สพฐ.เน้นใช้กระบวนการแนะแนวแบบเข้ม ให้ครูจัดกิจกรรมวัดแววอาชีพเป็นรายบุคคล พร้อมประสานพ่อแม่ ผู้ปกครองร่วมวางแผนทำเส้นทางการศึกษา
นายการุณ สกุลประดิษฐ์ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยว่า ตามที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มอบให้กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.)ดูแลและสอนให้เด็กรู้เส้นทางการศึกษาเพื่อเด็กจะได้รู้เส้นทางชีวิตตนเองว่าเรียนมาแล้วจะเลือกเส้นทางไหน ซึ่งนพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศึกษาธิการ ได้มอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ดำเนินการนั้น เมื่อเร็วๆ นี้ ตนได้หารือร่วมกันผู้บริหาร สพฐ.เพื่อวางแนวทางการทำงาน เบื้องต้นเห็นร่วมกันว่าจะใช้กระบวนการแนะแนวแบบเข้ม
ซึ่งครูประจำชั้นจะมีบทบาทสำคัญเพราะมีความใกล้ชิดเด็ก ต้องสังเกตพฤติกรรมของเด็กเป็นรายบุคคล ว่ามีความสนใจในอาชีพอะไร มีศักยภาพในด้านไหนผ่านกิจกรรมต่างๆที่ให้เด็กได้ทดลองทำ ตรงนี้เป็นจุดเริ่มต้นให้เราเห็นแววและความสนใจของเด็ก จากนั้นต้องประสานเป็นกับพ่อแม่ และผู้ปกครอง เข้ามาร่วมรับรู้และร่วมกันวางแผนเพื่อสนับสนุนให้เด็กเดินไปสู่เส้นทางที่ต้องการ
“ขณะนี้ สพฐ.ต้องไปคิดวางแผน และจัดทำเครื่องมือเพื่อวัดแววความถนัด ซึ่งในส่วนของเครื่องมือวัดแววนั้นจะขอความร่วมมือกับกระทรวงแรงงาน (รง.) ทำกิจกรรมที่เชื่อมโยงกับอาชีพต่างๆ ขณะเดียวกัน จะใช้เทคโนโลยีเข้ามาเสริมให้เด็กได้ทดลองลงมือปฏิบัติจริงในอาชีพนั้นๆ เพื่อเด็กจะได้รู้ว่าตนเองถนัดหรือไม่ มีศักยภาพ มีทักษะความรู้อะไร จะได้รู้ว่าอาชีพนั้นเป็นอาชีพในฝันจริงหรือไม่ เช่น เด็กอยากเป็นหมอแต่กลัวเลือด เช่นนี้เมื่อเป็นไม่ได้เด็กจะได้มีเส้นทางไปสู่อาชีพอื่น วิธีการนี้ครูก็สังเกตได้ว่าเด็กถนัดจริงหรือไม่ ถ้าถนัดก็จะได้พูดคุยกับพ่อแม่ซึ่งเป็นแรงสนับสนุนสำคัญ เพื่อร่วมกันวางเส้นทางการศึกษาของลูก ก็จะมีการจัดระบบให้เห็นเส้นทางที่ชัดเจนตลอดแนว ทั้งการไปสู่เป้าหมายอาชีพที่ต้องการ หรือหากจะเปลี่ยนเส้นทางก็มีทางเลือกให้เดิน ไปสู่การทำงานที่ตรงกับความต้องกับความสามารถและความต้องการของเด็กอย่างแท้จริง”เลขาธิการ กพฐ. กล่าวและว่า
ทั้งนี้ สพฐ.จะตั้งคณะทำงานขึ้นมา 1 ชุดเพื่อทำหน้าที่ในการกำหนดแผน วิธีการปฏิบัติงานและคู่มือสำหรับครู โดยตั้งเป้าว่าการดำเนินการดังกล่าวจะเริ่มตั้งแต่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 เป็นต้นไป





