จับผัวเมียอดีตตัวแทนขายประกัน ลักข้อมูลบัตรเครดิตลูกค้า อ้างจะคืนเงินให้ ปลอมบัตรใหม่โยกเงินสูญรวม 3 ล้านบาท
ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) พล.ต.ต.สุทิน ทรัพย์พ่วง ผบก.ป. พร้อมด้วย พ.ต.อ.ศิร์ธัชเขต ครูวัฒนเศรษฐ์ รอง ผบก.ป. พ.ต.อ.จิรภพ ภูริเดช ผกก.1 บก.ป. พ.ต.อ.ชนะไชย เกษมวงศ์ ผกก.1 บก.ปอท. พ.ต.อ.ทัศน์ภูมิ จารุปรัชญ์ ผกก.5 บก.ปอศ.พร้อมด้วย และ นายปราโมทย์ ลลิตกิตติ รอง ผอ.อาวุโส แผนกตรวจสอบและป้องกันการทุจริตบริษัทบัตรเครดิตกรุงศรีอยุธยา แถลงข่าวจับกุม นายวิชาญ ไชยมณี อายุ 26 ปี และ น.ส.นัฐฐา บุญทอง อายุ 31 ปี สองสามีภรรยา ตามหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ ที่ จ.16/2560 ลงวันที่ 10 มกราคม 2560 และที่ จ.32/2560 ลงวันที่ 20 มกราคม 2560 ข้อหาร่วมกันใช้และมีไว้เพื่อออกใช้บัตรอีเล็กทรอนิกส์ผู้อื่นโดยมิชอบ ในประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน และฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น พร้อมของกลาง เงินสด 40,000 บาท , เอกสารข้อมูลบัญชีลูกค้าบัตรเครดิต , คอมพิวเตอร์ , โทรศัพท์มือถือ 4 เครื่อง และบัญชีธนาคารอีกจำนวนหนึ่ง จับกุมได้ห้องพักภายในซอยลาดพร้าว 107 แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ กทม.
พล.ต.ต.สุทิน กล่าวว่า การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากผู้ต้องหาทั้งสองซึ่งเป็นอดีตตัวแทนขายประกันของบริษัทประกันภัยแห่งหนึ่ง ได้ลักลอบนำข้อมูลบัตรเครดิตลูกค้าบริษัทประกันภัยดังกล่าว รวมทั้งได้ซื้อข้อมูลบัตรเครดิตผ่านทางเว็บไซต์ โทรศัพท์ไปหลอกลวงผู้เสียหายซึ่งเป็นเจ้าของบัตรว่าทางบริษัทประกันภัย จะคืนเงินให้ทางลูกค้าจึงต้องขอรหัสหลังบัตรเครดิต (รหัส 3 ตัว) เมื่อได้รหัสมาก็จะนำไปประกอบกับประวัติบุคคลและเลขหน้าบัตรเครดิต ก่อนนำไปใช้ซื้อบัตรเติมเงินโทรศัพท์มือถือจากค่ายผู้ให้บริการสัญญาณโทรศัพท์มือถือแห่งหนึ่ง (ทรูมันนี่) จากนั้นจึงนำบัตรเติมเงินดังกล่าวไปประกาศขายต่อในเว็บไซต์ที่รับประกาศขายบัตร (ซียูทรู) โดยขายให้ในราคาถูกกว่าราคาปกติ โดยลูกค้าที่สนใจซื้อต้องโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารของผู้ต้องหาทั้งสอง รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 3 ล้านบาท
สอบสวนผู้ต้องหาทั้งสอง รับสารภาพว่า ร่วมกันก่อเหตุหลอกลวงผู้เสียหายจริง โดยอาศัยข้อมูลต่างๆ ของลูกค้า จากที่ตนได้เคยทำงานในบริษัทประกันภัย ซึ่งลงมือกระทำความผิดโดยทำมาแล้วหลายราย ทั้งนี้ ชุดจับกุมได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งสองนำส่งพนักงานสอบสวน กก.5 บก.ปอศ.รับไว้ดำเนินคดีและขยายผลการจับกุมต่อไป โดยเบื้องต้นพบว่ามียังผู้ที่เกี่ยวข้องอีกอย่างน้อย 1 ราย เป็นน้องชายของผู้ต้องหาเนื่องจากพบชื่อเป็นเจ้าของบัญชีธนาคารที่ถูกใช้ในการกระทำความผิด ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขออนุมัติศาลออกหมายจับต่อไป
พล.ต.ต.สุทิน กล่าวด้วยว่า อยากจะขอฝากเตือนไปยังประชาชนผู้ใช้บัตรเครดิต ว่าอย่าหลงเชื่อให้ข้อมูลส่วนตัวเกี่ยวกับการทำธุรกรรมทางการเงินไปให้กับผู้ใด และหากมีข้อสงสัยต่างๆ ควรตรวจสอบจากทางบริษัทประกันภัย หรือสถาบันการเงินที่มีบัญชีโดยตรง เพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นได้


