ครั้งหนึ่ง โรแบร์ มาร์กชองด์ ได้รับคำแนะนำจากโค้ชให้เลิกขี่จักรยาน
พร้อมคำปรามาสว่า เจ้าตัวไม่มีทางประสบความสำเร็จบนเส้นทางนี้ได้
แม้จะต้องใช้เวลานานเกือบหนึ่งศตวรรษ แต่ในที่สุด มาร์กชองด์ ก็ลบล้างคำสบประมาทในครั้งนั้นจนได้ เมื่อนักปั่นชาวฝรั่งเศสผู้นี้ สร้างสถิติโลกภายในหนึ่งชั่วโมงสำหรับผู้มีอายุตั้งแต่ 105 ปีขึ้นไปได้สำเร็จ ด้วยการปั่นเป็นระยะทาง 22.574 กิโลเมตร (14.010 ไมล์) ณ เวลโลโดรม เนชันแนล สนามจักรยานในร่มที่นักกีฬาจักรยานชั้นนำของฝรั่งเศสใช้เป็นสังเวียนในการแข่งขัน ท่ามกลางเสียงปรบมืออย่างกึกก้องของผู้ชม รวมถึงสื่อมวลชนที่มารุมล้อมรอทำข่าว...
ข้ามศตวรรษ
ตลอดเส้นทางของชีวิต มาร์กชองด์ ต้องผ่านเรื่องราวโลดโผนมากมาย อาเมียงส์ บ้านเกิดของเจ้าตัว ตั้งอยู่ไม่ไกลจากสมรภูมิแนวหน้าของสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง จากนั้นในทศวรรษที่ 30 มาร์กชองด์ ก็ใช้ชีวิตวัยหนุ่มในฐานะนักผจญเพลิง ที่กรุงปารีส และเคยเป็นเชลยสงครามในสงครามโลกครั้งที่ 2
ตามด้วยการเดินทางไปเป็นคนขับรถบรรทุกในเวเนซุเอลา และคนตัดไม้ในแคนาดา กระทั่งกลับมาใช้ชีวิตที่ฝรั่งเศสอีกครั้ง ในฐานะพ่อค้าไวน์ ใน 30 ปีให้หลัง
บนหลังอานจักรยาน มาร์กชองด์ เคยจบอันดับ 7 ในรายการ กรังด์ ปรีซ์ เดส์ เนชัน ในปี 1946 ก่อนกลับมาจริงจังกับกีฬาชนิดนี้อีกครั้งหลังเกษียณจากงาน ขณะอายุได้ 68 ปี
ด้วยส่วนสูงเพียง 152 ซม. หนัก 52 กก. มาร์ชองด์ เคยขี่จักรยานจาก บอร์กโดซ์ ไป ปารีส และจาก ปารีสไป รูเบย หลายครั้ง รวมถึงเคยปั่นจาก ปารีส ไปถึง มอสโก ในปี 1992 มาแล้ว
“หากประธานของกลุ่มที่บอกว่าเขาไม่เหมาะกับการขี่จักรยาน เพราะตัวเล็กเกินไป มาเห็นเขาในตอนนี้ หมอนั่นคงอยากเตะก้นตัวเองแน่” เชราร์ มิสท์แลร์ โค้ชและเพื่อนสนิทของ มาร์กชองด์กล่าว
นักทำลายสถิติ
การสร้างสถิติของ มาร์กชองด์ เมื่อ 4 ม.ค. ที่ผ่านมา ไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับเจ้าตัว เพราะนับแต่กลับขึ้นบนหลังอานจักรยานอีกครั้ง เจ้าตัวก็กลายเป็นเจ้าของสถิติต่างๆมากมาย
ในเดือนก.พ. 2012 มาร์กชองด์ สร้างสถิติโลกในการปั่น 1 ชั่วโมง สำหรับผู้อายุเกิน 100 ปี ที่ระยะ 24.250 กิโลเมตร หรือ 15.068 ไมล์ ก่อนจะเป็นผู้ทำลายสถิติดังกล่าวด้วยตัวเองในเดือนม.ค. 2014 ด้วยระยะ 26.927 กิโลเมตร หรือ 16.732 ไมล์ รวมถึงการเป็นเจ้าของสถิติโลกสำหรับคนอายุ 100 ปี ในการปั่นระยะทาง 100 กม. อีกด้วย
ตัวเล็กใจใหญ่
ทุกวันนี้ มาร์กชองด์ ซึี่งปัจจุบันอาศัยในแฟลตเล็กๆชานเมืองปารีส ด้วยเงินบำนาญราว 900 ยูโร ยังคงปั่นจักรยานเหมือนที่ปฏิบัติมาตลอดหลายสิบปี ราวกับว่ากาลเวลาที่ผ่านไป ไม่ได้ส่งผลอะไรกับร่างกายของเจ้าตัว
“เขามีคุณสมบัติสำคัญสองข้อ หัวใจขนาดใหญ่ที่สูบฉีดเลือดได้ในปริมาณมาก และมีอัตราการเต้นของหัวใจที่ดีกว่าคนในวัยเดียวกัน” เวโรนิค บิลลาต์ ศาสตราจารย์มหาวิทยาลัย ซึ่งเป็นที่ปรึกษาด้านสุขภาพของ มาร์กชองด์ อธิบาย
มิสท์แลร์ เสริมว่าเคล็ดลับอายุยืนยาวและสุขภาพดีของคุณปู่นักปั่นคือการทานผักและผลไม้จำนวนมาก ไม่สูบบุหรี่ ดื่มไวน์บ้างในบางโอกาส และออกกำลังกายทุกวัน “เขาไม่เคยฝืนตัวเอง โรแบร์ เข้านอนตอน 3 ทุ่มทุกคืน และตื่นตอน 6 โมงเช้า ถ้าเขาใช้สารกระตุ้นเหมือนนักปั่นคนอื่นๆ เขาอาจจะไม่อายุยืนเท่านี้ก็ได้”
นอกจากการปั่นบนเทรนเนอร์ทุกวัน และปั่นไปตามท้องถนนในวันที่อากาศดีแล้ว อีกหนึ่งเคล็ดลับของคุณปู่นักปั่นคือการอ่านหนังสือพิมพ์ “การอ่านเป็นการกระตุ้นสมอง เขาไม่ค่อยดูโทรทัศน์มากนัก ยกเว้นการถ่ายทอดสด ตูร์ เดอ ฟรองซ์” มิสท์แลร์ อธิบาย
เป้าต่อไป
บิลลาต์ กล่าวถึงสถิติล่าสุดจำนวน 92 รอบใน เวโลโดรม เนชันแนล ของ มาร์กชองด์ ว่ายังทำได้ไม่ดีนัก เมื่อเทียบกับมาตรฐานของเจ้าตัว
“เขาน่าจะปั่นได้เร็วกว่านี้ แต่เขาทำผิดพลาดครั้งใหญ่ที่หยุดทานเนื้อในช่วงที่ผ่านมา หลังช็อคที่อ่านเจอรายงานว่าสัตว์ในฟาร์มถูกทารุณกรรม ถ้าเขากลับมาทานเนื้ออีกครั้ง และสร้างกล้ามเนื้อให้มากกว่านี้ เขาจะปั่นได้เร็วกว่านี้แน่นอน” บิลลาต์ กล่าว
“ผมไม่เห็นสัญญาณเตือนว่าเหลืออีก 10 นาที” มาร์กชองด์ อธิบาย “ไม่งั้นผมคงจะเร่งให้เร็วกว่านี้ เพื่อทำเวลาให้ดีขึ้น ผมไม่รู้สึกเหนื่อย ตอนแรกผมคิดว่าน่าจะเจ็บขาแต่ก็ไม่เจ็บ กลายเป็นเจ็บที่แขนแทน แต่เอาเถอะ คุณต้องเจ็บที่ไหนซักแห่งอยู่แล้ว”
“ผมกำลังรอใครซักมาเป็นคู่แข่ง” มาร์กชองด์ กล่าว โดยไม่ประกาศถึงเป้าหมายต่อไปในอนาคต แต่ มิสท์แลร์ ก็ยืนยันว่าไม่แปลกใจถ้าคุณปู่นักปั่นจะกลับมาลงสนามอีกครั้ง
“เขาเป็นคนที่ตั้งเป้าหมายใหม่ๆให้ตัวเองเสมออยู่แล้ว ถ้าเขาบอกว่าอยากทำสถิติให้ดีขึ้น ผมก็พร้อมเสมอ โรแบร์ คือตัวอย่างที่พวกเราควรเอาเยี่ยงอย่าง”




