เกษตรกรรวมกลุ่มเพาะเห็ดฟางแปลงใหญ่ รายได้ปีละ1แสนบาท

เกษตรกรรวมกลุ่มเพาะเห็ดฟางแปลงใหญ่ รายได้ปีละ1แสนบาท

เกษตรกรบ้านดอนประทาย จ.อุบลราชธานี รวมกลุ่มเพาะเห็ดฟางขาย หน้าแล้งมีรายได้ปีละ 1 แสนบาท

เกษตรกรบ้านดอนประทาย ต.หนองฮาง อ.ม่วงสามสิบ จ.อุบลราชธานี ในช่วงหน้าแล้งหลังฤดูเก็บเกี่ยวจะรวมตัวกัน มาเพาะเห็ดฟางกองเตี้ยจากมันสำปะหลังส่งขาย สร้างรายได้ โดยจะรวมกลุ่มกันในรูปแบบแปลงนาแปลงใหญ่ ซึ่งเป็นนโยบายของรัฐบาลโดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนให้เกษตรกรรายย่อย รวมกันผลิตสินค้าทางการเกษตรร่วมกัน เพื่อบริหารจัดการทรัพยากรน้ำและลดค่าใช้จ่ายในการผลิต ซึ่งเกษตรกรบ้านดอนประทายได้นำมาใช้ในการรวมกลุ่มกัน ทำเห็ดฟางกองเตี้ยและประสบผลสำเร็จ โดยสามารถลดค่าใช้จ่ายในการซื้ออุปกรณ์เพาะเห็ดฟาง อีกทั้งสามารถกำหนดราคาขายในท้องตลาดได้ด้วย ทำให้เกษตรกรมีรายได้จากการขายเห็ดฟางรายละกว่า 1 แสนบาท

นายสมหวัง ชูทอง อายุ 51 ปี ผู้ใหญ่บ้านดอนประทาย หนึ่งในสมาชิกกลุ่มเพาะเห็ดฟางกองเตี้ย กล่าวว่า ปัจจุบันมีสมาชิกที่รวมกลุ่มเพาะเห็ดฟาง 66 ราย โดยจะเริ่มเพาะเห็ดฟางขายช่วงฤดูแล้ง ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน–กรกฎาคม จะมีพ่อค้า–แม่ค้ามารับซื้อถึงที่ ราคาขายกิโลกรัมละ 50–60 บาท บางส่วนจะนำไปส่งขายที่ตลาดสดอำเภอม่วงสามสิบ มีรายได้เสริมเลี้ยงดูครอบครัวได้

สำหรับการเพาะเห็ดฟางมีขั้นตอนเริ่มจาก การเตรียมแปลงเพาะโดยขุดดินยกแปลง เพื่อตากแดดฆ่าเชื้อโรคทิ้งไว้ 7 วัน แล้วนำกากมันสำปะหลังมาผสมกับดินแล้วมาบรรจุในไม้แบบอัดเป็นแท่ง รดน้ำ จากนั้นโรยอาหารเสริมระหว่างช่องว่างของแท่งกากมันบาง ๆ แล้วโรยเชื้อเห็ดฟางตาม ใช้ไม้ไผ่ขึ้นโครงแล้วคลุมด้วยพลาสติก กลบชายพลาสติกด้วยดินให้สนิท แล้วปิดด้วยฟางข้าวอีกครั้ง 5-7 วัน ดอกเห็ดจะโตสามารถเก็บมาบริโภคและจำหน่ายได้ การเก็บดอกเห็ด ควรเก็บในช่วงเช้ามืดและเก็บเมื่อเห็ดขนาดดอกตูมหัวแหลมจะได้น้ำหนักดี ทั้งนี้จะสามารถเก็บเห็ดได้ 3-5 วัน ก็จะหมดรุ่น จากนั้นให้เปิดกองรดน้ำพอชุ่ม ปิดไว้อีก 5-7 วัน เห็ดจะเกิดดอก ให้เก็บอีก 1 รุ่น แต่ดอกเห็ดจะเกิดน้อยลง นอกจากการเพาะเห็ดฟางกองเตี้ยจะช่วยสร้างรายได้เสริมให้กับชาวนาแล้ว เศษกากมันและฟางที่เหลือจากการเพาะเห็ด ยังเป็นปุ๋ยชั้นดีเพื่อบำรุงแปลงนา เป็นการลดค่าใช้จ่ายก่อนเริ่มฤดูกาลทำนาได้