กลุ่มประเทศอนุภาคแม่โขง ประชุมหารือแก้ปัญหาหมอกควันข้ามประเทศ คาดปีนี้ลดลง 30%
ที่โรงแรมเลอเมอริเดียน จังหวัดเชียงราย พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รมว.ทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานการประชุมสิ่งแวดล้อม 5 ประเทศอนุภูมิภาคแม่โขง เรื่องมลพิษจากหมอกควันข้ามแดนครั้งที่ 6 โดยมีสมาชิกที่เข้าร่วมประชุมครั้งนี้ ได้แก่ส.ป.ป.ลาว กัมพูชา เวียดนาม เมียนมาร์และไทย สิ่งที่ประชุมรับทราบมติการประชุมที่เกี่ยวข้องภายใต้กรอบอาเซียน รวมทั้งมติการประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งที่ 28 และ 29 ซึ่งจัดเมื่อวันที่ 6-7 กันยายน 2560 ที่ส.ป.ป.ลาว รับทราบผลการดำเนินงานของประเทศสมาชิกอาเซียน
โดยศูนย์อุตุนิยมวิทยาเฉพาะทางอาเซียน ซึ่งดูแลโดยประเทศสิงคโปร์รายงานว่าจำนวน hotspot ในภูมิภาคอาเซียนและประเทศกลุ่มลุ่มแม่น้ำโขงตอนบนในปี 2559 มีจำนวนลดลงจากปีที่ผ่านมาอย่างไรก็ตามคาดการณ์ว่าในช่วงมีนาคมถึงเดือนเมษายน 2560 สภาพอากาศแห้งแล้งจะส่งผลให้เกิดจำนวน hotspot เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ดังนั้นประเทศสมาชิกต้องร่วมมือการป้องกัน และแก้ปัญหาหมอกควันไฟป่าในประเทศอย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันปัญหาหมอกควันข้ามแดนในภูมิภาค
ทั้งนี้ ในที่ประชุมเห็นชอบให้กำหนดเป้าหมายและตัวชี้วัด ในการแก้ไขปัญหาจากจำนวนจุดความร้อนสะสม ของอนุภาคแม่โขงโดยให้ลดจำนวนจุดความร้อนลง เหลือไม่เกิน 50,000 จุดในปี 2563 โดยมุ่งเน้นการสร้างความร่วมมือ ระหว่างประเทศสมาชิกในการแก้ไขปัญหาหมอกควันข้ามแดนอย่างยั่งยืน และประเทศไทยได้นำเสนอ Chiangrai 2017 Plan of Action for Tranboundry Haze Pollution Control in the Mekong Sud-Region เป็นแผนปฏิบัติการเพื่อป้องกันมลพิษจากหมอกควันข้ามแดนและใช้แนวทางในการจัดลำดับความสำคัญ ของกิจกรรมเพื่อผ่านด่านให้ลดจำนวนจุดความร้อนลงเหลือไม่เกิน 5.0000 จุดในปี 2563 สำหรับอนุภาคแม่โขงโดยมุ่งเน้นการใช้ข้อมูลและเทคโนโลยี การสร้างความตระหนักและส่งเสริมการมีส่วนร่วม ของภาคประชาชนรวมทั้งการลดความเสี่ยง ของผลกระทบต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม
นอกจากนี้ประเทศไทยยินดีจัดส่งหน่วยตรวจวัดคุณภาพทางอากาศเคลื่อนที่ เพื่อดำเนินการตรวจวัดคุณภาพอากาศและเสริมสร้าง ศักยภาพบุคลากรในการตรวจวัดคุณภาพอากาศได้ ให้แก่ แก่บุคลากรในประเทศเมียนมาร์และกัมพูชา ตามที่มีการร้องขอ
พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ กล่าวว่า สำหรับจุด hotspot ในพื้นที่ จ.เชียงรายที่ผ่านมาพบว่ามีจำนวนลดลงกว่าปี 2558 อย่างเห็นได้ชัดโดยในปี 2559 ได้มีการร่วมมือ ระหว่างหน่วยทหารในพื้นที่ชายแดนของทั้งไทยและเมียนมาร์ ในการทำแนวกันไฟร่วมกันพร้อมกับให้ความเข้าใจกับผู้นำชุมชน เช่นกำนันผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ชายแดน เพื่อให้กระจายข้อมูลให้กับบุคคลในพื้นที่ซึ่งผลการปฏิบัติพบว่าจำนวนจุด hotspot ลดลงอย่างเห็นได้ชัดซึ่งในปีนี้ก็ได้มีการประชาสัมพันธ์ข้อมูลเกี่ยวกับการห้ามเผา เพื่อลดปริมาณหมอกควันในเขตพื้นที่
นอกจากนี้ทางผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายก็ได้มีมาตรการเข้มงวดในการดำเนินการกับผู้ที่ลักลอบเผาในห้วง 60 วันห้ามเผาของจังหวัดเชียงรายตั้งแต่วันที่ 17 กุมภาพันธ์ถึง 17 เมษายน 2560 โดยหากพบจุด hotspot เกิดขึ้นในพื้นที่หมู่บ้านใดผู้ใหญ่บ้านหรือกำนันในหมู่บ้าน
ดังนั้นจะต้องเข้ามาทำการชี้แจงกับทางผู้ว่าราชการจังหวัดทันที สำหรับในพื้นที่ชายแดนซึ่งมีหมู่บ้านคู่ขนานกันในประเทศเมียนมาร์นั้น ได้รับการประสานจากทางการเมียนมาร์ ในการควบคุมและให้การประชาสัมพันธ์กับประชาชนในชายโดยมีหน่วยทหารตามแนวชายแดน ร่วมกันในการให้ความรู้และงดเผารวมไปถึงแนวทางในการป้องกันไฟป่าและดับไฟป่าทั้งในประเทศ ซึ่งมีการหารือเกี่ยวกับแนวทางปฏิบัติการเรียบร้อยแล้ว ซึ่งในีน้คาดว่าปริมาณของจำนวน hotspot จะลดลงระมาณ 30 %

