถึงตนเองและชาวบ้าน กรณีร้องเรียนกองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลตาหลังใน ระบุว่า ตามที่่ชาวบ้านได้ยื่นหนังสือร้องเรียนให้ศูนย์ดำรงธรรมอำเภอ สอบสวนการดำเนินงานของกองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลตาหลังในนั้น ทางอำเภอได้แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ซึ่งได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงเบื้องต้นแล้ว
ตัวแทนชาวบ้านรายนี้ กล่าวอีกว่า อำเภอสรุปว่า การแก้ไขระเบียบกองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลตาหลังใน ส่งผลให้มีการคืนเงินออมสัจจะลดลง พิจารณาจากระเบียบข้อบังคับกองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลตาหลังใน พ.ศ.2549 ที่ระบุไว้ในบทเฉพาะกาลข้อ 27 แห่งระเบียบปี 2559 ว่า ระเบียบนี้สามารถแก้ไขเพิ่มเติมได้ หลังจากพ้นวาระ 1 ปี หรือตามความเหมาะสมของกองทุนฯ โดยความเห็นชอบของคณะและต้องยึดหลักคุณธรรม"
อีกทั้ง คำให้การของ นายวสันต์ น้อยพลี ประธานกองทุนฯ ว่า มีการประชุมเพื่อแก้ไขระเบียบที่เกี่ยวกับการคืนเงินออมน้อยลงกว่าเดิม เมื่อสมาชิกลาออก เมื่อวันที่ 24 กพ.2557 ณ ศาลาเอนกประสงค์บ้านหนองปรือ เวลา 09.00-16.00 น. มีผู้เข้าร่วมประชุม ประกอบไปด้วย สมาชิก คณะกรรมการสนับสนุนการขับเคลื่อนสวัสดิการชุมชนจังหวัดสระแก้ว ประมาณ 46 คน โดยมีพยานเอกสารสนับสนุน ที่พอทำให้เชื่อได้ว่า มีการประชุมเพื่อให้แก้ไขระเบียบฯจริง
นอกจากนี้ เมื่อนำอัตราการคืนเงินออมสัจจะสมาชิกเมื่อลาออกของกองทุนอื่นๆ ในจังหวัดสระแก้ว มาเปรียบเทียบทำให้ทราบข้อมูลว่า การคืนเงินกองทุนเงินออมสัจจะเปรียบเทียบระหว่าง กรณีใช้สวัสดิการแล้ว เช่น เบิกค่าเฝ้าไข้ นอนโรงพยาบาล และกรณีไม่เคยใช้สวัสดิการ พบว่า กองทุนฯ ต.ตาหลังใน กรณีมีการใช้สวัสดิการแล้ว ระเบียบเดิมให้คืนเงินร้อยละ 90 แต่ระเบียบใหม่ ให้คืนแค่ร้อยละ 50 แต่หากไม่เคยมีการใช้สวัสดิการ ระเบียบเดิมจะให้คืนเงินทั้งหมด ส่วนระเบียบใหม่ให้คืนเงินร้อยละ 90 ขณะที่กองทุนอื่น ๆ ในจังหวัด เช่น กองทุนฯ ต.ทุ่งมหาเจริญ-ต.คลองไก่เถื่อน ไม่ได้ระบุทั้งสองกรณี ,กองทุนฯ ต.พระเพลิง ไม่คืนทั้งสองกรณี และกองทุนฯ ต.หนองหว้า กรณีใช้สวัสดิการแล้ว ไม่คืน แต่หากยังไม่เคยใช้สวัสดิการจะคืนทั้งหมด
ทั้งนี้ หนังสือของนายอำเภอวังน้ำเย็น ยังระบุอีกว่า จากการเปรียบเทียบการคืนเงินออมสัจจะสมาชิกเมื่อลาออกของตำบลตาหลังใน ตามระเบียบเดิมกองทุนสวัสดิการจะมีการคืนเงินออมที่ค่อนข้างสูงกว่ากองทุนอื่น จึงส่งผลให้มีการแก้ไขระเบียบเพื่อลดการคืน เพื่อให้เงินหมุนเวียนเพียงพอ ที่จ่ายสิทธิประโยชน์คืนให้แก่สมาชิกที่เจ็บป่วยหรือเสียชีวิต และไม่มีเงินออมสัจจะคืนกรณีสมาชิกที่ลาออกครั้งละมาก ๆ ซึ่งเมื่อพิจารณาจากกฏหมาย ระเบียบที่เกี่ยวข้อง ปรากฏว่า กองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลตาหลังใน เป็นองค์กรสวัสดิการชุมชนตามมาตรา 40/1 พรบ.ส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคม พ.ศ.2546 และแก้ไขเพิ่มเติม โดย พรบ.ส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคม ฉบับที่ 6 พ.ศ.2550 โดยคณะกรรมการส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคมแห่งชาติ ได้รับรองเป็นองค์กรสวัสดิการชุมชน เมื่อวันที่ 21 ส.ค. 2551 ทะเบียนเลขที่ 00225/2551 ภายใต้การกำกับดูแลของสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดสระแก้ว
“อำเภอวังน้ำเย็นพิจารณาแล้ว เห็นว่า ศูนย์ดำรงธรรมอำเภอวังน้ำเย็นมีอำนาจหน้าที่เพียงการแสวงหาข้อเท็จจริงในเบื้องต้น ตามที่มีการร้องเรียนเท่านั้่น อีกทั้งกองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลตาหลังใน เป็นกองทุนที่อยู่ภายใต้การกำกับและตรวจสอบของ สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดสระแก้ว ดังนั้น ศูนย์ดำรงธรรมอำเภอวังน้ำเย็นจึงได้ส่งเรื่องให้สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดสระแก้ว ตรวจสอบและดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ต่อไป ” นายปราชญา อุ่นเพชรวรากร นายอำเภอวังน้ำเย็น ระบุไว้ในหนังสือดังกล่าว
น.ส.มาลัย กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า จากการตรวจสอบยอดเงินในบัญชีกองทุนดังกล่าวโดยชาวบ้านและผู้เกี่ยวข้อง พบว่า ไม่มียอดเงินเหลือในบัญชีกองทุนนี้แล้ว ทำให้ชาวบ้านเกิดความกังวลใจ และเตรียมเดินทางเข้าแจ้งความฐานฉ้อโกงประชาชน ในวันที่ 22 มี.ค.นี้ เพื่อขอให้เจ้าหน้าสอบสวนและดำเนินคดี เนื่องจากชาวบ้านถูกโกงเงินไป การบอกว่า กรรมการและชาวบ้านมีส่วนรับรู้ในการแก้ไขระเบียบนั้นไม่เป็นความจริง ชาวบ้านเพิ่งรู้หลังเขาทำกันแล้ว แต่ไม่สามารถดำเนินการอะไรได้ รวมทั้ง ชาวบ้านจะรวมตัวกันเพื่อเดินทางเข้าพบกับนายกล้าณรงค์ พงษ์เจริญ ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว เพื่อร้องเรียนปัญหานี้ อย่างไรก็ตาม อยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูลความเสียหายของชาวบ้านทั้งตำบล กว่า 2,000 คน เพื่อส่งเรื่้องให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ พิจารณาเป็นคดีพิเศษต่อไปด้วย


