วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

เร่งหาโทรศัพท์ 'เซลส์แมน' ที่หายตัวไปย่านบรมราชชนนี

ตำรวจเร่งหาโทรศัพท์ ของเซลส์แมนที่หายตัวไปย่านบรมราชชนนี ใช้รถแบคโฮ-เครื่องตรวจโลหะตรวจพื้นที่

จากกรณีนายรัติภูมิ หรือเบิร์ด พิมใจใส อายุ 34 ปี เซลส์แมนหนุ่มหน้าตาดี ศูนย์จำหน่ายรถยนต์โตโยต้า สาขาเกษตร-นวมินทร์ หายตัวไป ตั้งแต่วันที่ 20 ธันวาคม ที่ผ่านมา ต่อมา น.ส.นันทิยา สุวรรณวาลี ภรรยา และญาติๆ ได้แจ้งความคนหายไว้ที่ สน.ธรรมศาลา เมื่อวันที่ 8 มกราคม โดยให้ข้อมูลว่านายเบิร์ด โทรศัพท์ติดต่อกับผู้จัดการศูนย์ฯ เป็นคนสุดท้าย เพื่อขอความช่วยเหลือ พร้อมแชร์สถานที่อยู่บริเวณซอยบรมราชชนนี 78 แขวงศาลาธรรมสพน์ เขตทวีวัฒนา กรุงเทพฯ ซึ่งญาติกลัวว่าจะได้รับอันตราย เนื่องจากทราบว่านายเบิร์ดไปมีความสัมพันธ์ชู้สาวกับหญิงรายหนึ่ง ที่คบหาอยู่กับทหารนายหนึ่งยศพันเอก กระทั่งนายทหารเข้าพบตำรวจ ปฏิเสธไม่เกี่ยวข้อง

ขณะที่ตำรวจพบโทรศัพท์มือถือนายเบิร์ด เงินสด 20,000 บาท พระเครื่องเลี่ยมทอง 3 องค์ และไอซ์น้ำหนัก 2 กรัม ตกอยู่เกาะกลางถนนหน้าสายใต้ใหม่ และตรวจค้นบ่อน้ำพบรองเท้าที่คาดว่าเป็นของนายเบิร์ด ยิ่งสร้างความกังวลใจให้กับทางครอบครัว

ล่าสุด เมื่อเวลา 15.00 น.วันที่ 6 กุมภาพันธ์ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตำรวจสน.ธรรมศาลา เจ้าหน้าที่ อปพร.สำนักงานเขตทวีวัฒนา ตำรวจปฏิบัติการพิเศษเก็บกู้วัตถุระเบิด หรือ อีโอดี ได้นำอุปกรณ์เครื่องตรวจหาโลหะใต้พื้นดิน และรถแบคโฮขนาดใหญ่มาทำการค้นหาโทรศัพท์ยี่ห้อ ไอโฟน รุ่น 6 เอส ที่บริเวณซอยบรมราชชนนี 78แยก 7 และ 9 แขวงศาลาธรรมสพน์ เขตทวีวัฒนา กรุงเทพฯ ตามที่ น.ส.มิ้ว มีการกล่าวอ้างว่านายเบิร์ดได้หยิบและวิ่งออกมาจากบ้านตนก่อนที่จะมีการขว้างทิ้ง หลังจากนั้นประมาณ 1 ชั่วโมง น.ส.มิ้วก็ได้นำโทรศัพท์ยี่ห้อไอโฟนของเพื่อนอีกเครื่องหนึ่งในการใช้โปรแกรมค้นหาสัญญาณพบว่าสัญญาณโทรศัพท์ของตนยังอยู่ที่สถานที่ดังกล่าวเป็นครั้งสุดท้ายก่อนที่จะขาดหายไป

ด้าน พ.ต.ต.อนันต์ กาวสันเทียะ สวป.สน.ธรรมศาลา กล่าวว่า หลังจากที่ตนได้รับคำสั่งจากผู้บังคับบัญชาให้รับผิดชอบในการติดตามค้นหาโทรศัพท์มือถือเครื่องดังกล่าว เนื่องจากมีความเกี่ยวข้องกับคดี ตนก็ได้ประสานไปยังสำนักงานเขตทวีวัฒนา และตำรวจพิสูจน์หลักฐาน ในการลงพื้นที่เพื่อค้นหาอย่างเร่งด่วนในพื้นที่ๆ น.ส.มิ้ว อ้างว่า ได้ตรวจพบสัญญาณโทรศัพท์ดังกล่าวอยู่บริเวณพื้นที่นี้ แต่จะเป็นความจริงตามที่ น.ส.มิ้ว กล่าวอ้างหรือไม่นั้น ตนไม่ขอยืนยัน แต่เหตุผลที่อาจจะมีความน่าเชื่อถือได้คือ จุดที่ น.ส.มิ้ว อ้างว่าตรวจพบสัญญาณเป็นครั้งสุดท้ายนั้นสอดคล้องกับพยานหลักฐานที่พบว่า นายรัติภูมิ ได้มีการส่งสถานที่ ทางโปรแกรมไลน์ และ โทรศัพท์ไปหาหัวหน้างานเพื่อขอความช่วยเหลือ ก่อนที่จะหายตัวไปอย่างลึกลับนั้นเป็นสถานที่จุดเดียวกัน

“ ส่วนในกรณีที่นายรัติภูมิ หายไปในเส้นทางไหน และยังมีชีวิตอยู่หรือไม่นั้น ผมไม่สามารถให้คำตอบได้ เนื่องจากไม่ได้รับผิดชอบหน้าที่ในการติดตามตัวนายรัติภูมิ แต่ทางตำรวจฝ่ายสืบสวน บช.น. บก.น.7 และ สน.ธรรมศาลา มีหน้าที่โดยตรงในการเร่งติดตามค้นหาตัว นายเบิร์ด ประกอบกับขณะทางตำรวจกำลังเร่งหาพยานหลักฐาน พยานแวดล้อม เพิ่มเติมเพื่อมาประกอบสำนวนคดีและเร่งติดตามตัวผู้สูญหายโดยเร็วที่สุด” พ.ต.ต.อนันต์ ระบุ

ด้านเพื่อนชายข้างบ้าน น.ส.มิ้ว เล่าว่า ในวันเกิดเหตุ ตนเพิ่งจะเลิกงาน เมื่อกลับมาถึงบ้านพักที่ติดกับน.ส.มิ้ว ก็ได้ยินว่ามีขโมย ตนจึงแนะนำให้หาพิกัดของโทรศัพท์ไอโฟนของน.ส.มิ้ว โดยใช้โทรศัพท์ไอโฟนของเพื่อนตนคนหนึ่ง เข้าระบบไอคราวของน.ส.มิ้ว เพื่อหาพิกัด เพราะไอโฟนสามารถตรวจสอบหาพิกัดได้ ปรากฎว่าเจอพิกัดของไอโฟนน.ส.มิ้ว อยู่ในซอยเดียวกัน แต่บริเวณแยก5 ตนและน.ส.มิ้วจึงไปตามพิกัดดังกล่าว เริ่มค้นหาตั้งแต่19.00น.-21.00น. ซึ่งระหว่างค้นหายังมีสัญญาณไอโฟนของน.ส.มิ้วปรากฎตลอดเวลา จนกระทั่งหยุดค้นหา จนกระทั่งผ่านมา 2-3 วัน ก็เลยลองติดต่อเบอร์น.ส.มิ้วอีกครั้ง ปรากฎว่าปิดเรื่องไปแล้ว จนกระทั่งมาเป็นข่าว