การจัดงานวันเด็กจ.ตรัง ปีนี้ส่อเค้าเงียบเหงา ผลกระทบจากเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ 2 ครั้ง
วันเสาร์ที่ 2 ของเดือนมกราคม หรือวันพรุ่งนี้จะตรงกับวันเด็กแห่งชาติ ซึ่งปกติของทุกปี ตลอดเดือนธันวาคมจนถึง 2 สัปดาห์แรกของเดือนมกราคม ทุกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือตามชุมชนหมู่บ้านต่างๆ รวมทั้งทางโรงเรียน ก็จะมีการประชุมและเตรียมจัดสถานที่เพื่อจัดงานวันเด็กแห่งชาติขึ้นอย่างเอิกเกริก
แต่ในปีนี้จังหลายอำเภอ หลายพื้นที่ประสบปัญหาน้ำท่วมใหญ่ถึง 2 ครั้ง คือ ต้นเดือนธันวาคม และต้นเดือนมกราคมที่กำลังเกิดขึ้นในขณะนี้ ทำให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สถานศึกษา รวมทั้งชุมชน หมู่บ้านต่างๆ ไม่สามารถจะเตรียมจัดงานหรือใช้สถานที่ในการจัดงานได้ เพราะส่วนใหญ่ยังถูกน้ำท่วม ชาวบ้านและเด็กๆ ยังอยู่ภายในเต้นท์อพยพและหรือบ้านที่ยังถูกน้ำท่วมสูง เจ้าหน้าที่ฝ่ายต่างๆ ก็ต้องเร่งให้ความช่วยเหลือและต้องฟื้นฟูในพื้นที่ที่น้ำลดระดับ
โดยเฉพาะทราบว่าในปีนี้ทางสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) สั่งห้ามไม่ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจัดงานวันเด็ก โดยให้เหตุผลว่าไม่ได้เป็นภาระกิจของ อปท. ทำให้เด็กๆหลายคน ที่โรงเรียนยังถูกน้ำท่วม รวมทั้งบ้าน และต้องไปอาศัยอยู่ภายในเต้นท์อพยพต่างๆ ต่างรอคอยการจัดงานวันเด็กอย่างใจจดใจจ่อ โดยไม่ทราบว่าจะมีใครจัดงานวันเด็ก ให้พวกตนได้ไปร่วมสนุกเหมือนทุกปีหรือไม่ และหากมีใครจัดจะมีโอกาสได้เดินทางฝ่าน้ำท่วมออกไปเที่ยวร่วมสนุกได้หรือไม่
โดยที่บนพนังกั้นน้ำ บ้านหนองบัว หมู่ที่ 4 ต.นาตาล่วง ผู้ปกครองของเด็ก เล่าว่า มีภาคประชาสังคมเดินทางมาสำรวจจำนวนเด็กๆ ที่หนีน้ำท่วมมาอาศัยอยู่บนพนังกั้นน้ำ รวมทั้งที่เต้นท์อพยพภายในวัดไทรงาม ว่าในพื้นที่ตำบลนาตาล่วงมีเด็กๆจำนวนเท่าใด เพื่อจะได้จัดเตรียมของขวัญ เดินทางไปมอบให้ถึงภายจุดอพยพดังกล่าว เพื่อให้กำลังใจเด็กๆ โดยเด็กทุกคนอยากให้มีการจัดงานวันเด็ก เพราะอยากได้ของขวัญอะไรก็ได้ บางคนอยากได้นาฬิกาข้อมือ
เด็กชายนาวิน อัฐซิ้น อายุ 13 ปี นักเรียนชั้น ป.6 เทศบาล 7 วัดประสิทธิชัย ซึ่งยังถูกน้ำท่วมสูงอยู่ในขณะนี้ บอกว่าอยากไปโรงเรียน อยากให้น้ำลด อยากให้มีการจัดงานวันเด็ก และอยากเรียกร้องให้แก้ปัญหาอย่าให้มีน้ำท่วมเกิดขึ้นอีก เพราะที่บ้านอยู่กัน 6 คน ประกอบด้วย พ่อ แม่ พี่ น้อง ถูกน้ำท่วมทุกครั้งข้าวของเสียหาย และต้องอพยพไปอยู่คนละทิศคนละทาง ส่วนตนเองอยู่เป็นเพื่อนแม่เฝ้าบ้าน โดยอาศัยอยู่บนพนังกั้นน้ำ เพื่อจะได้อยู่ใกล้บ้าน เพราะขณะนี้น้ำยังท่วมสูง ออกไปไหนไม่ได้




