ตรัง ผู้ประกอบการภาคอุตสาหกรรม แปรรูปไม้ยางพาราส่งออก ได้รับความเดือดร้อนหนัก จากกำลังการผลิตที่หายไปกระทบยาวนานถึง 6 เดือน
ทำเสียหายมูลค่าทางเศรษฐกิจประมาณ 2,160 ล้านบาท วอนรัฐบาลเร่งช่วยเหลือ ที่ด้วยการลดอัตราดอกเบี้ยหรือให้เงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ กับผู้ประกอบเพื่อใช้เป็นเงินทุนในการหมุนเวียนประกอบธุรกิจ
วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2560 นายอดิศร ตันเองชวน ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดตรัง กล่าวว่า จากการที่เกิดอุทกภัยขึ้นเมื่อเดือนมกราคม 2560 ที่ผ่านมา ส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการธุรกิจในภาคอุตสาหกรรม ที่ต่อเนื่องจากภาคการเกษตรเป็นอย่างมาก ทั้งยางพารา และปาล์มน้ำมัน โดยเฉพาะอุตสาหกรรมต่อเนื่องยางพารา คือ ธุรกิจแปรรูปไม้ยางพาราส่งออก ที่ตลาดส่งออกใหญ่ของไทยอยู่ที่ประเทศจีน ทั้งนี้ ในส่วนของจังหวัดตรังพบว่า ช่วงน้ำท่วมใหญ่นั้นทำผู้ประกอบการเดือดร้อนหนักทั้งหมด 17 ราย มูลค่าความเสียหายมากกว่า 28.8 ล้านบาท เพราะเหลือกำลังการผลิตและส่งออกเพียงแค่ประมาณ 50%
เนื่องจากเส้นทางขนส่งสินค้าถูกน้ำท่วม และเกิดน้ำท่วมขังสวนยางพาราเป็นเวลานาน ทำให้ขาดวัตถุดิบป้อนโรงงาน และหลังจากน้ำลดแล้วขณะนี้ก็ยังประสบปัญหาเช่นเดียวกัน เพราะไม้ยางพาราจำนวนมากเสียหาย จากน้ำท่วม จึงไม่มีวัตถุดิบป้อนโรงงานกำลังการผลิตขณะนี้เหลือประมาณ 60 – 70%เท่านั้น และจะส่งผลกระทบยาวตลอด 2 ไตรมาสแรกของปีนี้ คือ ตั้งแต่เดือนมกราคม – มิถุนายน 2560 ที่กำลังการผลิตมีไม่เพียงพอส่งลูกค้าที่มียอดสั่งซื้อเข้ามา
ทั้งนี้ ภาพรวมการส่งออกไม้ยางพาราแปรรูปของภาคใต้ตลอดปี 2559 ทำรายได้กว่า 28,000 ล้านบาท แต่ในปีนี้ผลจากอุทกภัยน้ำท่วมใหญ่ภาคใต้ดังกล่าว เฉพาะเดือนมกราคมกำลังการผลิตและส่งออกหายไป 50% ซึ่งขณะนี้กำลังการผลิตก็ยังไม่เต็มที่เพียงประมาณ 60 – 70% เท่านั้น ซึ่งจะทำให้ตลอด 2 ไตรมาสนี้ ธุรกิจแปรรูปไม้ยางพาราทั้งภาคใต้จะสูญเสียหายโอกาสและรายได้ไปมากกว่า 9,000 ล้านบาท เฉพาะจังหวัดตรังปีที่ผ่านมา ทำรายได้จากการส่งออกไม้ยางพาราแปรรูปประมาณ 7,200 ล้านบาท แต่ผลกระทบนี้จะทำให้สูญเสียรายได้จากการส่งออกทั้ง 2 ไตรมาส ไม่ต่ำกว่า 2,160 ล้านบาท
จึงวอนขอให้รัฐบาลช่วยเหลือ โดยการปรับลดการจ่ายเงินสมทบจาก 5 เปอร์เซ็นต์ เหลือ 2 เปอร์เซ็นต์ รวมทั้งจัดหาแหล่งเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำให้กับผู้ประกอบการ ในการนำมาเป็นทุนหมุนเวียนในการประกอบธุรกิจ หรือยึดระยะเวลาในการชำระหนี้ออกไป เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการ
