วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

พยานปากเอกคดี 'ครูจอมทรัพย์' ย้ำชัด!ข้อเท็จจริง 3 ข้อ

"ทัศนีย์" พยานปากเอกคดี "ครูจอมทรัพย์" ย้ำชัด3ข้อเท็จจริงโค้งสุดท้ายก่อนขึ้นศาล ผู้ชายลงจากรถฝั่งคนขับ,ไม่มั่นใจทะเบียนรถ และรถที่ชนมีหลังคา

( 7 ก.พ.2560 ) วานนี้ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่บ้านนาคู่ หมู่ที่ 2 ต.นาคู่ อ.นาแก จ.นครพนม บ้านของนางทัศนีย์ หาญพยัคย์ หนึ่งในพยานบุคคลที่ศาลจังหวัดนครพนม ได้มีหมายเรียกให้ไปเบิกความเป็นพยาน ในคดีระหว่างพนักงานอัยการ ฝ่ายผู้คัดค้าน กับนางจอมทรัพย์ แสนเมืองโคตร ฝ่ายผู้ร้อง

โดยศาลจังหวัดนครพนม ได้นัดสืบพยานครั้งแรกในวันนี้

เมื่อไปถึงที่บ้าน พบว่า นางทัศนีย์ยังคงใช้ชีวิตประจำวันตามปกติ เมื่อสอบถามถึงความพร้อมในการจะไปให้การต่อศาลจังหวัดนครพนมในวันพรุ่งนี้ นางทัศนีย์ บอกว่า ตอนนี้ตนไม่มีความกังวลใจหรือคิดหนักแต่อย่างใดแล้ว เพราะสิ่งที่จะให้การต่อศาลจะเป็นสิ่งที่ตนเห็นและตนจะให้การตามความเป็นจริง โดยเฉพาะ ข้อเท็จจริง 3 ข้อที่ตนยืนยันมาโดยตลอด คือ ในวันเกิดเหตุรถชนจักรยาน เมื่อช่วงค่ำของวันที่ 11 มีนาคม 2548 ตนเห็นผู้ชายลงมาจากรถฝั่งคนขับ มาดูร่างของนายเหลือ พ่อบำรุง ที่ถูกชนจริง และยืนยันว่า ตำรวจที่เรียกไปสอบปากคำ ที่ สภ.เรณูนคร ไม่ได้สอบถามเรื่องนี้ ตนจึงไม่ได้บอกกับตำรวจ เพราะตนเป็นชาวบ้านธรรมดาๆ เมื่อตำรวจไม่ถาม ตนก็ไม่กล้าบอก เพราะกลัวว่าจะเป็นปัญหา แต่ยืนยันว่าตนเห็นผู้ชายลงมาจากรถฝั่งคนขับจริง

ประเด็นที่สอง คือ เรื่องของหมายเลขทะเบียนของรถยนต์คันที่ชน ตนยืนยันว่า ได้บอกกับตำรวจว่าตนเห็นหมายเลขทะเบียนไม่ชัด เพราะเป็นเวลากลางคืน เมื่อปี 2548 ถนนเส้นนั้นมืดมาก แม้ตนจะใช้ไฟหน้ารถส่องไปที่รถคันก่อเหตุ ก็เห็นเพียง ตัวอักษรซึ่งก็เห็นไม่ชัดว่าเป็นอักษร บต. หรือ บค. แต่ที่จำได้แม่นคือตัวเลข 56 ส่วนหมวดจังหวัดตนมองไม่เห็นเพราะตัวเล็กมาก

ประเด็นสุดท้าย คือเรื่องของลักษณะของรถคันที่ชน ตนเห็นว่าเป็นรถยนต์แบบมีหลังคา ไม่ใช่รถกระบะ แต่จะเป็นสีอะไรนั้นตนไม่ทราบเพราะมองไม่ชัด

นางทัศนีย์ ยังบอกอีกว่า ในวันที่ไปให้ปากคำกับตำรวจ ยอมรับว่าตนมีปัญหาเรื่องการได้ยิน ทำให้วันที่ไปให้ปากคำกับตำรวจที่ สภ.เรณูนคร และตำรวจอ่านสำนวนคำให้การให้ฟังตนก็ได้ยินไม่ถนัด เพราะมีอาการหูตึงและรักษามาตั้งแต่ปี 2540 ยอมรับว่าวันไปให้การตนก็ไม่ได้ตั้งใจฟังมากนัก สุดท้ายเมื่อตำรวจให้เซ็นตนก็เซ็นแล้วจึงเดินทางกลับ โดยในระหว่สงการสอบถามเรื่องนี้นางทัศนีย์ได้นำบัตรประจำตัวผู้พิการทางการได้ยินมาให้ผู้สื่อข่าวดูด้วย ซึ่งพบว่า นางทัศนีย์ได้เป็นผู้พิการทางการได้ยินจริง โดยได้รับบัตรผู้พิการจากพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จ.นครพนม เมื่อปี 2556