วันอาทิตย์ ที่ 5 เมษายน 2569

Login
Login

ย้ายสัตว์ป่าของกลางวัดเสือ100ตัว คาดใช้เวลาจับเป็นเดือน

ย้ายสัตว์ป่าของกลางวัดเสือ100ตัว คาดใช้เวลาจับเป็นเดือน

ผอ.สบอ.3 นำทีมขนย้ายสัตว์ป่าของกลางจากวัดเสือกว่า 100 ตัว คาดใช้เวลาจับร่วมเดือน เหตุพื้นที่เป็นป่าเขากว้างร่วม 400 ไร่

จากกรณีนายอดิศร นุชดำรงค์ รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติสัตว์ป่า และพันธุ์พืช เจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ กรมอุทยานฯ เจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าดำเนินการขนย้ายเสือของกลาง จำนวน 147 ตัว ออกจากวัดป่าหลวงตาบัว ญาณสัมปันโน หมู่ 5 ต.สิงห์ อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี ระหว่างวันที่ 30 พ.ค.ถึงวันที่ 4 มิ.ย.59 ที่ผ่านมา โดยเสือโคร่งของลางทั้งหมดนำไปไว้ที่สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าเขาสน และสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าเขาประทับช้าง อ.จอมบึง จ.ราชบุรี ซึ่งในปัจจุบันยังคงเหลือสัตว์ป่าคุ้มครองและสัตว์ป่าสงวนประเภท กวาง ละมั่ง และเก้งอยู่จำนวนหนึ่งที่ยังไม่มีการขนย้ายแต่อย่างใด

ล่าสุด เมื่อเวลา 08.30 น. วันนี้ 19 ม.ค.60 นายยรรยง เลขาวิจิตร ผอ.สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง)นายไกรวุฒิ เอี่ยมนนท์ หัวหน้าฝ่ายคุ้มครองสัตว์ป่า ส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่า
สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) นายสิขกพงษ์ กระแจะจันทร์ หัวหน้าเขตห้ามล่าสัตว์ป่าอุทยานสมเด็จพระศรีนครินทร์ รวมทั้งเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอไทรโยค เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ไทรโยค เจ้าหน้าที่ ส.ป.ก.จังหวัดกาญจนบุรี เจ้าหน้าที่สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดกาญจนบุรี เจ้าหน้าที่สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดกาญจนบุรี เจ้าหน้าที่องค์กรสวนสัตว์ และคณะสัตวแพทย์ โรงพยาบาลปศุสัตว์และสัตว์ป่า ปศุปาลัน มหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาเขตกาญจนบุรี

พร้อมกำลังนำรถบรรทุกกรงเหล็กพร้อมอุปกรณ์ทางการแพทย์สำหรับฉีดยาสลบ เข้าไปภายในวัดป่าหลวงตาบัว ญาณสัมปันโน หรือวัดเสือ หมู่ 5 ต.สิงห์ อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี เพื่อดำเนินการขนย้ายสัตว์ป่าของกลางที่ยังคงเหลืออยู่จำนวน 3 ชนิด ประกอบด้วย กวาง จำนวน 83 ตัว ละองหรือละมั่ง จำนวน 39 ตัว และเก้ง จำนวน 4 ตัว โดยมีนายสุภาพ กอฟัก กำนันตำบลสิงห์ เป็นผู้นำพาคณะเจ้าหน้าที่ขนย้าย

ทั้งนี้ นายยรรยง เลขาวิจิตร ผอ.สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) เปิดเผยว่า สำหรับการขนย้ายสัตว์ป่าทั้งหมด คาดว่าต้องใช้เวลานานเกือบ 1 เดือน เนื่องจากสัตว์ป่าของกลางที่ยังคงเหลืออยู่นั้น เป็นสัตว์ประเภทอยู่อย่างอิสระ กอปรกับพื้นที่ของวัดที่สัตว์เหล่านี้อาศัยอยู่นั้นค่อนข้างกว้างมีเนื้อที่เกือบ 400 ไร่ และที่สำคัญพื้นที่ผืนนี้เป็นภูเขาที่มีโขดหิน ทำให้ยากต่อการจับมาเข้ากรง และการดำเนินการเจ้าหน้าที่ทุกนายจะต้องมีความอดทนในการเฝ้ารอ ซึ่งสัตว์เหล่านี้จะสามารถจับได้เฉพาะช่วงเช้าและช่วงเย็นเท่านั้น เพราะหากไล่จับในช่วงเวลากลางวันอาจจะทำให้เกิดอันตรายต่อสัตว์ได้ โดยสัตว์ป่าของกลางทั้งหมดจะขนย้ายไปไว้ที่สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าเขาค้อ จ.เพชรบูรณ์ และสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าห้วยขาแข้ง จ.อุทัยธานี

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่สามารถจับละองหรือละมั่งได้แล้ว จำนวน 6 ตัว ซึ่งทุกตัวจะต้องมีการเก็บตัวอย่างเลือดไปตรวจสอบว่าสัตว์แต่ละตัวนั้นมีโรคชนิดใดหรือไม่ ส่วนกวางของกลางนั้น เจ้าหน้าที่จะต้องทำการคัดแยก เพราะเนื่องจากทางวัดเสือ มีกวางลูซ่า ที่ครอบครองอย่างถูกต้อง ดังนั้นเจ้าหน้าที่จะต้องคัดแยกเอาเฉพาะกวางป่าไปเท่านั้น