วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

รองผบตร.แถลงผลจับกุมยาบ้า2ล้าน เครือข่ายพอจะลอโบ่

"พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ" แถลงผลจับกุมยาบ้าเครือข่ายพอจะลอโบ่ 2 ล้านเม็ด พร้อมไอซ์ 150 กิโลกรัม

ผ้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 16.00น. วันนี้ (12 กุมภาพันธ์2560) ที่ กองบังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค5 อ.เมือง จ.เชียงใหม่ พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบตร. พร้อมด้วย พล.ต.ท.พูลทรัพย์ ประเสริฐศักดิ์ ผบช.ภ.5 และพล.ท.ธนา จารุวัฒน์ แม่ทัพน้อยที่ 3 ในฐานะ ผอ.ศป.ปส.ชน.ร่วมกันแถลงข่าว ผลการจับกุมตัวนายพิสิษฐ์ เชาวนางกูร อายุ 41 ปี บ้านเลขที่ 26/6 หมู่ 12 ต.แม่วิน อ.แม่วาง จ.เชียงใหม่ พร้อมของกลาง ยาบ้า 2,000,000 เม็ด ไอซ์ 150 กิโลกรัม ซึ่งเป็นของเครือข่ายพ.อ.จะลอโบ่ ผู้นำชนกลุ่มน้อยกองกำลังทหารว้าชายแดนไทย-เมียนมาร์ พร้อมด้วยเงินสด จำนวน 100,000 บาท ซึ่งเป็นเงินค่าจ้างลำเลียงยาเสพติด โทรศัพท์มือถือ 3 เครื่องและได้ติดตามตรวจยึดอายัดทรัพย์สินได้เพิ่มเป็นรถยนต์ 2 คันอายัดเงินในบัญชี เป็นเงิน 4 แสนบาท บ้านพร้อมที่ดิน 1 หลัง ซึ่งในการแถลงข่าวครั้งนี้ไม่ได้นำตัวผู้ต้องหามาร่วมแถลงด้วย

พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบตร. เปิดเผยว่า การจับกุมในครั้งนี้สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 4 ธ.ค.2559 เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.สส.ภ.5 ได้จับกุม นายบรรดาศักดิ์ ยืนยงแสน พร้อมของกลางยาบ้า 794,000 เม็ด ไอซ์ 10 กิโลกรัม เหตุเกิดที่ด่านตรวจแม่ต๋ำ สภ.แม่กา จ.พะเยา จากการสืบสวนขยายผลหลังเกิดเหตุทราบว่า มีนายพิสิษฐ์ เชาวนางกูร ผู้ต้องหาในคดีนี้ มีส่วนร่วมในการลำเลียงยาเสพติดในคดีดังกล่าว จึงได้ทำการสืบสวนติดตามพฤติการณ์ รวบรวมพยานหลักฐาน และต่อมาศาลได้ออกหมายจับนายพิสิษฐ์ เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการสืบสวนติดตามเพื่อจับกุมนายพิสิษฐ์ มาโดยตลอด

 ต่อมาเมื่อต้นเดือน ม.ค.2560 นายพิสิษฐ์ ได้ติดต่อกับสายลับของทางเจ้าหน้าที่ และได้เสนอว่าจ้างให้ขนลำเลียงยาเสพติดจากจากพื้นที่ อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ ไปยังกรุงเทพมหานคร ก่อนที่ในวันที่ 8 ก.พ.2560 นายพิสิษฐ์ ได้นัดหมายให้เข้าไปรอรับยาเสพติดที่ อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ ในวันที่ 9 ก.พ. 2560 พร้อมกับได้โอนเข้าบัญชีให้กับสายของเจ้าหน้าที่ จำนวน 1 แสนบาท เพื่อเป็นค่าจ้างบางส่วน และแจ้งหมายเลขโทรศัพท์ผู้ที่จะส่งมอบยาเสพติดให้แก่สายลับ ส่วนตัวนายพิสิษฐ์ จะคอยติดต่อประสานงานอยู่ในพื้นที่ เชียงใหม่ ต่อมาทางเจ้าหน้าที่ได้โทรศัพท์ติดต่อไปยังหมายเลขตามที่นายพิสิษฐ์ ให้ไว้ โดยชายผู้รับสายได้นัดหมายให้นำรถยนต์ ไปมอบให้ที่บริเวณเขต ต.ท่าตอน อ.แม่อาย ในเวลา 19.00 น.เพื่อนำไปบรรทุกยาเสพติด

 กระทั่งต่อมาเมื่อถึงกำหนดเวลานัดหมาย ชายคนดังกล่าวมาพบและรับรถยนต์ไป โดยให้สายและเจ้าหน้าที่ที่ปลอมตัวไปนั้น รออยู่ในเขต ต.ท่าตอน อ.แม่อาย แล้วขับรถยนต์มุ่งหน้าไปทาง อ.แม่จัน ต่อมาเวลาประมาณ 21.30 น. ชายคนดังกล่าวได้ขับรถยนต์มาให้ และพบว่าด้านหลังรถบรรทุกยาเสพติดอยู่เต็มคันรถ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมเห็นดังนั้นจึงได้แสดงตัวเพื่อจะทำการตรวจค้นจับกุม แต่ชายคนดังกล่าวได้ขับขี่รถยนต์หลบหนี แล้วจอดรถวิ่งหลบหนีไป เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้ติดตามไป แต่ชายคนดังกล่าวอาศัยความมืดวิ่งหลบหนีไปได้

เมื่อตรวจสอบยาเสพติดของกลางที่อยู่ด้านหลังรถยนต์คันดังกล่าวพบว่ามีจำนวนทั้งหมด 12 กระสอบ เป็นยาบ้าประมาณ 2 ล้านเม็ด และไอซ์ 150 กิโลกรัม จึงได้ทำการตรวจยึดไว้เป็นของกลาง และเร่งระดมติดตามหาตัวชายที่หลบหนี และไปตรวจสอบที่บ้านพักของนายพิสิษฐ์ฯ ในทันที แต่ไม่พบนายพิสิษฐ์ฯ จึงวางกำลังเฝ้าสังเกตการณ์ที่บ้านหลังดังกล่าว และจัดกำลังอีกส่วนหนึ่งออกสืบสวนติดตามในพื้นที่ใกล้เคียงโดยตลอดอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่ง 10 ก.พ.2560 เจ้าหน้าที่ได้พบ นายพิสิษฐ์ ขับรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นรีโว่ สีขาว ทะเบียน งค 2147 เชียงใหม่ ไปจอดที่บ้านไม่ทราบเลขที่ ตั้งอยู่ หมู่ที่ 2 บ้านหนองเต่าคำ ต.ป่าไผ่ อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ จึงแสดงตัวเข้าทำการจับกุมตัวทันที 

หลังถูกจับนายพิสิษฐ์ ให้การรับสารภาพว่า ตนเองและนายเก่ง รับว่าจ้างจากนายโตฯ ให้ลักลอบลำเลียงยาเสพติด เป็นยาบ้าประมาณ 1,000 มัด (2 ล้านเม็ด) ไอซ์ 150 กิโลกรัม จากพื้นที่ อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ จะไปส่งให้กับกลุ่มผู้รับในพื้นที่ภาคกลาง ในราคา 3 ล้านบาท จริง จึงควบคุมตัวและนำนายพิสิษฐ์ เข้าทำการตรวจค้นบ้านเช่าไม่ทราบเลขที่หลังดังกล่าว แต่ไม่พบสิ่งผิดกฎหมาย และได้แจ้งข้อกล่าวหาให้นายพิสิษฐ์ ว่า ร่วมกันกับพวกที่หลบหนีมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือยาบ้า และไอซ์) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย ก่อนจะนำส่งเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

นอกจากนี้ สำหรับผลการปฏิบัติงานด้านการปราบปรามยาเสพติด ของตำรวจภูธรภาค 5 ในห้วง 1 ต.ค.2559 - 9 ก.พ.2560 มีการจับกุมภาพรวม 8,494 คดี ผู้ต้องหา 8,601 คน จับกุมข้อหารายสำคัญ 2,694 คดี ผู้ต้องหา 2,804 คน ของกลางยาบ้า 13,636,775 เม็ด ไอซ์ 195.9 กิโลกรัม เฮโรอีน 59.26 กิโลกรัม กัญชา 6.54 กิโลกรัม ฝิ่น 353.37 กิโลกรัม ตัดทำลายไร่ฝิ่น 1,244-3-260 ไร่ ซึ่งทางตำรวจภูธรภาค 5 จะดำเนินการปราบปราม จับกุม ดำเนินคดีผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด และติดตามตรวจยึดอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้อง เพื่อตัดวงจรการค้ายาเสพติด ลดปัญหายาเสพติดในภาพรวมอย่างต่อเนื่องและเข้มข้น เพื่อให้สังคมต้องมีความปลอดภัยจากปัญหายาเสพติด ปัญหาอาชญากรรมที่เกี่ยวเนื่องกับยาเสพติด ต่อไป