ชาวบ้านเครียดจากน้ำท่วมรอบ 2 และครั้งหลังหนักกว่าครั้งแรก ทรัพย์สินอยู่ที่สูงยังถูกน้ำท่วมถึง จนเสียหายทั้งหมด วอนขอบ้านใหม่
ชาวบ้านในหมู่ที่ 5 ตำบลบางรัก อำเภอเมืองตรัง ซึ่งอพยพหนีน้ำท่วม ยกทั้งหมู่บ้าน 30 ครัวเรือน จำนวน 110 ชีวิต มาอาศัยบริเวณโดยรอบของวัดแจ้ง นานกว่าสัปดาห์ โดยผู้อพยพใช้ชีวิตกินอาหาร อาบน้ำ นอน อยู่ที่ศาลาโรงอาหาร ข้างโบสถ์ ข้างกุฎิพระ ในหอฉันท์ และเต้นท์ ของวัด
ซึ่งทุกบ้านแม้จะมีประสบการณ์น้ำท่วมบ้านทุกปี หนีเอาตัวรอดได้ แต่รอบนี้ไม่คาดคิดว่าน้ำจะท่วมหนักมากขนาดนี้ และท่วมซ้ำ 2 รอบ ในรอบเดือน ทำให้บางส่วนไม่ได้เอาทรัพย์สินติดตัวมาด้วย ทำให้จมน้ำทั้งหมด ที่สำคัญน้ำท่วมหนักกว่ารอบแรก ข้าวของเกือบทั้งหมดยกไว้ที่สูง แต่ถูกท่วมจนจมมิดหลังคาเรือน บางคนบ้านพังเสียหายหมดทั้งหลัง ทำให้เกิดความเครียดกับสภาพน้ำท่วมหนักที่เกิดขึ้น ซึ่งจนถึงขณะนี้ระดับน้ำท่วมยังสูงตั้งแต่ 1 - 3 เมตร
คุณยายขวด แป้นลอย อายุ 100 ปี ซึ่งนอนติดเตียงภายในโรงเลี้ยงวัดแจ้งมานานสัปดาห์กล่าวว่า เดินเหินไม่ไหวแล้ว ลูกหลานอุ้มหนีน้ำท่วมมาอาศัยวัดนอนหลายวัน แต่อาหารการกินก็ไม่ขาด เพราะมีคนมาบริจาคให้กินทุกมื้อ แต่จะให้เดินไปเข้าห้องน้ำของวัดไม่ไหวแล้ว ต้องถ่ายของเสียในถังให้ลูกหลานจัดการเอาไปทิ้ง เท่าที่รู้บ้านถูกน้ำท่วมจนมิดหลังคาซึ่งก็ถูกน้ำท่วมทุกปี แต่ครั้งนี้ถูกน้ำท่วม 2 รอบแต่ละครั้งนานมาก
ด้านนางวิภร และนาย โชค เจนจิตรวงศ์ กล่าวว่า อพยพหนีน้ำท่วมมาอาศัยวัดตั้งแต่วันที่ 5 มกราคม 2560 ที่ผ่านมา รอบนี้น้ำท่วมหนักมากจนจมหลังคาบ้านทุกครัวเรือน ไม่เหลือสักหลัง ข้าวของยกไว้ที่สูง ก็ถูกจมน้ำหมด โดยไม่คาดคิด ซึ่งตอนนี้รู้สึกเครียดมาก น้ำท่วมรอบแรกยังพอทำใจได้ เพราะถูกน้ำท่วมทุกปี แต่น้ำท่วมรอบสองทำให้บ้านไม้ที่เพิ่งซ่อมเสร็จหลังน้ำท่วมรอบแรกพังเสียหายหมดแล้ว ข้าวของที่เอาไปเก็บไว้ชั้นบนสุดบนหลังคาบ้านก็ไม่เหลือแล้ว ซ้ำร้ายนายโชค หัวหน้าครอบครัวซึ่งมีอาชีพขับรถบรรทุกสิบล้อก็ต้องมาตกงาน เพราะก่อนน้ำท่วมรถเกิดอุบัติเหตุกำลังซ่อมแซม จึงไม่มีรถขับทำงาน
ส่วนนางวิภร ภรรยาก็ไม่มีงานทำ ซึ่งประเมินว่าอีก 10 วันน้ำน่าจะลดระดับ และได้เข้าไปดูบ้านที่คาดว่าพังเสียหายทั้งหมด จึงอยากวอนขอให้มีผู้ใจบุญมาซ่อมบ้าน หรือสร้างบ้านให้พออยู่ได้ เล็กๆน้อยๆ จะดีใจมาก จากสภาพเดิมบ้านที่พักอาศัยก็ลำบากอยู่แล้ว ตอนนี้ก็เหมือนคนหมดตัว ไม่เหลืออะไรเลย ส่วนเพื่อนบ้านผู้อพยพอื่นๆ ส่วนใหญ่ก็อยู่ในสภาพที่เครียดคล้ายกัน แต่ก็ต้องยิ้มสู้ บางคนพยายามทำใจยอมรับสภาพ บอกคนอื่นว่าไม่เครียด เพราะเลือกเกิด เลือกบ้านไม่ได้ ทุกคนพร้อมช่วยเหลือตัวเอง แม้จะเหลือแต่ตัวก็ต้องสู้ต่อ แต่ก็ไม่เคยคิดทำร้ายตัวเอง หรือฆ่าตัวตายเพื่อหนีปัญหา




