"โฆษกสภาทนายความฯ" พร้อมให้ความช่วยเหลือครอบครัวสาวหล่อที่ถูกอุ้มฆ่าฝังดินทางคดีอาญา-แพ่งทุกชั้น หลังพ่อ-แม่ เข้าพบขอพึ่งมือกฎหมาย
ที่สภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ วันที่ 13 ม.ค.60 เวลา 13.00 น. นายบุญชู พลไธสง พร้อมด้วยนางสมพิศ ตรัยจันทร์แดง บิดาและมารดาของ น.ส.สุภัคสรน์ พลไธสง สาวหล่อที่ถูกอุ้มฆ่าฝังดิน ได้เข้าพบ ว่าที่ พ.ต.สมบัติ วงศ์กำแหง อุปนายกฝ่ายบริหารและโฆษกสภาทนายความฯ เพื่อขอความช่วยเหลือทางกฎหมาย ระหว่างที่คดีอยู่ในชั้นสอบสวน และเมื่อคดีต้องขึ้นสู่ศาลด้วย
ภายหลัง ว่าที่ พ.ต.สมบัติ โฆษกสภาทนายความฯ กล่าวว่า ได้หารือคณะทำงานแล้ว มีประเด็นต้องพิจารณาและช่วยเหลือดังนี้ คือ 1.การให้ความช่วยเหลือทางกฎหมาย เนื่องจากกรณีที่เกิดขึ้นมีข้อเท็จจริงเกี่ยวข้องกับข้าราชการเจ้าหน้าที่ในระดับสูง และมีผู้ร่วมกระทำความผิดจำนวนหลายคน พฤติกรรมในการกระทำความผิดเป็นการกระทำที่อุกฉกรรจ์กลุ่มคนร้ายลงมือก่อเหตุในพื้นที่ในเมืองหลวง กระทบความรู้สึกของประชาชน และไม่เกรงกลัวต่อกฎหมาย โดยฝ่ายผู้เสียหาย มีอาชีพรับจ้าง สภาทนายความยินดีที่จะรับให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายในทางแพ่ง และอาญา
ส่วนที่ 2.การให้ความช่วยเหลือแก่บิดา-มารดา ผู้เสียหาย ตั้งแต่ในชั้นสอบสวนของพนักงานสอบสวน ชั้นพิจารณาของพนักงานอัยการ และในชั้นพิจารณาคดีของศาล ซึ่งหากอัยการมีคำสั่งฟ้องผู้ต้องหา ก็จะดำเนินการให้ผู้เสียหายเข้าร่วมเป็นโจทก์และยื่นคำขอให้จำเลย ชดใช้ค่าสินไหมที่เป็นค่าอุปการะเลี้ยงดู ค่าขาดไร้ ค่าเสียประโยชน์ ฯลฯ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 44/1 แต่มีกรณีที่อัยการมีคำสั่งไม่ฟ้องคดีอาญาผู้ต้องหารายใดรายหนึ่ง สภาทนายความฯ จะให้ความช่วยเหลือกับผู้เสียหาย ที่จะเป็นโจทก์ยื่นฟ้องคดีอาญาต่อศาลด้วยตนเอง
“สภาทนายความฯ จะประสานความร่วมมือดำเนินการในการสืบสวน รวบรวมข้อเท็จจริง พร้อมพยานหลักฐาน กับพนักงานสอบสวนอย่างใกล้ชิด เนื่องจากคดีนี้มีผู้กระทำความผิดจำนวนหลายคนเกี่ยวข้องกับเจ้าหน้าที่รัฐและผู้มีอิทธิพล ประกอบกับผู้ได้รับความเสียหายเป็นประชาชนที่อยู่ในสถานะที่เสียเปรียบในทางสังคม ”โฆษกสภาทนายความฯ ระบุ
โฆษกสภาทนายความฯ กล่าวต่อว่า ส่วนที่ 3 ที่จะให้ความช่วยเหลือ คือ การประสานงานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อช่วยเหลือเยียวยาผู้เสียหาย โดยจะประสานความร่วมมือ กับกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม เพื่อให้ผู้เสียหายได้รับค่าชดเชยและค่าเสียหายตามที่กฎหมายกำหนดจนผู้เสียหายพอใจรวมทั้งให้ความช่วยเหลือแก่ผู้เสียหายในทางแพ่งด้วยที่จะยื่นฟ้องเรียกค่าเสียหายต่อผู้กระทำความผิดในชั้นศาลต่อไปซึ่งกรณีที่เกิดขึ้นไม่ใช่การกระทำความผิดในหน้าที่ราชการ ดังนั้นหน่วยงานราชการไม่น่าอยู่ในขอบข่ายต้องร่วมรับผิดด้วย และยังจะให้ความช่วยเหลือในกรณีที่หากผู้เสียชีวิต ได้ทำประกันชีวิตไว้ ก็จะดำเนินการกับบริษัทประกันให้ปฏิบัติตามสัญญาด้วย





