ตำรวจแปดริ้วใช้เวลา 11 ชม. ติดตามไล่ล่ากดดันคนร้ายชิงทองจากร้านค้าทองญาตินายตำรวจระดับสารวัตรบางคล้า สารภาพตัดสินใจทำด้วยอารมณ์ชั่ววูบ
พล.ต.ต.ธีรพล จินดาหลวง ผบก. ภ.จว.ฉะเชิงเทรา พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปฏิบัติการพิเศษ (นปพ.) กำลังฝ่ายสืบสวนจากกองกำกับการสืบสวน ภ.จว.ฉะเชิงเทรา ซึ่งนำโดย พ.ต.ท.สมมิตร พรมตอง สารวัตรงานสืบสวน และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองฉะเชิงเทรา รวมกว่า 30 นาย ได้นำตัว นายสุภกร (ปาล์ม) ตันจินซุย อายุ 26 ปี อยู่บ้านเลขที่ 116/1 ม.10 ต.บางไผ่ อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา ผู้ต้องหาก่อเหตุชิงทรัพย์ สร้อยคอทองคำน้ำหนัก 1 บาท ไปจากร้านทองแม่ประภัสสร เยาวราช ตั้งอยู่เลขที่ 92/6 ถ.มหาจักพรรดิ์ ต.หน้าเมือง อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา เมื่อเวลา 14.05 น. วันที่ 18 ก.พ. มาทำแผนประกอบคำรับสารภาพ พร้อมด้วยรถจักยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นคลิก สีดำแดงหมายเลขทะเบียน ขงน-638 ฉะเชิงเทรา ยานพาหนะที่ใช้ในการก่อเหตุ มาทำแผนยังในสถานที่เกิดเหตุ
ก่อนที่จะนำตัวพาเดินทางต่อไปยังร้านทองแม่กี่ (หลาน) ซึ่งเป็นร้านค้าทองอีกแห่งหนึ่ง ตั้งอยู่ภายในบริเวณชั้น 2 ของห้างสรรพสินค้าตะวันออกคอมเพล็กซ์ตั้งอยู่เลขที่55/1หมู่4ต.บางตีนเป็ด อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทราซึ่งเป็นร้านค้าทองที่ผู้ต้องหาได้นำเอาทองคำน้ำหนัก 1 บาท ที่ชิงมาได้ ไปแลกเปลี่ยนเทิร์นเป็นสร้อยข้อมือน้ำหนัก 1 สลึง เพื่อนำไปให้เป็นของขวัญวันเกิดแก่แฟนสาว
นายสุภกร กล่าวยอมรับสารภาพระหว่างการทำแผนว่า ที่ตัดสินใจลงมือก่อเหตุชิงทองจากร้านทองในครั้งนี้ เป็นเพียงเพราะอารมณ์ชั่ววูบ โดยเพื่อต้องการที่จะให้เป็นของขวัญเนื่องในวันเกิดของแฟนสาวที่เพิ่งคบหากันมาได้เพียงประมาณ 1 เดือน โดยการกระทำที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ เพิ่งเคยทำเป็นครั้งแรก หลังจากถูกจับกุมได้ในครั้งนี้แล้วก็เข็ดขยาด ไม่เอาอีกแล้ว
ด้าน พล.ต.ต.ธีรพล กล่าวว่า ปกติครอบครัวของผู้ต้องหานั้นมีฐานะดี มีอาชีพค้าขายมะพร้าวน้ำหอม ยังในแหล่งท่องเที่ยวชื่อดังของจังหวัด (วัดสมานรัตนาราม) ซึ่งมีรายได้มาก แต่ผู้ต้องหาเป็นคนใช้เงินเก่งมือเติบเกินตัว โดยล่าสุดได้นำเงินที่ขอไปจากครอบครัวไปเที่ยวเตร่ ยังตามแหล่งสถานบันเทิงในเขตพื้นที่ จ.ชลบุรี นับแสนบาท จนทางครอบครัวไม่ได้ให้เงินใช้ตามใจชอบอีก จึงทำให้ผู้ต้องหาไม่มีเงินที่จะไปซื้อทองเป็นของขวัญให้แฟนสาว คือ สร้อยข้อมือทองคำหนัก 1 สลึง ตามที่ผู้ต้องหาตั้งใจจะให้เองในวันเกิดที่จะถึงในวันที่ 24 ก.พ.60 นี้ และจะนำเงินส่วนที่เหลือ พาแฟนไปเที่ยวด้วย จึงได้ตัดสินใจลงมือก่อเหตุเพียงเพราะอารมณ์ชั่ววูบเท่านั้น หลังการจับกุมได้ ได้ตั้งข้อกล่าวหาในการดำเนินคดีต่อผู้ต้องหาว่า “วิ่งราวทรัพย์ผู้อื่น โดยใช้ยานพาหนะ เพื่อสะดวกในการก่อเหตุ” โดยผู้ต้องหาได้ให้การรับสารภาพระหว่างชั้นพนักงานสอบสวน
สำหรับการติดตามจับกุมตัวผู้ต้องหาได้ในครั้งนี้นั้น เนื่องจากเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนได้ภาพของคนร้ายจากกล้องวงจรปิดภายในร้าน ที่เห็นใบหน้า และตำหนิรูปพรรณ และพาหนะที่ใช้ก่อเหตุได้อย่างชัดเจน จนสามารถตรวจสอบได้ว่า รถคันที่คนร้ายใช้ก่อเหตุนั้นเป็นของ นายบุญนาค ตันจินซุย อายุ 62 ปี ผู้เป็นบิดาของคนร้าย จึงได้ติดตามไปจนถึงที่บ้านพักแต่พบว่าผู้ต้องหาได้หลบหนีไปอยู่กับทางพี่สาว ซึ่งมีอาชีพขายหมูปิ้งในย่านหลังโรงพัก สภ.เมืองสระแก้ว
เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ภ.จว.ฉะเชิงเทรา จึงได้ติดตามไปกดดันจนผู้ต้องหานั้นยินยอมให้ทางผู้ใหญ่บ้านและพี่สาว นำพาเข้ามามอบตัวต่อทางเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมดังกล่าว ตามหมายจับของศาลจังหวัดฉะเชิงเทรา เลขที่ จ.52/2560 ลงวันที่ 18 ก.พ.60 ในเวลา 02.00 น. วันที่ 19 ก.พ.60 เมื่อเช้ามืดวันนี้
ขณะที่นายสุภกร กล่าวเพิ่มเติมว่า หลังก่อเหตุแล้วได้นำทองคำ 1 บาทไปเทิร์นกับร้านทองเป็นสร้อยข้อมือน้ำหนัก 1 สลึงแล้ว ยังมีเงินเหลือจากทางร้านทองที่ทอนกลับคืนมาอีกจำนวน 12,900 บาท แต่ระหว่างทางการหลบหนี เงินจำนวนดังกล่าวได้ปลิวหายไปในขณะขับรถเดินทางไปยัง จ.สระแก้ว

