รถกระบะวิ่งเปลี่ยนเลนกระทันหันทำให้รถพ่วง 18 ล้อ ที่ขับสวนมา เบรคไม่ทัน ชนอย่างแรงจนทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายรายรวม เสียชีวิต1ราย
พ.ต.ต.อมรวัฒน์ ปานดี สารวัตรสอบสวน สภ. ศรีราชา ได้รับแจ้งเหตุ รถพ่วง 18 ล้อชนกับรถกระบะและมีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายราย เหตุเกิดบริเวณสะพานสวนผีเสื้อ เส้นทางคู่ขนาน ฝั่งขาเข้าพัทยา เส้นทางถนน สาย 7 ตอนที่ 2 ตำบลบางพระ อำเภอศรีราชา หลังรับแจ้งจึงรุด ไปตรวจสอบพร้อมหน่วยกู้ภัยเพียวเยี้ยงไท้ศรีราชา
ในที่เกิดเหตุพบรถกระบะ ยี่ห้อโตโยต้า วีโก้สี่ประตู สีเทาดำ หมายเลขทะเบียน 2 กง-4429 กรุงเทพมหานคร สภาพพังยับเยิน ที่ประตูด้านผู้โดยสารนั่งภายในพบผู้บาดเจ็บ ทราบชื่อนางปราณี หุตะประเสริฐ อายุ 53 ปี คนขับ นายเดชา หุตะประเสริฐ อายุ 70 ปี ซึ่งนั่งโดยสารมาข้างคนขับติดอยู่ภายในรถ เด็กชายกษิดิษฐ์ หุตะประเสริฐ์ อายุ 4 ปี นางสมคิด สุวรรณรัตน์ อายุ 80 ปี ที่นั่งมาในรถกระบะได้รับบาดเจ็บ เจ้าหน้าที่ต้องทำการใช้เครื่องตัดถ่าง นำร่างนายเดชาผู้บาดเจ็บออกมาจากตัวรถ และได้ทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้นก่อน นำตัวผู้บาดเจ็บส่งไปยังโรงพยาบาลพญาไทศรีราชา เพื่อให้แพทย์ทำการรักษา
ทั้งนี้ นางสมคิด สุวรรณรัตน์ อายุ 80 ปี ที่มีอาการบาดเจ็บสาหัส แพทย์ได้ทำการรักษาอย่างเร่งด่วน เนื่องจากมีบาดแผลฉกรรจน์ตามร่างกาย แต่เนื่องจากนางสมคิดทนพิษบาดแผลไม่ไหวเสียชีวิตในเวลาต่อมา
ในที่เกิดเหตุยังพบรถพ่วง 18 ล้อ ยี่ห้อฮีโน่สีขาว หมายเลขทะเบียนส่วนหัว 86-1575 ชลบุรี ทะเบียนส่วนหาง 86-1576 ชลบุรี ซึ่งมีนายนที ทองประเสริฐ อายุ 35 ปี เป็นคนขับรถพ่วง 18 ล้อ ยืนรอให้การในที่เกิดเหตุกับเจ้าหน้าที่ตำรวจโดยไม่ได้หลบหนีไปไหน
จากการสอบสวนนายนที คนขับรถพ่วง 18 ล้อ ได้ให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า ตนได้ขับรถมาจากศรีราชามาบนถนนเส้นคู่ขนาน มุ่งหน้าเข้าชลบุรี และพอถึงจุดเกิดเหตุ ได้มีรถกระบะที่วิ่งมาจากถนนเส้นสาย 7 ตอนที่ 2 มุ่งหน้าเข้าศรีราชามาด้วยความเร็ว และได้เลี้ยวซ้ายเปลี่ยนเลนที่จะเข้าถนนเส้นคู่ขนานอย่างกะทันหัน โดยที่ไม่ได้มองรถของตนที่วิ่งมาทางตรง จึงทำให้ตนพยายามเบรคแต่เบรคไม่อยู่ จึงทำให้รถของนางปราณีพุ่งชนประสานงานกับรถตนอย่างแรงจนเป็นเหตุให้ได้รับบาดเจ็บสาหัสหลายราย และมีผู้เสียชีวิต
อย่างไรก็ตามทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้ควบคุมตัวนายนทีไปทำการสอบสวน พร้อมกับให้ผู้บาดเจ็บรักษาตัวที่โรงพยาบาลก่อน และจะทำการสอบสวนสาเหตุที่เกิดขึ้นกับทั้งสองฝ่ายอีกครั้ง เพื่อเอาผิดกับผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมาย ส่วนนางสมคิด ผู้เสียชีวิต ก็จะประสานให้ญาติมารับศพไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณีทางศาสนาต่อไป




