ตำรวจเตรียมเรียก "เบนซ์ เรซซิ่ง" สอบปมเงินโอนเข้าบัญชีหลายครั้ง หลังพบความผิดปกติ หนักใจ "บอย" ไม่ยอมให้การอย่างเป็นทางการ
วานนี้ ที่ห้องประชุม กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) พล.ต.ต.พรชัย เจริญวงศ์ รองผบช.ปส. นายสิทธิศักดิ์ วัจนะรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักปราบปรามยาเสพติด และนายกมลสิษฐ์ วงศ์บุตรน้อย ผู้อำนวยการส่วนสืบสวนทางการเงิน กองข่าวกองทางการเงิน สำนักงาน ปปง. ได้เปิดเผยผลการเข้าหารือและประชุมสรุปผล 3 ฝ่าย ทั้งบช.ปส. สำนักงานป.ป.ส. และปปง. เกี่ยวกับกรณีนายอัครกิตติ์ วรโรจน์เจริญเดช หรือ เบนซ์ เรซซิ่ง
รายงานข่าวแจ้งว่า ระหว่างการประชุมหารือทั้ง 3 ฝ่ายในช่วงบ่ายวานนี้ (6 ก.พ.) นั้น ตำรวจสงสัยในประเด็นจำนวนเงิน 6 ล้าน ที่นายอัครกิตติ์ วรโรจน์เจริญเดช หรือ เบนซ์ เรซซิ่ง ให้การว่า ยืมนายณัฐพล นาคคำ หรือ บอยไปดาวน์รถลัมโบกินี่คันดังกล่าว ซึ่งขัดแย้งกับคำบอกเล่าของนายบอยที่ระบุว่าให้นายเบนซ์ยืมเงินจำนวนดังกล่าวจริง แต่ไม่ได้ให้ยืมไปดาวน์รถ แต่ตำรวจไม่ขอเปิดเผยว่าให้ไปทำอะไร เนื่องจากเป็นรายละเอียดในสำนวน ทั้งนี้ จากการตรวจสอบพบห้วงเวลาการโอนเงินไปมาระหว่างนายบอยและนายเบนซ์กว่า 1 ปี ทั้งยังพบความผิดปกติของยอดเงินที่โอนเข้าสู่บัญชีของนายเบนซ์ จำนวนหลายครั้ง ซึ่งเป็นบัญชีที่ระบุชื่อเจ้าของบัญชีเป็นผู้ชาย อีกหลายบัญชี อยู่ระหว่างการตรวจสอบ
อย่างไรก็ตาม ยังไม่ได้ระบุว่าบัญชีต้นทางเหล่านั้นมีความผิดหรือไม่ ต้องเชิญนายเบนซ์มาให้ปากคำเพิ่มเติมว่าเงินเหล่านั้นรับมาอย่างไร และเป็นค่าอะไร เพื่อหาที่มาที่ไปจำนวนเงินที่ชุดสืบสวนพบพิรุธ เนื่องจากนายเบนซ์ประกอบธุรกิจด้วย จึงต้องให้ความเป็นธรรมกับนายเบนซ์
รายงานข่าวระบุอีกว่า สิ่งที่เป็นอุปสรรคในตอนนี้คือ นายบอยยอมพูดคุยกับพนักงานสอบสวนด้วยวาจาแต่ไม่ยอมให้การอย่างเป็นทางการ ทำให้พนักงานสอบสวนต้องหาพยานและหลักฐานในการทำสำนวนให้รัดกุมที่สุด ในส่วนของรถลัมโบกินี่นั้น จากการตรวจสอบพบว่ามีการจดทะเบียนโดยผู้ครอบครองคนแรกเมื่อปี 2554 ที่ผ่านมาก่อนจะมีการผลัดเปลี่ยนมือ ขายส่งต่อ นับรวมนายเบนซ์แล้วเปลี่ยนมือมาประมาณ 2-3 คน ในห้วง 6 ปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบพบว่า รถลัมโบกินี่คันดังกล่าวนายเบนซ์ได้ซื้อมาจากเต๊นท์รถย่านพระราม 3 ซึ่งตรงกับคำให้การของนายเบนซ์จริง





