รวบแก๊งคมแฝก 4 ราย อายุระหว่าง 14-18 ปี ก่อเหตุดักปล้นจยย.2 หนุ่มเมียนมาร์ สารภาพอ้างไม่ได้จงใจจะชิง จยย. แค่อยากได้มือถือ
เมื่อเวลา 10.00 น.วันนี้ (6 ก.พ.)ที่บริเวณด้านหน้าสำนักงานสรรพากรพื้นที่สาขาเมืองเชียงใหม่ 1 และ 2 บริเวณถนนเจริญประเทศ ต.ช้างคลาน อ.เมือง จ.เชียงใหม่ พล.ต.ต.พงษ์เดช พรหมมิจิตร รอง ผบช.ภ.5 พร้อมด้วยพ.ต.อ.ปิยะพันธ์ ภทรพงศ์สินธุ์ รอง ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่และเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนสอบสวนสภ.เมืองเชียงใหม่ นำตัวนายวรพล อายุ 18 ปี ซึ่งเป็นหนึ่งผู้ต้องหาในคดีปล้นทรัพย์รถจักรยานยนต์มาแถลงข่าวและทำแผนประกอบคำรับสารภาพ
พล.ต.ต.พงษ์เดช พรหมมิจิตร รองผบช.ภ.5 เปิดเผยว่า ด้วยจากพฤติการณ์ของคนร้ายเมื่อวันที่ 4 ก.พ.ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 00.01 น. เจ้าพนักงานตำรวจฝ่ายสืบสวน สภ.เมืองเชียงใหม่ ได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุนครพิงค์ ว่าเกิดเหตุร่วมกันปล้นทรัพย์ บริเวณถนนเจริญประเทศ ด้านหน้าของสำนักงานสรรพากรพื้นที่สาขาเมืองเชียงใหม่ 1 และ 2 โดยมีเสียหายคือนายอ้าย วิน อายุ 25 ปี และนายเดือน อายุ 25 ปี สัญชาติเมียนมาร์
โดยผู้เสียหายทั้ง 2 รายได้ให้การว่า ช่วงเวลาประมาณ 00.01 น. หลังจากกลับมาจากการนั่งเล่นอยู่บริเวณสะพานขั้วเหล็ก จ.เชียงใหม่ ได้ขับขี่รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า รุ่น MSX สีแดง-ดำ ป้ายทะเบียน 1 กน-434 เชียงใหม่ เพื่อกลับไปยังที่พักไม่ไกลจากที่เกิดเหตุมากนัก กระทั่งต่อมาได้มีกลุ่มคนร้ายขับขี่รถจักรยานยนต์ตามมาประชิดจำนวน 2 คัน โดยจากการสังเกตพบว่า เป็นผู้ชาย 3 คน ผู้หญิง 1 คน กระทั่งไม่นานเมื่อขับรถจักรยานยนต์มาถึงบริเวณด้านหน้าสำนักงานสรรพากรพื้นที่สาขาเชียงใหม่ 1และ2 คนร้ายได้ใช้เท้าดันไปที่บริเวณแฮนด์รถด้านซ้าย ทำให้รถจักรยานยนต์ของผู้เสียหาย เสียหลักล้มกระแทกพื้น
จากนั้นในช่วงเวลาเพียงไม่นาน หนึ่งในกลุ่มคนร้ายได้ลงมาจากรถจักรยานยนต์ พร้อมงัดอาวุธที่ทำมาจากไม้แผ่นหนา เหลาลักษณะคล้ายของมีคม ขนาด 30 เซนมติเมตร เข้ามาข่มขู่ ด้วยความกลัว ผู้เสียหายทั้ง 2 รายจึงได้วิ่งหลบหนีไป และทราบต่อมาว่า คนร้ายได้ขโมยรถจักรยานยนต์หลบหนีมุ่งหน้าไปยังแยกโรงเหล้า ถ.ช้างคลาน ต.ช้างเผือก จ.เชียงใหม่
ภายหลังจากทราบเรื่อง เจ้าพนักงานตำรวจได้ออกสืบสวนติดตามคนร้ายที่ก่อเหตุและทรัพย์สินที่ถูกประทุษร้ายในคดีนี้อย่างต่อเนื่อง พร้อมกำหนดแนวทางการสืบสวนตรวจสอบอย่างละเอียดจากกล้องวงจรปิดของเทศบาลนครเชียงใหม่ ห้างร้านเอกชน และสถานที่บริเวณใกล้ที่เกิดเหตุ จนกระทั่งทราบตำหนิ รูปพรรณของคนร้ายและยานพาหนะที่นำก่อเหตุในครั้งนี้
เมื่อสืบจนทราบรายละเอียดชัดเจนถึงพื้นที่การกบดานอยู่ในพื้นที่อ.สารภี ของคนร้ายทั้ง 4 คนแล้ว ในวันที่ 5 ก.พ.2560 ได้มีการตรวจพบรถจักรยานยนต์ยี่ห้อ MSX สีแดง-ดำ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ขับขี่โดยชาย 1 คน , รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้าเวฟ 100 เอส สีขาว-ดำ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ขับขี่โดยชาย 1 คน และรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้าเวฟไอ สีแดง-ดำ หมายเลขทะเบียน 1 กข 6220 ลำพูน มีผู้ชายเป็นผู้ขับขี่และผู้หญิงซ้อนท้าย 1 คน พบว่าทั้ง 4 คนได้ขับขี่รถจักรยานยนต์ตามกันมาบนถนนเชียงใหม่-ลำพูน และเห็นว่ามีรูปพรรณสันฐานคล้ายกับกลุ่มคนร้ายที่ก่อเหตุปลิ้นทรัพย์ ประกอบกับรถจักรยานยนต์หนึ่งในนั้นเป็นรถจักรยานยนต์รุ่นเดียวกับที่ถูกขโมยไป จึงได้มีการประสานตั้งด่าน และหยุดรถเพื่อตรวจสอบ
และทราบต่อมาว่าผู้ต้องหาทั้ง 4 คน เป็นเยาวชนอายุระหว่าง 14-18 ปี พักอาศัยอยู่ในเขตอ.สารภี จ.เชียงใหม่
โดยเมื่อมีซักถามอย่างละเอียดจึงทราบว่าทั้ง 4 คนเป็นผู้ก่อเหตุปล้นทรัพย์รถจักรยานยนต์ในคืนนั้นจริง เพียงแต่เดิมทีแต่แรกไม่ได้คิดจะขโมยรถจักรยานยนต์ อยากได้เพียงโทรศัพท์มือถือเท่านั้น เพราะโทรศัพท์ที่พวกใช้อยู่เริ่มพัง จึงเลือกติดตามวัยรุ่นชาย 2 คน เนื่องจากมองว่ามีลักษณะไม่สู้คน และอาวุธหรือไม้คมแฝกนั้นไม่ได้ใช้สำหรับทำร้าย แค่นำมาขู่ให้เกิดความกลัวเท่านั้น แต่เมื่อผู้เสียหายหลบหนีไป เห็นว่ามอเตอร์ไซค์รุ่นดังกล่าวเป็นที่นิยม จึงได้ลักขโมยมาแทน
พล.ต.ต.พงษ์เดชกล่าวว่า ตนได้ให้นโยบายว่า เมืองเชียงใหม่เป็นเมืองท่องเที่ยวอาชญากรรมลักษณะนี้ต้องเกิดขึ้นไม่ได้ เพราะเป็นการทำลายบรรยากาศการท่องเที่ยว และเน้นย้ำถึงความผิดลักษณะการกระทำอุกอาจเช่นนี้ห้ามเกิดขึ้นในพื้นที่ความดูแลของตำรวจภูธรภาค 5เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้คุมตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป




