วันอังคาร ที่ 28 เมษายน 2569

Login
Login

'รองผบช.ภ.5' เก็บข้าวของในสนง.เกลี้ยง หลังถูกสั่งออกราชการ

'รองผบช.ภ.5' เก็บข้าวของในสนง.เกลี้ยง หลังถูกสั่งออกราชการ

"รองผบช.ภ.5" เก็บข้าวของในสนง.เกลี้ยง ปลดป้ายตำแหน่ง-ปิดมือถือ หลังถูกสั่งออกราชการ กรณีรุกป่าวังน้ำเขียว โคราช

สืบเนื่องจากกรณี พล.ต.อ.ธรรมศักดิ์ วิชชาระ ที่ปรึกษา (สบ10) ปฏิบัติราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ลงนามหนังสือให้ พล.ต.ต.พงษ์เดช พรหมมิจิตร รอง ผบช.ภ.5 ออกจากราชการ

ฐานสร้างบ้านรุกป่าวังน้ำเขียว บริเวณป่าบ้านสุขสมบูรณ์ หมู่ที่ 2 ต.ไทยสามัคคี อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา ขณะพล.ต.ต.พงษ์เดช ดำรงตำแหน่งเป็น ผบก.ภ.จว.นครราชสีมา โดยกล่าวหาว่ากระทำผิดวินัยร้ายแรง และต้องหาคดีอาญา ตามคดีที่ 43/60 ลงวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2560 ของ สภ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา จึงได้ให้ออกจากราชการไว้ก่อน เพื่อรอฟังผลการสอบสวนพิจารณาทางวินัย และให้สิทธิอุทธรณ์ต่อ สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ภายใน 30 วัน

ล่าสุดวันนี้ ( 1 มี.ค.) ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่อดีตห้องสำนักงานของ พล.ต.ต.พงษ์เดช ที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ซึ่งอยู่ติดกับห้องสำนักงานของ ผบช.ภ.5 พบว่าด้านหน้าห้องได้มีการปลดป้ายชื่อและป้ายตำแหน่งการทำงานของ พล.ต.ต.พงษ์เดช ออกแล้ว และได้มีการขนย้ายทรัพย์สินทั้งหมดภายในห้องออกจากห้องทำงานตั้งแต่วันที่ 27 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา แล้วไม่ว่าจะเป็นโต๊ะ ตู้ โซฟา อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมดก็ถูกนำออกมาจนเกลี้ยง โดยทราบว่าได้มีการนำรถกระบะจำนวน 2 คันมาขนย้ายของดังกล่าวไม่ต่ำกว่า 5 รอบ โดยบริเวณห้องส่วนตัวของ พล.ต.ต.พงษ์เดช แม้ว่าไร้ทรัพย์สินใดๆ แต่ก็ได้มีการปิดล็อคไว้แล้วไม่ให้ใครเข้าไปหากไม่ได้รับอนุญาต จึงมีลักษณะคล้ายห้องรกร้างปิดตายไร้สิ่งเคลื่อนไหวใดๆ แต่ยังคงมีเจ้าหน้าที่เดินผ่านไปมาเพื่อปฏิบัติงานตามปกติ

ด้านเจ้าหน้าที่ใต้บังคับบัญชาที่ปฏิบัติการหน้าห้องของ พล.ต.ต.พงษ์เดช ก็ยังคงทำงานตามปกติ แต่ก็ได้รื้อถอนป้ายกำกับหน้าห้องที่บ่งบอกว่าเป็นทีมงานของพล.ต.ต.พงษ์เดช ออกเช่นกัน โดยจากการสอบถามเจ้าหน้าที่ใต้บังคับบัญชา หรือเจ้าหน้าที่ตำรวจที่อยู่ในกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 ต่างไม่มีผู้ใดให้ความคิดเห็นว่า พล.ต.ต.พงษ์เดช มีความผิดจริงหรือไม่ แต่ส่วนใหญ่ต่างบอกว่า พล.ต.ต.พงษ์เดช เป็นข้าราชการตำรวจชั้นผู้ใหญ่ที่น่าเคารพ และปฏิบัติงานอย่างเข้มแข็ง เที่ยงธรรม แต่ในส่วนของการที่ถูกต้องข้อหาดังกล่าว เป็นเรื่องที่ผ่านมาแล้ว ก่อนที่ท่านจะมารับตำแหน่งเป็นรอง ผบช.ภาค5 จึงไม่ขอก้าวล่วง ซึ่งให้เป็นหน้าที่ของกฎหมายและผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ตามขบวนการยุติธรรม ที่จะพิสูจน์ว่ามีความผิดจริงหรือไม่ และหาก พล.ต.ต.พงษ์เดช สามารถพิสูจน์ตัวได้หลุดพ้นจากข้อกล่าวหาในคดี ก็คาดว่าจะสามารถกลับมารับราชการได้ใหม่เพราะยังมีอายุราชการเหลืออีกหลายปี

ขณะที่ผู้สื่อข่าวได้พยายามติดต่อไปยังเบอร์โทรศัพท์ของ พล.ต.ต.พงษ์เดช พบว่าได้ปิดเครื่องไม่สามารถติดต่อได้ คาดว่า ได้กลับไปพักผ่อนที่บ้านส่วนตัวอยู่ พื้นที่ อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ และไม่ต้องการให้ใครรบกวน นอกจากนั้นผู้สื่อข่าวยังได้มีการติดต่อไปทาง พล.ต.ท.พูนทรัพย์ ประเสริฐศักดิ์ ผบช.ภ.5 ผู้บังคับบัญชาของ พล.ต.ต.พงษ์เดช โดยตรง ก็พบว่าไม่สามารถติดต่อได้เช่นกันเนื่องจากติดภารกิจ เดินทางไปราชการที่ กรุงเทพฯ ตั้งแต่ช่วงเช้าวันนี้แล้ว

ทั้งนี้ พล.ต.ต.พงษ์เดช พรหมมิจิตร ก่อนถูกสั่งออกจากราชการ ได้ดำรงตำแหน่งรองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 และก่อนหน้านี้ ได้ดำรงตำแหน่ง ผบก.ภ.จว.นครราชสีมา ถูกกล่าวหากระทำผิดวินัยร้ายแรง และต้องหาคดีอาญา ตามคดีที่ 43/60 ลงวันที่ 6 กุมภาพันธ์ ของ สภ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา โดยถูกกล่าวหากระทำความผิดฐาน 1.) ก่อสร้างหรือทำด้วยประการใดอันเป็นการทำลายป่า หรือยึดครอบครองป่า เพื่อตนเองหรือผู้อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต ผู้ใดครอบครองป่าที่ได้ถูกแผ้วถางโดยฝ่าฝืนต่อบทบัญญัติมาตราก่อนให้สันนิษฐานว่าบุคคลนั้นแผ้วถางป่านั้น ตามพ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ. 2484

2.) ยึดหรือครอบครองที่ดิน รวมตลอดถึงก่นสร้าง แผ้วถาง หรือเผาป่า, ทำด้วยประการใดๆ ให้เป็นอันตรายหรือทำให้เสื่อมสภาพแก่ดิน หิน กรวด หรือทราย ตาม พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ 3.) กระทำด้วยประการใดๆ โดยมิชอบด้วยกฎหมายอันเป็นการทำลายหรือทำให้สูญหายแก่ทรัพยากรธรรมชาติ ซึ่งเป็นของรัฐ หรือเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน มีหน้าที่ต้องรับผิดชอบชดใช้ค่าเสียหายให้แก่รัฐ ตามมูลค่าทั้งหมดของทรัพยากรธรรมชาติที่ถูกทำลาย สูญหาย หรือเสียหายไปนั้น ตาม พ.ร.บ.ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม พ.ศ. 2535 และ 4.) ยึดถือ ครอบครอง ทำประโยชน์ หรืออยู่อาศัยในที่ดิน ก่นสร้าง แผ้วถาง เผาป่า ทำไม้เก็บหาของป่า หรือกระทำด้วยประการใดๆ อันเป็นการเสื่อมเสียแก่สภาพป่า ตาม พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507

เหตุเกิดบริเวณป่าบ้านสุขสมบูรณ์ หมู่ที่ 2 ต.ไทยสามัคคี อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา ระหว่าง วันที่ 17 ธันวาคม 2546 ถึง 6 กุมภาพันธ์ 2560 ต่อเนื่องกัน และมีเหตุให้พักราชการได้ตามกฎ ก.ตร.ว่าด้วยการสั่งพักราชการ และการสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน พ.ศ. 2547 ข้อ 3 (1) คือถูกตั้งกรรมการสอบสวนและต้องหาในคดีอาญา ในเรื่องที่เกี่ยวเนื่องกับความประพฤติและพฤติการณ์อันไม่น่าไว้วางใจ และถ้าผู้นั้นยังคงอยู่ในหน้าที่ราชการอาจเกิดความเสียหายแก่ราชการ และได้พิจารณาแล้วเห็นว่าการสอบสวนพิจารณาคดี ที่เป็นเหตุให้สั่งพักราชการนั้นอาจจะไม่แล้วเสร็จโดยเร็ว

ฉะนั้น อาศัยอำนาจตามมาตรา 95 พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2547 และกฎ ก.ตร.ว่าด้วยการสั่งพักราชการและการสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน พ.ศ. 2547 ประกอบคำสั่ง ตร.ที่เกี่ยวข้อง อาทิ การมอบหมายหน้าที่งานบริหาร 2 จึงให้ พล.ต.ต.พงษ์เดช พรหมมิจิตร ออกจากราชการไว้ก่อน เพื่อรอฟังผลการสอบสวนพิจารณาทางวินัย ทั้งนี้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ซึ่งผู้ถูกสั่งให้ออกจากราชการมีสิทธิอุทธรณ์ต่อ ก.ตร.ได้ภายใน 30 วัน นับแต่รับทราบคำสั่งและหากจะฟ้องโต้แย้งคำสั่งหรือคำวินิจฉัยอุทธรณ์ ให้ทำคำฟ้องเป็นหนังสือยื่นต่อศาลปกครอง หรือส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนไปยังศาลปกครองภายใน 90 วันนับแต่ได้รับแจ้ง หรือรับทราบคำวินิจฉัยอุทธรณ์ หรือภายใน 90วัน นับแต่ผู้ฟ้องคดีได้มีหนังสือร้องขอทราบผลวินิจฉัยอุทธรณ์ สั่ง ณ วันที่26 กุมภาพันธ์ 2560