วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

รุมกระทืบหลานสาว'ทักษิณ' กลางลานจอดรถห้างดัง

รุมกระทืบ หลานสาว "ทักษิณ ชินวัตร" กลางลานจอดรถห้างดังย่านบางกะปิ หลังไม่พอใจที่ฝากพนักงานเก็บเงินทิ้งถุงขยะ

น.ส.นันทิยา ชินวัตร อายุ 35 ปี หลานสาวนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยน.ส.จิราพร บุบชัยยา อายุ 31 ปี เข้าให้ปากคำเพิ่มเติมกับร.ต.ท.ธรรมโชติ พันธุฟัก รองสว. (สอบสวน) สน.ลาดพร้าว พร้อมนำใบรับรองแพทย์จาก รพ.เวชธานี และหลักฐานซึ่งเป็นคลิปขณะถูกกลุ่มชายฉกรรจ์หลายคนรุมทำร้ายร่างกายภายในลานจอดรถห้างสรรพสินค้าชื่อดัง ย่านบางกะปิ โดยมีการแจ้งความลงบันทึกประจำวันแล้วเมื่อคืนที่ผ่านมา

น.ส.จิราพร กล่าวว่าตน และน.ส.นันทิยา เดินทางมาหาพี่ที่ขายของอยู่ในห้างสรรพสินค้าแฮปปี้แลนด์ จนถึงเวลาประมาณ 00.40 น. ได้เดินออกมาขึ้นรถโดยมีน.ส.นันทิยา เป็นคนขับ เมื่อขับมาถึงตู้เก็บค่าบริการลานจอดรถน.ส.สุพัตรา บุญรอด อายุ 25 ปี เป็นพนักงานเก็บเงิน ได้แจ้งค่าบริการจอดรถ 50 บาท ในขณะที่ตนกำลังนำเงินออกจากกระเป๋าน.ส.นันทิยา ได้นำถุงขยะเป็นไม้เสียบมะยมเชื่อมยื่นฝากให้น.ส.สุพัตรา นำไปทิ้งน.ส.สุพัตรา ก็รับไปแต่นายชลอ ทองแก้ว อายุ 27 ปี สามีของน.ส.สุพัตรา ซึ่งนั่งอยู่ในป้อมเกิดความไม่พอใจหาว่าดูถูกก่อนจะปาถุงขยะกลับเข้ามาในรถจึงเกิดปากเสียงกันขึ้น ตนพยายามห้าม และส่งเงินค่าจอดรถให้น.ส.สุพัตรา เพื่อจะรีบออกไปจากตรงนั้น แต่นายชลอ ยังด่าทอพวกตนเป็นภาษาใต้ฟังไม่รู้เรื่อง จากนั้นก็เดินมาเปิดประตูรถทางด้านทางฝั่งคนขับเรียกให้ลงมาคุยกัน น.ส.นันทิยา จึงลงไปคุยและมีปากเสียงกันต่อกระทั่งนายชลอ สะบัดมือไปโดนปากของน.ส.นันทิยา 1 ครั้ง ตนจึงเข้าไปห้าม และขอให้ไปเรียกหัวหน้ามาคุยกัน

จากนั้นตนและน.ส.นันทิยา จึงเดินไปขึ้นรถ และบอกให้เปิดไม้กั้นเพื่อจะขับกลับเข้ามาใหม่เนื่องจากมีรถจอดต่อรอออกจากลานจอดหลายคัน เมื่อขับรถกลับเข้ามาตน และน.ส.นันทิยา ได้ออกมายืนรอที่ข้างรถกลับมีกลุ่มชายฉกรรจ์สวมชุดซาฟารีสีดำคาดว่าน่าจะเป็นเพื่อนของนายชลอ และน่าจะเป็นการ์ดของผับแห่งหนึ่งประมาณ 3-4 คนเดินเข้ามา จึงได้พูดคุยแต่ก็เกิดปากเสียกันอีกครั้ง ฝั่งชายฉกรรจ์จึงได้ลงมือทำร้ายน.ส.นันทิยา ตนพยายามห้ามแต่กับถูกน.ส.สุพัตรา กระชากผมล้มไปนั่งกองกับพื้นก่อนจะถูกเตะและกระทืบที่บริเวณหัว จนตนไม่มีแรงสู้ กระทั่งทั้งหมดแยกย้ายกันกลับไป ตนจึงเดินทางเข้าแจ้งความที่สน.ลาดพร้าว

เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ได้เรียกตัวคู่กรณีมาสอบปากคำแล้วตั้งแต่เมื่อคืนเกิดเหตุ แต่ยังเรียกเข้ามาไม่ครบ ส่วนทางด้านผู้ได้รับบาดเจ็บได้ให้ไปตรวจร่างกายที่รพ.เวชธานี แล้วเพื่อให้แพทย์ระบุอาการมาประกอบสำนวน และจะเรียกทั้ง 2 ฝ่ายมาไกล่เกลี่ยและให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายในวันที่ 10 กุมภาพันธ์