วันศุกร์ ที่ 3 เมษายน 2569

Login
Login

บรรทุกพ่วงชนรถเทลเลอร์ยับ รอดตายปาฏิหาริย์

บรรทุกพ่วงชนรถเทลเลอร์ยับ รอดตายปาฏิหาริย์

หนุ่มเมืองชาละวันขับรถบรรทุกข้าวโพดพุ่งชนรถเทลเลอร์ ก่อนเสียหลักไปชนรถพ่วงอีกคนไฟลุกไหม้ โชคดีรอดตายอย่างปาฏิหาริย์

พ.ต.ท.เอกชัย พรมทอง สารวัตรสอบสวน สภ.เมืองพิษณุโลก รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถบรรทุกพ่วง 18 ล้อ เสียหลักพุ่งชนกันจำนวน3คัน และมีเพลิงลุกไหม้ตัวรถ บนถนนเส้นพิษณุโลก–อุตรดิตถ์ ฝั่งขาขึ้นสู่ภาคเหนือ บริเวณหน้าปั๊มน้ำมัน ปตท. หมู่6ต.ดอนทอง อ.เมือง จ.พิษณุโลก หลังรับแจ้งจึงรีบรุดตรวจสอบพร้อมประสานรถน้ำดับเพลิงจาก อบต.ดอนทอง และ อบต.สมอแข จำนวน2คัน และเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยมูลนิธิประสาทบุญสถาน เจ้าหน้าที่สมาคมกู้ภัยข่าวภาพ เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวง 

ที่เกิดเหตุพบรถบรรทุกพ่วง2คัน รถเทลเล่อร์1คัน ชนกันช่วงจุดยูเทิร์นกลับรถจนเสาไฟส่องสว่างริมทางหักโค่นลงมาขวางถนน ส่งผลทำให้การจราจรติดขัด รถยนต์ไม่สามารถขับผ่านไปได้ รถติดเป็นระยะทางยาวกว่า 2 กิโลเมตร เจ้าหน้าที่ต้องปิดช่องทางการจราจรเพื่อเร่งเคลียร์รถบรรทุกที่เกิดอุบัติเหตุออกจากพื้นที่ และให้ประชานใช้เส้นทางเบี่ยงแทน

นอกจากนี้เจ้าหน้าที่กู้ภัยตรวจสอบที่รถบรรทุกพ่วงทะเบียน 81-6980 ทะเบียนลูกพ่วง 81-6981 พิจิตร ที่บรรทุกข้าวโพดมาเต็มคันรถ พบเพลิงลุกไหม้ที่ห้องเครื่องยนต์ด้านหน้า สภาพเสียหายพังยับเยิน จึงลากสายยางฉีดน้ำจนไฟสงบลง ส่วนคนขับ คือ นายภักดี โภธิคามบำรุง อายุ32ปี ชาว จ.พิจิตร พร้อมกับ นายวีระพงษ์ โภธิคามบำรุง อายุ60ปี บิดา พยายามหนีออกมานอกตัวรถได้อย่างหวุดหวิด ได้รับบาดเจ็บเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ซึ่งนายภักดีที่อยู่ในอาการตื่นตกใจให้การว่า ขณะที่ตนเองพร้อมกับบิดา กำลังขับรถบรรทุกพ่วงมาจาก จ.น่าน เพื่อไปส่งข้าวโพดที่ อ.วังโปร่ง จ.เพชรบูรณ์ ระหว่างทางขับมาถึงจุดเกิดเหตุซึ่งเป็นจุดยูเทิร์นกลับรถ 

ปรากฏว่ามีรถเทลเล่อร์จอดรออยู่ แต่เมื่อขับมาใกล้คนขับรถคันดังกล่าวตัดสินใจกลับรถกะทันหัน เป็นเหตุทำให้ไม่สามารถหยุดรถทันจึงหักพวงมาลัยหลบพุ่งขึ้นเกาะกลางถนนข้ามไปอีกฝั่งถนน และไปชนกับรถบรรทุกพ่วงอีกคันที่ขับมาตามปกติจนเกิดเพลิงลุกไหม้ ส่วนที่รอดตายมาได้ในครั้งนี้ คาดว่าอาจเป็นเพราะบารมีของพระเครื่องที่ห้อยคอติดตัวทุกวันช่วยคุ้มครอง คือ หลวงพ่อหวั่น วัดคลองคูณ จ.พิจิตร หลวงพ่อโม วัดห้วยกรด จ.ชัยนาท และ หลวงพ่อเกษมเขมโก สุสานไตรลักษณ์ จ.ลำปาง

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจจะเรียกตัวคนขับรถบรรทุกพ่วงไปสอบปากคำเพิ่มเติม และสอบถามผู้เห็นเหตุการณ์ เพื่อใช้ประกอบสำนวนคดีดำเนินการตามกฎหมายต่อไป