วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

กฎหมายใหม่กู้กยศ. เลือกสถานศึกษาได้ตรงจุด

“ชัยพฤกษ์” แจงพ.ร.บ.กองทุนให้กู้ยืมเพื่อการศึกษาฉบับใหม่ เกิดผลดีกับ ศธ.ทำให้มีสิทธิ์เลือกสถานศึกษาได้ตรงจุด ช่วยให้การชำระหนี้มีประสิทธิภาพ

ดร.ชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยว่า ตามที่ พ.ร.บ.กองทุนให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา พ.ศ.2560 มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 27 มกราคม 2560 นั้น ในส่วนที่เกี่ยวกับ ศธ.ตามกฎหมายใหม่ ได้มีการยกเลิกคณะอนุกรรมการบัญชีจ่ายที่ 1 และคณะอนุกรรมการบัญชีจ่ายที่ 2 โดยให้มีคณะอนุกรรมการกำกับและประเมินสถานศึกษาที่เข้าร่วมดำเนินงานกับกองทุน มีปลัด ศธ.เป็นประธาน มีเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน  (กพฐ.) เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (กอศ.) ผู้อำนวยการสำนักรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.) ผู้แทนสำนักงบประมาณ ผู้แทนกรมบัญชีกลาง และผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 3 คน เป็นกรรมการ ซึ่งอนุกรรมการฯชุดนี้ จะทำหน้าที่กำกับ ติดตาม ตรวจสอบ ดูแลสถานศึกษา พร้อมทั้งให้ข้อเสนอแนะแก่คณะกรรมการบริหารกองทุน กยศ.ซึ่งจะทำให้ ศธ.มีบทบาทมากขึ้นในการกำหนดมาตรฐานในการเลือกสถานศึกษา กำหนดมาตรฐานในการดูแลเด็กที่กู้ยืม ตลอดจนสาขาวิชาที่จะให้กู้ยืม เป็นต้น

ดร.ชัยพฤกษ์ กล่าวต่อไปว่า พ.ร.บ.กองทุนให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา พ.ศ.2560  ฉบับนี้จะช่วยให้ กยศ.สามารถขอข้อมูลหน่วยงานต่างๆ เพื่อติดตามทวงหนี้ โดยเฉพาะผู้กู้ยืมที่ไม่ชำระหนี้ได้ ซึ่งขณะนี้มีผู้ค้างชำระหนี้ กยศ.ประมาณ 1 ล้านคน ตลอดจนกรมสรรพากร สามารถแจ้งให้นายจ้างหรือผู้บังคับบัญชา หักเงินเดือนของผู้กู้เพื่อชำระหนี้ได้ ซึ่งวิธีการดังกล่าวจะทำให้การชำระหนี้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ มีเงินหมุนเวียนกลับเข้ากองทุนมากขึ้น อย่างไรก็ตาม  การกู้ยืมตามกฎหมายฉบับใหม่นี้ผู้กู้จะต้องเซ็นยินยอมให้หักเงินชำระหนี้

“จากนี้ ศธ.จะเร่งสร้างความรู้ ความเข้าใจในประเด็นต่างๆ ให้แก่ครู อาจารย์ สถานศึกษา ตลอดจนนิสิต นักศึกษา และนักเรียน ได้รู้ว่ามีอะไรที่เปลี่ยนแปลงไปบ้าง เพราะเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับตนเอง ทั้งเรื่องการกู้ยืมเงิน กยศ.และกองทุนเงินให้กู้ยืมที่ผูกกับรายได้ในอนาคต (กรอ.) ว่าควรปฏิบัติตนก่อน ระหว่าง และหลังกู้ยืมเรียนอย่างไรบ้าง โดยจะเน้นเป็นพิเศษ เรื่องความรับผิดชอบและความซื่อสัตย์”ดร.ชัยพฤกษ์ กล่าว