วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

บุกยึดสำนักปฏิบัติธรรม 'เจ้าหญิงเมืองแก้ว' รุกพื้นที่ภ.บ.ท.5

กองปราบพร้อม ทหารพล ร.9 บุกยึดสำนักปฏิบัติธรรม "เจ้าหญิงเมืองแก้ว" จ.กาญจนบุรี รุกล้ำพื้นที่สาธารณประโยชน์

จากกรณีเจ้าหน้าที่กองบังคับการปราบปราม ได้เข้าจับกุมตัว นายอาทิตย์ตยา แสนยาธรรมโฆษ อายุ 34 ปี สาวประเภทสอง ชาว จ.กาญจนบุรี ตามหมายศาลจังหวัดกาญจนบุรี ที่ 9/2560 ลงวันที่ 12 มกราคม 2560 ในข้อหา “ฉ้อโกง”หลังแอบอ้างตั้งตัวเป็นเจ้าหญิงเมืองแก้ว หลอกลวงผู้เสียหายที่มีฐานะร่ำรวยเข้ามาปฏิบัติธรรม โดยเริ่มสอนธรรมะผ่านทางกลุ่มแอฟพลิเคชั่นไลน์ เหยื่อส่วนใหญ่จะเป็นคนไทยที่ไปทำงานในประเทศสหรัฐอเมริกา โดยมีการเปิดสำนักปฏิบัติธรรมในจังหวัดกาญจนบุรี จนทำให้มีผู้ที่เหลงเชื่อโอนเงินให้เป็นมูลค่ากว่า 60 ล้าน ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น                 

ความคืบหน้ากรณีดังกล่าว เมื่อวันที่ 1 มี.ค.60 พล.ต.ต.สุทิน ทรัพย์พ่วง ผบก.ป. พล.ต.ต.คำรณ บุญเลิศ ผบก.ภ.จว.กาญจนบุรี พ.ต.อ.ภูมินทร์ พุ่มพันธ์ม่วง ผกก.5บก.ป.พ.ต.อ.ทศพร ปทุมยา ผกก.สภ.เมืองกาญจนบุรี พ.ต.ท.พารินท จันทร์เลิศ รอง ผกก.5 บก.ป พ.ต.ท. มนต์ชัย, เพ็งเลิศ, สว.กก.5 บก.ป นายชีวะภาพ ชีวะธรรม หน.ชุดพยัคฆ์ไพร กรมป่าไม้ นาย ปราโมทย์ อุ่นจิตสกุล นายกเทศมนตรีเทศบาลำบลปากแพรก สนธิกำลังตำรวจกองปราบปราม ตำรวจบก.ปทส. ตำรวจสภ.เมืองกาญจนบุรี เจ้าหน้าที่กรมป่าไม้ ทหารสังกัดพล.ร.9 กว่า 100 นาย เข้าตรวจสอบสำนักปฏิบัติธรรมไม่มีชื่อเลขที่ 134 ม.6 ต.ปากแพรก อ.เมือง จ.กาญจนบุรี         

จากการตรวจค้นพบว่า สำนักปฏิบัติธรรมดังกล่าว ตั้งอยู่บนเนื้อที่กว่า 5 ไร่ มีรั้วกั้น ภายในมีอาคารที่พักลักษณะเป็นปูนและไม้ กว่า 10 หลัง ซึ่งหนึ่งในนั้นมีอาคารปูนสูง 2 ชั้น โดยชั้นบนถูกแบ่งซอยเป็นห้องพักกว่า 10 ห้อง นอกจากนี้มีอาคารไม้ขนาดใหญ่เป็นเหมือนที่ปฏิบัติธรรม ภายในอาคารไม้ดังกล่าวมีการตกแต่งด้วยรูปภาพของผู้ที่เคยมาปฏิบัติธรรม รวมทั้งมีพระพุทธรูปขนาดใหญ่ ทั้งนี้สำนักปฏิบัติธรรมดังกล่าวมีนายจันทร์ศวรรษ แสนยาธรรมโฆษ อายุ 39 ปี อยู่บ้านเลขที่ 69 หมู่ที่ 11 ต.โพนเมือง อ.อาจสามารถ จ.ร้อยเอ็ด รับเป็นผู้ดูแล เจ้าหน้าที่ไดกระจายกำลังกันเข้าตรวจสอบตามจุดต่างๆ โดยเบื้องต้นพบเอกสารทางราชการจำนวนหนึ่ง อีกทั้งในห้องนอนของผู้ต้องหาพบหนังสือระลึกชาติ และคู่มือการเล่นแอพพลิเคชั่นไลน์ ขณะเดียวกันกำลังอีกชุด ซึ่งเป็นตำรวจบก.ปทส.และกรมป่าไม้ได้นำโดรนขึ้นบินสำรวจภาพถ่ายทางอากาศ และสำรวจรางวัดที่ดิน เพื่อหาขอบเขตว่าสำนักปฏิบิตธรรมดังกล่าวมีการลุกล้ำที่ดินหรือไม่ อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่าจากการตรวจสอบเอกสารการเสียภาษีบำรุงท้องที่ ภ.บ.ท.5 พบว่า ที่ดินดังกล่าวมี น.ส. ศุภลักษณ์ จิตประเสริฐศรี อายุ 40 ปี เป็นผู้เสียภาษี                  

ด้านพล.ต.ต.สุทิน เปิดเผยว่า การเข้าตรวจสอบสำนักปฏิบัติธรรมในครั้ง สืบเนื่องจากตำรวจกองปราบปรามได้จับกุมนายอาทิตย์ตยา แสนยาธรรมโฆษ อายุ 34 ปี สาวประเภทสอง ชาว จ.กาญจนบุรี ผู้ต้องหาตามหมายศาลจังหวัดกาญจนบุรี ที่ 9/2560 ลงวันที่ 12 มกราคม 2560 ในข้อหา “ฉ้อโกง”หลังแอบอ้างตั้งตัวเป็นเจ้าหญิงเมืองแก้ว หลอกลวงผู้เสียหายที่มีฐานะร่ำรวยเข้ามาปฏิบัติธรรม ซึ่งขณะเข้าจับกุมเจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจสอบทุกมูลฐานความผิด จนกระทั่งพบพิรุธของสำนักปฏิบัติธรรมว่ามีการ ปลูกสร้างในพื้นที่ภ.บ.ท.5 จึงได้ประสานไปยังกรมป่าไม้ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อขอเข้าตรวจสอบตามขั้นตอน อย่างไรก็ตามหลังจากนี้ได้สั่งการให้ขยายผลผู้ร่วมขบวนการ รวมทั้งตรวจสอบสำนักปฏิบัติธรรมทั่วประเทศที่เข้าข่ายฉ้อโกง หลอกลวงประชาชน                        

ส่วน พ.ต.อ.ทศพร กล่าวว่า สำนักปฏิบัติธรรมดังกล่าว ตั้งอยู่ในพื้นที่สาธารณประโยชน์ของแผ่นดิน และอยู่ในการดูแลของทหาร ซึ่งทางสำนักปฏิบัติธรรมได้รุกล้ำเข้ามา ทั้งนี้กระบวนการขั้นตอนหลังจากนี้จะต้องตรวจสอบในรายละเอียดว่าใครเป็นผู้ถือครองและมีการผลัดเปลี่ยนมือมากี่ครั้งต่อไป ในส่วนของการดำเนินคดีและแจ้งข้อกล่าวหาทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประกอบไปด้วยเทศบาลตำบลปากแพรก เจ้าหน้าที่ทหาร และกรมป่าไม้ จะทำเรื่องร้องทุกข์กล่าวโทษเพื่อดำเนินการตามกฎหมาย ซึ่งในรายละเอียดนั้น เจ้าหน้าที่ทหาร จะแจ้งดำเนินคดีในฐานความผิดตามพรบ.คุ้มครองและสงวนป่า พุทธศักราช 2481 เช่นเดียวกับกรมป่าไม้ที่แจ้งข้อหาพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ.2484 และมาตรา9 ตามพระราชบัญญัติที่ดิน และเทศบาลใช้พรบ.ควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522                        

ด้าน นายชีวะภาพ กล่าวว่า จากการตรวจสอบร่วมกับทางตำรวจป่าไม้ โดยการนำโดรนบินสำรวจตามแนวเขตที่ดินรังวัด พบว่าสำนักปฏิบัติธรรมดังกล่าว มีการรุกล้ำสร้างสิ่งปลูกสร้างตามแนวเนินเขา โดยไม่ได้รับอนุญาตอยู่ในที่ดินของภทบ.5 ซึ่งอยู่ในการดูแลของทหาร อย่างไรก็ตามขั้นตอนหลังจากนี้ทางหน่วยงานที่เข้าตรวจสอบจะทำการรายการก่อนดำเนินการแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษ เพื่อพิจารณาสั่งการให้ทำการรื้อสิ่งปลูกสร้างตามขั้นตอนต่อไป