วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

เตรียมเรียก'เบนซ์ เรซซิ่ง'สอบปมเงินเข้าบช.ผิดปกติ

ตำรวจเตรียมเรียก "เบนซ์ เรซซิ่ง" สอบปมเงินโอนเข้าบัญชีหลายครั้ง หลังพบความผิดปกติ หนักใจ "บอย" ไม่ยอมให้การอย่างเป็นทางการ

วานนี้ ที่ห้องประชุม กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) พล.ต.ต.พรชัย เจริญวงศ์ รองผบช.ปส. นายสิทธิศักดิ์ วัจนะรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักปราบปรามยาเสพติด และนายกมลสิษฐ์ วงศ์บุตรน้อย ผู้อำนวยการส่วนสืบสวนทางการเงิน กองข่าวกองทางการเงิน สำนักงาน ปปง. ได้เปิดเผยผลการเข้าหารือและประชุมสรุปผล 3 ฝ่าย ทั้งบช.ปส. สำนักงานป.ป.ส. และปปง. เกี่ยวกับกรณีนายอัครกิตติ์ วรโรจน์เจริญเดช หรือ เบนซ์ เรซซิ่ง

รายงานข่าวแจ้งว่า ระหว่างการประชุมหารือทั้ง 3 ฝ่ายในช่วงบ่ายวานนี้ (6 ก.พ.) นั้น ตำรวจสงสัยในประเด็นจำนวนเงิน 6 ล้าน ที่นายอัครกิตติ์ วรโรจน์เจริญเดช หรือ เบนซ์ เรซซิ่ง ให้การว่า ยืมนายณัฐพล นาคคำ หรือ บอยไปดาวน์รถลัมโบกินี่คันดังกล่าว ซึ่งขัดแย้งกับคำบอกเล่าของนายบอยที่ระบุว่าให้นายเบนซ์ยืมเงินจำนวนดังกล่าวจริง แต่ไม่ได้ให้ยืมไปดาวน์รถ แต่ตำรวจไม่ขอเปิดเผยว่าให้ไปทำอะไร เนื่องจากเป็นรายละเอียดในสำนวน ทั้งนี้ จากการตรวจสอบพบห้วงเวลาการโอนเงินไปมาระหว่างนายบอยและนายเบนซ์กว่า 1 ปี ทั้งยังพบความผิดปกติของยอดเงินที่โอนเข้าสู่บัญชีของนายเบนซ์ จำนวนหลายครั้ง ซึ่งเป็นบัญชีที่ระบุชื่อเจ้าของบัญชีเป็นผู้ชาย อีกหลายบัญชี อยู่ระหว่างการตรวจสอบ

อย่างไรก็ตาม ยังไม่ได้ระบุว่าบัญชีต้นทางเหล่านั้นมีความผิดหรือไม่ ต้องเชิญนายเบนซ์มาให้ปากคำเพิ่มเติมว่าเงินเหล่านั้นรับมาอย่างไร และเป็นค่าอะไร เพื่อหาที่มาที่ไปจำนวนเงินที่ชุดสืบสวนพบพิรุธ เนื่องจากนายเบนซ์ประกอบธุรกิจด้วย จึงต้องให้ความเป็นธรรมกับนายเบนซ์

รายงานข่าวระบุอีกว่า สิ่งที่เป็นอุปสรรคในตอนนี้คือ นายบอยยอมพูดคุยกับพนักงานสอบสวนด้วยวาจาแต่ไม่ยอมให้การอย่างเป็นทางการ ทำให้พนักงานสอบสวนต้องหาพยานและหลักฐานในการทำสำนวนให้รัดกุมที่สุด ในส่วนของรถลัมโบกินี่นั้น จากการตรวจสอบพบว่ามีการจดทะเบียนโดยผู้ครอบครองคนแรกเมื่อปี 2554 ที่ผ่านมาก่อนจะมีการผลัดเปลี่ยนมือ ขายส่งต่อ นับรวมนายเบนซ์แล้วเปลี่ยนมือมาประมาณ 2-3 คน ในห้วง 6 ปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบพบว่า รถลัมโบกินี่คันดังกล่าวนายเบนซ์ได้ซื้อมาจากเต๊นท์รถย่านพระราม 3 ซึ่งตรงกับคำให้การของนายเบนซ์จริง