วันอังคาร ที่ 19 พฤษภาคม 2569

Login
Login

สาวซ้อนจยย.ผ่านหนุ่มตกปลา โดนเอ็นเบ็ดเกี่ยวหวิดตาบอด

สาวซ้อนจยย.ผ่านหนุ่มตกปลา โดนเอ็นเบ็ดเกี่ยวหวิดตาบอด

อุทาหรณ์เตือนภัย สาวเคราะห์ร้ายซ้อนจยย.ผ่านหนุ่มตกปลา โดนเอ็นเบ็ดเกี่ยวหน้าพันคอ หวิดตาบอด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในโลกโซเชียลมีอุทาหรณ์เตือนภัย จากผู้ใช้ชื่อในเฟสบุ๊คว่าZee Kornkanokซึ่งได้โพสข้อความพร้อมภาพจำนวน 3 ภาพระบุว่า อุทาหรณ์สำหรับคนที่ขับขี่รถจักรยานยนต์และคนที่มักง่ายตกปลาริมถนน!! เหตุเกิดเมื่อวันที่28/01/2560เวลา17.40น. ที่ถนนเส้นหลักหกมุ่งหน้าไปทางวัดนาวง ข้างทางมีคนตกปลาอยู่ริมถนนขณะที่คนนั้นกำลังพยายามดึงคันเบ็ดซึ่งตะขอเบ็ดติดอะไรสักอย่างในน้ำ เรากับแฟนขับรถผ่านพอดีแล้วเราก็โดนสายเบ็ดตกปลาที่เป็นเส้นเอ็นเหวี่ยงมาพันที่คอ (เราเป็นคนซ้อนท้ายแฟนเป็นคนขับ) เรารีบพยายามดึงออกจากคอแล้วสายเบ็ดก็ขาดออกจากตัวคันเบ็ดและมาพันที่หน้า คนที่ตกปลาพูดเหมือนจะรับผิดชอบแล้วก็หลบหนีไปอยากบอกคนที่ชอบตกปลาข้างถนนว่าคุณควรคำนึงถึงคนที่เขาขับขี่รถจักรยานยนต์ผ่านว่ามันจะทำให้เกิดอุบัติเหตุร้ายแรงได้ แต่ก็โชคดีที่ไม่โดนตาแล้วไม่บาดคอหรือตกลงจากรถและรถไม่ล้ม ปล.อยากให้คุณตำรวจสอดส่องดูแล เพราะไม่ใช่สถานที่ตกปลาและอาจจะเกิดกับคนอื่นร้ายแรงกว่านี้ได้คะ

โดยผู้สื่อข่าวได้ติดต่อผู้เสียหายทราบชื่อ นส.กรกนก แก้วจันทร์ หรือน้องซี อายุ 20 ปี บ้านเลขที่ 7 แขวงดอนเมือง เขตดอนเมือง กรุงเทพมหานคร พร้อมนายยุทธการ ชะวณิชย์ อายุ 22 ปี โดยทั้งสองคนเล่าว่า ได้ขับรถจยย.เพื่อที่จะไปงานบวชญาติที่โรงเรียนวัดนาวง เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุบริเวณถนน รพช. หมู่ 1 ต.หลักหก อ.เมือง จ.ปทุมธานี ได้ขับรถผ่านสวนชะอม ได้สังเกตเห็นมีคนตกปลาอยู่ 2 คน ต่อมา นส.กรกนก ถูกตัวเบ็ดเกี่ยวดั้งจมูกพร้อมกับสายเอ็นของเบ็ดพันรอบบริเวณใบหน้าและลำคอ ทำให้เกิดบาดแผล ซึ่งตัวเบ็ดที่เกี่ยวดั้งจมูกเกือบถูกดวงตา แต่เนื่องจากผู้ก่อเหตุไม่รับผิดชอบ โดยผู้กระผิดเป็นชายอายุประมาณ 30 ปี รูปร่างล่ำสัน ผิวดำ ทรงผมชี้ๆ ส่วนอีกคนรูปร่างอวบๆมีพุงร่างกายใหญ่โต จึงได้เข้าแจ้งความกับ ร.ต.อ.อนันต์ นามโภชน์ รอง สว.(สอบสวน) สภ.ปากคลองรังสิต จ.ปทุมธานี รับแจ้งเหตุเป็นที่เรียบร้อยแล้ว จากนั้นได้ไปหาหมอรักษาโดยหมอบอกว่าแผลอาจจะเป็นแผลเป็น

ด้านนางกัญญา บุญเรียง อายุ 49 ปี แม่ของ นส.กรกนก กล่าวว่า ทั้งนี้อยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจช่วยตามหาผู้ทำผิดทั้ง 2 รายนี้ โดยตนเองไม่อยากให้เอาผิดอะไรมาก แต่อยากจะให้เขารับผิดชอบกับสิ่งที่เกิดขึ้น โดยในขณะนี้เราได้ไปแจ้งความแล้ว แต่เจ้าที่ตำรวจกับให้เราไปหาพยานหลักฐานมาเอง โดยหากเจอผู้กระทำผิดเมื่อไหร่ให้แจ้งเจ้าที่ทันที ซึ่งตนเองอยากให้เจ้าที่ตำรวจมาตรวจสอบภาพกล้องวงจรปิด แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจกลับให้ผู้เสียหายมาตามหาเอง โดยลูกสาวและเพื่อนก็ต้องมาไล่ตามหาภาพกล้องจรปิดกันเอง ทั้งๆที่ลูกสาวของตนเป็นผู้บาดเจ็บแท้ๆ

ทั้งนี้หมอบอกว่าถ้าแผลห้ามโดนแสงแดด และให้ระวังเรื่องการติดเชื้อของบาดแผล หากเกิดการติดเชื้อแล้วจะเป็นแผลเป็นไปตลอดชีวิต ตั้งแต่เกิดเหตุจนถึงตอนนี้ก็ยังไม่เห็นมีเจ้าหน้าที่มาดูในที่เกิดเหตุแต่อย่างใด จึงอยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งดำเนินการ ช่วยติดตามหาผู้ทำผิดดังกล่าวมารับผิดชอบกับสิ่งที่ตัวเองทำไว้ รวมถึงเตือนภัย ถึงผู้ที่ใช้เส้นทางในช่วงเวลาดังกล่าวให้ระวังอุบัติเหตุลักษณะนี้ เพราะเป็นอันตรายมาก